หญิงชาวจอร์เจียของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรพ. หลังติดฉลากชิ้นเนื้อผิดคน จนวินิจฉัยผิดว่าเธอเป็นมะเร็งมดลูก ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูกและใช้ชีวิตอยู่หลายเดือนโดยเชื่อว่าตัวเองเป็นมะเร็งรุนแรง
คาสซานดรา บาร์กส์เดล วัย 43 ปี และทนายความของเธอ ยื่นฟ้อง Kaiser Permanente องค์กรดูแลสุขภาพและให้บริการด้านประกันสุขภาพแบบครบวงจร โดยกล่าวหาว่าความผิดพลาดในการจัดการตัวอย่างชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยานำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่ไม่ถูกต้อง และทำให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นเวลาหลายเดือน
บาร์กส์เดลเดินทางไปพบแพทย์ที่ Kaiser Permanente Southwood Medical Center ในเมืองโจนส์โบโร รัฐจอร์เจีย ช่วงต้นปี 2025 หลังมีอาการเลือดออกมากผิดปกติและมี เนื้องอกมดลูก หรือไฟบรอยด์ ซึ่งเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งและเกิดขึ้นบริเวณมดลูก
เธอเข้ารับการตรวจชิ้นเนื้อเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2025 และได้รับแจ้งผลในวันที่ 17 มีนาคมว่า พบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรง
บาร์กส์เดลเล่าว่า แพทย์แจ้งว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-5 ปี และเธอจึงเชื่อว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคมะเร็งที่ร้ายแรง
แม้ผล CT scan ในเวลาต่อมาจะไม่พบมะเร็ง แต่เมื่อเธอไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล Northside กลับได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เธอยังคงเชื่อว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง
ตามคำฟ้อง บาร์กส์เดลเข้ารับการผ่าตัดมดลูกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 และหลังการผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าผลตรวจชิ้นเนื้อจากมดลูกกลับ ไม่พบเซลล์มะเร็ง
แพทย์จึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลตรวจจาก Kaiser Permanente และระบุว่าควรมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อนดังกล่าว
ต่อมาในเดือนกันยายน 2025 ฝ่ายบริหารความเสี่ยงของ Kaiser Permanente ติดต่อบาร์กส์เดลและแจ้งว่า ผลตรวจชิ้นเนื้อที่เธอได้รับก่อนหน้านี้เป็นของผู้ป่วยอีกคน โดยมีการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยรายอื่นมาติดฉลากว่าเป็นของเธอ
ตามคำฟ้อง การตรวจ DNA ในภายหลังพบว่า ชิ้นเนื้อที่แสดงผลเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรงนั้น ไม่ได้เป็นของบาร์กส์เดล แต่เป็นของผู้ป่วยอีกคน
แชนนอน ยัง ทนายความของบาร์กส์เดล กล่าวว่า ลูกความของเธอเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับอาการเลือดออกและเนื้องอกมดลูก แต่กลับได้รับการวินิจฉัยโรคที่ไม่ใช่ของตัวเอง และการรักษาทุกขั้นตอนหลังจากนั้นล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ผิดพลาด
บาร์กส์เดลกล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่าเกิดความผิดพลาด เธอเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก ร้องไห้ทุกวัน และมีความคิดฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังสูญเสียความไว้วางใจต่อระบบการแพทย์ และรู้สึกหวาดกลัวที่จะกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง
ทนายความระบุว่า แม้เงินชดเชยจะไม่สามารถนำอวัยวะที่ถูกผ่าตัดออกไปแล้วกลับคืนมา หรือทำให้ความบอบช้ำทางจิตใจหายไปได้ แต่การฟ้องร้องเป็นช่องทางที่ครอบครัวเลือกใช้เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและความยุติธรรม
ด้าน Kaiser Permanente ออกแถลงการณ์ระบุว่า "บาร์กส์เดลไม่ควรต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้" พร้อมระบุว่าองค์กรมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมและมีกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดในลักษณะดังกล่าว
Kaiser Permanenteระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ได้ดำเนินมาตรการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และพร้อมทำงานร่วมกับบาร์กส์เดลและทนายความ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยอีกรายที่เป็นเจ้าของตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ถูกนำมาติดฉลากผิด รวมถึงไม่ทราบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับผลกระทบหรือการรักษามะเร็งล่าช้าหรือไม่
ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าความผิดพลาดจากการติดฉลากหรือสลับตัวอย่างชิ้นเนื้อระหว่างการตรวจทางพยาธิวิทยาเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด แต่เคยมีคดีในสหรัฐฯ ที่ผู้ป่วยรายอื่นฟ้องร้องจากความผิดพลาดในลักษณะคล้ายกัน
นักวิจัยยังเคยพบกรณีการระบุตัวอย่างชิ้นเนื้อจากการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากผิดพลาดหลายกรณี และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ได้พัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหา เช่น การใช้ระบบบาร์โค้ดสำหรับติดฉลากตัวอย่าง และการตรวจสอบตัวอย่าง ณ จุดให้บริการ
คดีของบาร์กส์เดลเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่แน่นอน โดยคดีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ