นายกฯ สหราชอาณาจักรยืนยันว่า ประเทศของเขาให้การสนับสนุนยูเครน 100% รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องโดรนและเทคโนโลยี หลังรัสเซียออกมาขู่ว่าอังกฤษจะต้องชดใช้และเผชิญผลที่ตามมา

เมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค. 2569 นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรออกมายืนยันว่า ประเทศของเขาสนับสนุนยูเครน 100% ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมย้ำว่า จุดยืนของ UK ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาคือ การให้ความสนับสนุนเพื่อให้ยูเครนสามารถป้องกันตนเองได้ และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงในยุคการปกครองของเขา

นอกจากนั้น สหราชอาณาจักรยังเตรียมแบ่งปันเทคโนโลยีรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ “Stone Cloak” ให้แก่ยูเครน เพื่อช่วยทำลายระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซีย เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่กระทรวงกลาโหม UK เคยประกาศว่า จะสนับสนุนโดรนอีกหลายหมื่นลำให้ยูเครนด้วย

คำพูดของนายเบิร์นแฮมล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก สถานทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักร เตือนว่าการใช้โดรนที่ผลิตในอังกฤษโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งโดยเจตนา และย้ำว่ากรุงลอนดอนจะต้อง “ชดใช้และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ตามมา”

รัสเซียอ้างว่าการโจมตีของยูเครนกระทบต่อระบบเชื้อเพลิงในประเทศและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วมากกว่า 3.5 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 1.57 ล้านล้านบาท)

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนยกระดับการโจมตีด้วยการส่งโดรนหลายร้อยลำลึกเข้าไปภายในดินแดนของรัสเซียมากขึ้นอีก มุ่งเป้าหมายไปยังโรงกลั่นน้ำมัน โครงข่ายขนส่ง และพื้นที่ใกล้กรุงมอสโก ซึ่งนอกจากโดรนที่ได้รับจากต่างประเทศแล้ว ยูเครนยังใช้โดรนและขีปนาวุธที่ผลิตเอง เช่น ขีปนาวุธร่อน FP-5 Flamingo อีกด้วย

ส่วนฝ่ายรัสเซียก็โจมตีเข้าใส่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมอสโกยิงขีปนาวุธใส่หลายพื้นที่ เช่น หมู่บ้านเปเชนิฮี (Pechenihy), เมืองซูมี, เมืองซาปอริชเชีย และเมืองเคอร์ซอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 17 ศพ

ด้าน UN ระบุว่าตัวเลขพลเรือนยูเครนที่เสียชีวิตในเดือนที่ผ่านมาสูงถึง 437 ราย ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ส่วนรัสเซียมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในแคว้นรอสตอฟ (Rostov) และพื้นที่อื่นๆ รวม 69 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ชาติตะวันตกเริ่มเฝ้าระวังการทำ “สงครามไฮบริด” (Hybrid Warfare) จากฝ่ายรัสเซีย หลังพบเหตุการณ์โดรนปริศนาบินใกล้พื้นที่ความมั่นคงหลายแห่งในยุโรป ล่าสุดเยอรมนีพบโดรนติดวัตถุระเบิดใกล้เครื่องบินขนส่งของยูเครนที่สนามบินไลป์ซิก จนต้องเตรียมเพิ่มอำนาจให้หน่วยข่าวกรองรับมือภัยคุกคามนี้

สงครามไฮบริด คือ ยุทธศาสตร์การต่อสู้ที่รวมเอาการรบรูปแบบดั้งเดิม (ใช้อาวุธและกำลังทหาร) เข้ากับการรบนอกกรอบดั้งเดิม เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การสงครามข้อมูลข่าวสาร และแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือการเมือง เข้าไว้ด้วยกันเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของเป้าหมาย โดยไม่ประกาศสงครามตรงๆ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc