ไฟป่าครั้งใหญ่ในแคว้นฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เผยให้เห็นกระสุนปืนใหญ่และวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ราว 400 ลูกในหมู่บ้านเลอ ปอร์ฌ ซึ่งถูกไฟเผาทำลายบ้านเรือนกว่า 180 หลัง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฏิบัติการเก็บกู้และเก็บกู้วัตถุระเบิด ก่อนอนุญาตให้ประชาชนทยอยกลับเข้าบ้าน
เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในแคว้นฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้พบกระสุนปืนใหญ่และวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณ 400 ลูก ในพื้นที่หมู่บ้านเลอ ปอร์ฌ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากไฟป่า
เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดดำเนินงานในพื้นที่มาหลายวัน ก่อนที่ประชาชนทั้งหมดจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าบ้านเมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม หลังพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการตรวจสอบและเก็บกู้กระสุนที่พบอยู่บนพื้นดินแล้ว
เลอ ปอร์ฌ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากไฟป่า โดยมีบ้านเรือนมากกว่า 180 หลังถูกไฟเผาทำลาย ภาพจากพื้นที่เผยให้เห็นซากบ้านเรือนที่ถูกเผาจนเหลือเพียงโครงสร้างและเศษซาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถตรวจการณ์เข้าสำรวจพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้
กระสุนที่พบมีทั้งของเยอรมนีและฝรั่งเศส ส่วนใหญ่เป็นกระสุนปืนครก รวมถึงกระสุนต่อต้านรถถังแบบหัวระเบิดแรงสูง โดยบางส่วนมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร อยู่ในสภาพเก่า สนิมเกาะ และถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานหลายสิบปี
โธมัส มิมิอาก ผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิง กล่าวว่า ระหว่างเกิดไฟป่า เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้ง ซึ่งในตอนแรกเข้าใจว่าอาจเป็นถังก๊าซระเบิด แต่ภายหลังมีความเป็นไปได้ว่าเสียงดังกล่าวเกิดจากกระสุนที่ถูกความร้อนจากไฟป่ากระตุ้นให้เกิดการระเบิด
มาร์กชาล ซานิเน็ตติ นายกเทศมนตรีเมืองเลอ ปอร์ฌ กล่าวว่า ในคืนที่สองของเหตุไฟป่า มีเสียงระเบิดมากกว่า 100 ครั้ง จนเขาเปรียบว่าเหมือน “เสียงของสงคราม” โดยยอมรับว่าแม้แต่ทางการท้องถิ่นเองก็ไม่ทราบมาก่อนว่ามีกระสุนสงครามฝังอยู่ในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ระบุว่า กระสุนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในคลังเก็บอาวุธอย่างเป็นทางการ และคาดว่าอาจเป็นวัตถุระเบิดที่ถูกทิ้งไว้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าถูกนำมาทิ้งไว้ในพื้นที่เมื่อใดและด้วยเหตุใด
เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดระบุว่า กระสุนจะถูกนำไปเก็บรักษาอย่างปลอดภัย ก่อนส่งไปทำลายในพื้นที่ทหาร ขณะที่กระสุนที่ยังฝังอยู่ใต้ดินจะได้รับการตรวจสอบและเก็บกู้ในภายหลัง เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับการนำประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัยก่อน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า กระสุนเก่ามีความอ่อนไหวต่อการระเบิดมากขึ้นตามกาลเวลา และความร้อนจากไฟป่าอาจเพิ่มความเสี่ยงให้วัตถุระเบิดเหล่านี้ทำงาน จึงยังมีการปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อความปลอดภัย
แม้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้แล้ว แต่พื้นที่บางจุดยังคงถูกห้ามเข้า รวมถึงเส้นทางไปชายหาด พื้นที่ตั้งแคมป์ และหมู่บ้านลา ฌ็องนี โดยมีการติดป้ายเตือนว่า “อันตรายถึงชีวิต ระวังกระสุนปืนใหญ่”
ไฟป่าในแคว้นฌีรงด์ครั้งนี้เผาผลาญพื้นที่มากกว่า 40,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 250,000 ไร่ ภายในเวลาราว 10 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยถือเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในแคว้นฌีรงด์กำลังเข้าสู่ “ระยะใหม่” และประชาชนที่ได้รับคำสั่งอพยพกำลังทยอยกลับบ้าน
ไฟป่ารุนแรงยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสเปนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 330,000 คนต้องอพยพ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอากาศร้อนจัดและภัยแล้งที่ยืดเยื้อกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ารุนแรงและบ่อยครั้งขึ้นในภูมิภาคยุโรป.
ที่มา AFP / BBC / Ouest-France