ทางการกรีซควบคุมตัวนายกเทศมนตรี พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 คน ข้อหาวางเพลิงจากเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาผลาญพื้นที่ใกล้กรุงเอเธนส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดประกายไฟจากสายไฟของฟาร์มกังหันลมเป็นต้นเหตุ
นายยานนิส อาโปสโตลู นายกเทศมนตรีเมืองสไตลีดา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 140 กิโลเมตร และเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีความเชื่อมโยงกับฟาร์มกังหันลม ถูกตำรวจควบคุมตัวพร้อมกับ 2 ผู้ต้องหา โดยพวกเขาถูกตั้งข้อหาวางเพลิงและทำให้สาธารณูปโภคของรัฐได้รับความเสียหาย ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ทั้งสามอาจเผชิญโทษจำคุกมากกว่า 10 ปี
สำนักงานข่าว ANA ของกรีซรายงานว่า ทางการมีคำสั่งระงับการดำเนินงานของฟาร์มกังหันลมดังกล่าวแล้ว โดยฟาร์มตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างภูมิภาคโบอีโอเชีย (Boeotia) และแอตติกา (Attica)
เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า ไฟเริ่มจากประกายไฟบริเวณสายไฟฟ้าแรงดันปานกลางเหนือศีรษะ ก่อนถูกกระแสลมกระโชกแรงซึ่งมีความเร็วสูงถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดให้ไฟลุกลามไปตามพื้นที่ลาดทางตอนใต้ของภูเขาคิไธรอนและขยายวงไปถึงเมืองแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 40 กิโลเมตร
เจ้าของกังหันลมยังถูกกล่าวหาว่าไม่ได้กำจัดพืชพรรณและวัชพืชบริเวณโดยรอบอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เชื้อเพลิงสำหรับไฟป่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ ANA รายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดไฟไหม้บริเวณสายไฟเส้นเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน
รายงานระบุว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการติดตั้งฟาร์มกังหันลมเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ชาวบ้านในพื้นที่เคยพยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการก่อสร้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
โดยเหตุไฟป่าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ใกล้หมู่บ้านชายทะเลอากิออส วาซิเลออส บริเวณเชิงเขา ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 85 กิโลเมตร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วท่ามกลางกระแสลมแรง
เหตุไฟป่าครั้งล่าสุดสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ป่า พุ่มไม้ และสวนมะกอก รวมถึงอาคารและบ้านเรือนมากกว่า 120 หลัง ในเมืองตากอากาศปอร์โต แยร์เมโน ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโครินธ์
นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรีซเผชิญเหตุไฟป่าหลายสิบจุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 3 ราย
นอกจากนี้ ลูกเรือเฮลิคอปเตอร์ 2 คนที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศกับอากาศยานอีกลำ
นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้ช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัดและภัยแล้งยาวนานขึ้น เกิดบ่อยขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้สภาพพื้นที่แห้งแล้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี และเพิ่มความเสี่ยงที่ไฟป่าจะลุกลามอย่างรวดเร็ว.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ