เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศโคลอมเบีย ส่งแรงสั่นสะเทือนไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า มีผู้บาดเจ็บหลายราย และอาคารบางแห่งเสียหาย
เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ในประเทศโคลอมเบีย เมื่อเวลา 07.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 107 กม. ใกล้เมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ ในจังหวัดโชโก ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโบโกตาไปทางตะวันตกประมาณ 280 กิโลเมตร
นายนูเบีย คาโรลินา กอร์โดบา คูรี ผู้ว่าราชการจังหวัดโชโก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย ยืนยันว่า ในเมืองคิบโด ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด “มีผู้ได้รับบาดเจ็บและอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก” พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา
“เราเพิ่งประสบกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจังหวัดโชโก และเรากำลังกังวลเกี่ยวกับอาฟเตอร์ช็อก แม้ว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ใกล้กับเมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ แต่ก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีความเสียหายรุนแรงต่ออาคารบ้านเรือนในเมืองคิบโดซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด ขณะนี้เรากำลังเร่งประเมินความเสียหายและจะออกรายงานอย่างเป็นทางการฉบับแรกในเร็วๆ นี้”
ขณะเดียวกัน ฮวน ดิเอโก ปาติโญ ผู้ว่าราชการจังหวัดริซารัลดา ซึ่งอยู่ติดกัน ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุท้องถิ่น Blu Radio ว่า มี “ความเสียหายรุนแรงต่ออาคารบางแห่ง” ในเมืองเปเรรา ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด “สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นรุนแรงมาก ภาพที่เห็นน่าตกใจอย่างยิ่ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและด้านหน้าของอาคารพังทลายลงมา”
ส่วนที่กรุงโบโกตา รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น และประชาชนในอาคารหลายแห่งต่างอพยพลงมายังท้องถนนเพื่อความปลอดภัย
คาร์ลอส กาลาน นายกเทศมนตรีกรุงโบโกตา โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายทางโครงสร้าง มีเพียงรอยแตกร้าวบางแห่งในอาคารเท่านั้น”
ทั้งนี้ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิ
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ในรัฐตาชิรา ซึ่งเป็นรัฐชายแดนของเวเนซุเอลา และเมืองบาร์กิซิเมโต ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตก รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้เช่นกัน
อนึ่ง เวเนซุเอลาเพิ่งเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 ราย โดยส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายฝั่งใกล้กับกรุงการากัส
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : reuters