ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 100 ปีชาตกาล ของอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน พร้อมยกย่องบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและเปิดประเทศ ขณะที่เรียกร้องพรรคคอมมิวนิสต์จีนสานต่อแนวทางดังกล่าว ท่ามกลางความท้าทายทั้งเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการค้า และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับชาติตะวันตก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และบรรดาผู้นำระดับสูงของจีน เข้าร่วมการประชุมที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง วันนี้ (17 ส.ค.) เพื่อรำลึกครบรอบ 100 ปีชาตกาล ของอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำประเทศผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเศรษฐกิจที่ยังมีบทบาทจำกัดบนเวทีโลก สู่การเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
สี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวยกย่องเจียงว่า มีคุณูปการสำคัญต่อการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีน รวมถึงการสร้างความก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการพัฒนาพรรคคอมมิวนิสต์จีน
สีระบุว่า เจียงมีส่วนสำคัญในการปกป้องและพัฒนาสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์แบบจีน เปิดยุคใหม่ของการปฏิรูปและการเปิดประเทศ ตลอดจนยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และผลักดันแนวทางสังคมนิยมแบบจีนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21
เจียง เจ๋อหมิน เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 1926 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนระหว่างปี 1989 ถึง 2002 และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางจนถึงปี 2004 ก่อนถึงแก่อสัญกรรมในเดือนพฤศจิกายน 2022 ด้วยวัย 96 ปี
ในช่วงที่เจียงเป็นผู้นำ จีนเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น รัฐบาลจีนในยุคนั้นเดินหน้าปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ปรับระบบที่อยู่อาศัย เปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนและธุรกิจมากขึ้น รวมถึงรับมือวิกฤตการเงินเอเชียในช่วงปลายทศวรรษ 1990
หนึ่งในความสำเร็จสำคัญคือการที่จีนเข้าร่วมเป็นสมาชิก องค์การการค้าโลก หรือ WTO ในปี 2001 ซึ่งช่วยเร่งการบูรณาการของจีนเข้าสู่ระบบการค้าโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในเวลาต่อมา
สี จิ้นผิง กล่าวว่า เจียงสามารถตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ และรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายได้อย่างสุขุม ซึ่งช่วยให้กระบวนการสร้างความทันสมัยของจีนเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สี จิ้นผิง ระบุว่า จีนในปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ ทั้งความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ และยุโรป ความตึงเครียดเกี่ยวกับไต้หวัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร
ผู้นำจีนเรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์เพิ่มความตระหนักต่อความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤต โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับความมั่นคง พร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของประเทศอย่างเด็ดขาด
สี จิ้นผิง ยังกล่าวว่า จีนต้องเดินหน้าสร้าง “ปาฏิหาริย์สองประการ” ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว พร้อมเชื่อมโยงมรดกทางการเมืองของเจียงเข้ากับเป้าหมายของจีนในปัจจุบัน ทั้งการสร้างจีนให้เป็นมหาอำนาจระดับโลก และการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีน
การรำลึกถึงเจียงเกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเผชิญโจทย์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ขณะที่แนวทางการบริหารประเทศในยุคเจียงและนายกรัฐมนตรีจู หรงจี ซึ่งเป็นคู่หูสำคัญในการบริหารประเทศช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 เน้นการปฏิรูปตลาด การเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมผู้ประกอบการเอกชน และการสร้างความมั่งคั่ง
ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลภายใต้สี จิ้นผิง ให้ความสำคัญกับการควบคุมจากส่วนกลางมากขึ้น และเน้นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยรัฐ โดยเฉพาะการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นายเจียงและนายจูผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจจีน ทั้งการปิดรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนเรื้อรัง การยกเลิกระบบที่อยู่อาศัยแบบเดิมเพื่อเปิดทางสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ การรับมือวิกฤตการเงินเอเชีย และการนำจีนเข้าสู่ WTO
ขณะเดียวกัน พิธีรำลึกดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์การเมืองจีน เนื่องจากเป็นโอกาสในการติดตามลำดับอำนาจภายในพรรค รวมถึงสถานะของอดีตผู้นำและกลุ่มการเมืองรุ่นก่อน
อดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากเจียงและปัจจุบันมีอายุ 83 ปี ไม่ปรากฏให้เห็นในภาพข่าวของสื่อทางการจีนในช่วงแรก ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรี เวิน เจียเป่า และอดีตรองประธานาธิบดี หวัง ฉีซาน ซึ่งเคยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามการทุจริตในยุคสี จิ้นผิง ปรากฏตัวในงานดังกล่าว
ก่อนถึงวันครบรอบ 100 ปีชาตกาลของเจียง สถานีโทรทัศน์ของทางการจีนได้ออกอากาศสารคดีช่วงไพรม์ไทม์จำนวน 12 ตอน ถ่ายทอดชีวิตและผลงานของอดีตผู้นำรายนี้
แม้เจียงจะเป็นผู้นำจีนในช่วงหลังเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 และรัฐบาลของเขายังคงควบคุมข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มงวด แต่ชาวจีนบางส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลับมองย้อนยุคเจียงด้วยความรู้สึกเชิงบวก
ในช่วงที่เจียงดำรงตำแหน่ง อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าสู่จีนในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ก่อนที่จีนจะพัฒนาระบบควบคุมและกลั่นกรองข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Great Firewall" เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลและแนวคิดที่รัฐบาลมองว่าอาจกระทบต่อเสถียรภาพของสังคม
อย่างไรก็ตาม ชาวจีนบางส่วนยังจดจำยุคเจียงว่าเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความหวังและการมองโลกในแง่ดี เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วส่งผลให้มาตรฐานชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บนสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ซึ่งชื่อของผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันมักถูกควบคุมหรือเซ็นเซอร์ เจียงกลับได้รับการกล่าวถึงในฐานะ "ผู้อาวุโส”" และกลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมออนไลน์กลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบบุคลิกของอดีตผู้นำ ซึ่งเคยทำงานในโรงงานผลิตรถยนต์และได้รับการฝึกอบรมในสหภาพโซเวียต
เจียงยังเป็นที่รู้จักจากบุคลิกที่เป็นกันเอง ความชื่นชอบการร้องเพลง และความสามารถในการท่องสุนทรพจน์ Gettysburg Address ของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นเป็นภาษาอังกฤษจากความทรงจำ
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังประกาศเตรียมออกเหรียญที่ระลึกพร้อมภาพของเจียงในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อรำลึกครบรอบ 100 ปีวันเกิดของเขา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีนที่ชื่นชอบอดีตผู้นำรายนี้
การรำลึกถึงเจียง เจ๋อหมิน จึงไม่ได้เป็นเพียงการสดุดีอดีตผู้นำ แต่ยังสะท้อนความพยายามของผู้นำจีนในปัจจุบันที่จะเชื่อมโยงยุคแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศเข้ากับภารกิจของจีนในศตวรรษที่ 21 ท่ามกลางการแข่งขันกับมหาอำนาจตะวันตกและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก.
ที่มา Reuters / AP