เวียดนามเดินหน้าเสริมเขี้ยวเล็บทางทะเล เริ่มพิธีวางกระดูกงูต่อเรือฟริเกตต่อต้านเรือดำน้ำอเนกประสงค์ลำใหม่ ที่อู่ต่อเรือซ่งทู เมืองดานัง ซึ่งเป็นเรือรบขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยสร้างในประเทศ พร้อมติดตั้งระบบอาวุธและเทคโนโลยีหลักที่พัฒนาขึ้นเอง ตอกย้ำนโยบายสร้างความพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท ซ่งทู คอร์ปอเรชัน สังกัดกระทรวงกลาโหมเวียดนาม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดพิธีเริ่มการต่อเรือฟริเกตอเนกประสงค์ปราบเรือดำน้ำลำใหม่ให้แก่กองทัพเรือเวียดนาม ณ เมืองดานัง โดยโครงการนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดเท่าที่เวียดนามเคยออกแบบและต่อขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมการและออกแบบมากว่า 36 เดือน
รายงานจากหนังสือพิมพ์ กวนตอยเญินเซิน สื่อของกองทัพเวียดนาม ระบุว่า โครงการดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญของการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีกลาโหม โดยยุทโธปกรณ์ อาวุธ และระบบควบคุมส่วนใหญ่จะได้รับการพัฒนา พัฒนาต่อยอด หรือประกอบขึ้นเองภายในประเทศ ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพเรือ อู่ต่อเรือซ่งทู และเครือข่ายโทรคมนาคมและเทคโนโลยีกองทัพอย่าง เวียดเทล (Viettel) ร่วมกับหน่วยวิจัยด้านการป้องกันประเทศอื่นๆ
พลโท ฝ่าม ฮว่าย นาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเวียดนาม เปิดเผยในพิธีว่า เรือฟริเกตต่อต้านดำน้ำรุ่นใหม่นี้จัดเป็นเรือรบยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาและทำลายเรือดำน้ำโดยเฉพาะ ตัวเรือจะได้รับการติดตั้งเรดาร์แบบ Phased-Array, ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน และขีปนาวุธต่อต้านเรือรบที่ทันสมัย ซึ่งพัฒนาโดยเครือเวียดเทลและโรงงานในสังกัดกรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ถือเป็นเรือรบที่มีสัดส่วนการใช้อะไหล่และเทคโนโลยีภายในประเทศ สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
พลโท ฝ่าม ฮว่าย นาม ยังได้เน้นย้ำถึงมติที่ 20 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ว่าด้วยการพัฒนาเวียดนามให้เป็นชาติทางทะเลที่เข้มแข็ง โดยระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เวียดนามจำเป็นต้องสร้างกองทัพที่ทันสมัยและมีอธิปไตยทางเทคโนโลยี เพื่อปกป้องอธิปไตยทางทะเลและเกาะแก่งของประเทศได้อย่างยั่งยืน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา กองทัพเรือเวียดนามเร่งเร่งยกระดับความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้จะพึ่งพาการนำเข้ายุทโธปกรณ์หลักจากรัสเซีย เช่น เรือดำน้ำชั้นคีโล และเรือฟริเกตชั้นเกพาร์ด แต่เวียดนามได้พยายามลดการพึ่งพาต่างชาติด้วยการขยายขีดความสามารถการผลิตภายในประเทศ ซึ่งเห็นได้จากฟลีตเรือยามฝั่งและเรือเร็วโจมตีติดขีปนาวุธที่ต่อขึ้นเอง
นอกจากนี้ เวียดนามมีกำหนดจัดงานแสดงยุทโธปกรณ์นานาชาติ ครั้งที่ 3 ขึ้นที่กรุงฮานอยในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อแสดงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายในระดับสากล.
ที่มา Reuters / nhandan.vn