ชาวอินโดนีเซียราว 3,000 คนในเมืองปาเลมบัง เมืองเอกของจังหวัดสุมาตราใต้ รวมตัวกันประกอบพิธีละหมาดขอฝน หรือ "ซอลาต อิสติสกา" ท่ามกลางหมอกควันจากไฟป่าที่ปกคลุมพื้นที่ จนทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก โดยพบจุดความร้อนเกือบ 3,500 จุด และเฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ถูกไฟเผาผลาญทั่วประเทศเกือบ 940 ตารางกิโลเมตร
ชาวอินโดนีเซียราว 3,000 คนในเมืองปาเลมบัง เมืองเอกของจังหวัดสุมาตราใต้ รวมตัวกันประกอบพิธีละหมาดขอฝน หรือ "ซอลาต อิสติสกา" ท่ามกลางหมอกควันจากไฟป่าที่ปกคลุมพื้นที่ จนทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก ผู้เข้าร่วมพิธีนั่งและยืนเรียงแถวกันในบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะที่ควันไฟปกคลุมถนน อาคาร และสถานที่สาธารณะ จนผู้ขับขี่รถยนต์ต้องเปิดไฟหน้ารถแม้เป็นช่วงกลางวัน
นายเฮอร์มัน เดรู ผู้ว่าราชการจังหวัดสุมาตราใต้ กล่าวว่า ทางการได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเต็มที่และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ในฐานะประชาชนที่มีศรัทธา จึงร่วมกันสวดภาวนาเพื่อขอให้พระเจ้าประทานฝน เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จังหวัดสุมาตราใต้เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นเวลานาน ส่งผลให้ความเสี่ยงเกิดไฟป่าและไฟในพื้นที่พรุเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลดาวเทียมของกระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียพบว่า สุมาตราใต้มีจุดความร้อนมากที่สุดในประเทศถึง 1,429 จุด ตามด้วยกาลิมันตันตะวันตก 1,226 จุด และกาลิมันตันกลาง 811 จุด
ข้อมูลกระทรวงป่าไม้ระบุว่า เฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ถูกไฟเผาผลาญทั่วประเทศเกือบ 940 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้อยู่ในจังหวัดสุมาตราใต้มากกว่า 20 ตารางกิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ไฟป่าที่รุนแรงขึ้นเป็นผลจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ เอลนีโญ ทำให้เกิดหมอกควันหนาทึบปกคลุมหลายพื้นที่ และลอยข้ามพรมแดนไปยังมาเลเซียและบรูไน
ทางการอินโดนีเซียจึงเพิ่มความพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการใช้ ปฏิบัติการดัดแปลงสภาพอากาศ หรือทำฝนเทียม โดยโปรยอนุภาคเกลือลงในกลุ่มเมฆที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้เกิดฝนช่วยดับไฟ ขณะนี้มีเครื่องบิน 30 ลำสนับสนุนภารกิจทำฝนเทียมและทิ้งน้ำทางอากาศในกาลิมันตัน และเฮลิคอปเตอร์อีก 22 ลำปฏิบัติการในเกาะสุมาตรา
ด้านตำรวจอินโดนีเซียจับกุมผู้ต้องสงสัย 72 คน ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการจุดไฟเผาป่าและพื้นที่พรุ ขณะที่บริษัทอีก 4 แห่งอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีเผาเพื่อแผ้วถางพื้นที่ในต้นทุนต่ำ
ปัญหาไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำในอินโดนีเซียในช่วงฤดูแล้ง โดยเกษตรกรและเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนยังคงใช้การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร ส่งผลให้เกิดหมอกควันพิษที่กระทบต่อสุขภาพ การเดินทางทางบกและทางอากาศ และมักสร้างความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน มาเลเซียได้ขอและได้รับอนุญาตจากอินโดนีเซียให้หน่วยงานของมาเลเซียสามารถบินเข้าไปในน่านฟ้าอินโดนีเซีย เพื่อปฏิบัติการทำฝนเทียมตามแนวชายแดน โดยทั้งสองประเทศเตรียมประสานงานร่วมกันเพื่อรับมือหมอกควัน
รัฐบาลมาเลเซียยังเตรียมเสนอความช่วยเหลือด้านการดับไฟให้แก่อินโดนีเซีย และเตรียมเพิ่มมาตรการป้องกันและดับไฟก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดและเทศกาลสำคัญในเดือนหน้า
จังหวัดซาราวักของมาเลเซีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับกาลิมันตันบนเกาะบอร์เนียว เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยล่าสุดมีอย่างน้อย 6 เขตที่ตรวจพบค่าดัชนีมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ และอีก 8 เขตใน 4 รัฐบนคาบสมุทรมาเลเซียก็มีค่ามลพิษอยู่ในระดับเดียวกัน.
ที่มา Associated Press / Reuters