สองพี่น้องนักตกปลาในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ ตกได้ลูกฉลามเสือ บริเวณชายหาดในเมืองฟอลเมาท์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แทบไม่เคยพบฉลามชนิดนี้ โดยนักวิทย์ระบุนี่อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของภาวะโลกร้อน
เนต รูเอตต์ และน้องชาย เนลสัน รูเอตต์ ออกตกปลาฉลามในช่วงเวลากลางคืนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม โดยตั้งใจจะตกฉลามสีน้ำตาล ซึ่งพบได้ทั่วไปในพื้นที่ แต่เมื่อดึงเบ็ดขึ้นมาทั้งคู่กลับพบลูกฉลามเสือความยาวประมาณ 5 ฟุต หรือราว 1.5 เมตร ก่อนจะปล่อยกลับคืนสู่ทะเลอย่างปลอดภัย
เนลสันซึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการโซเชียลมีเดียของนิตยสาร On The Water เล่าว่า ทันทีที่เห็นลายพาดขวางบนลำตัว ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฉลามเสือ และรีบตะโกนเรียกพี่ชายด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะพบฉลามชนิดนี้ในน่านน้ำทางตอนเหนือของสหรัฐฯ
โดยปกติฉลามเสือ เป็นสัตว์นักล่าที่พบได้ในทะเลเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เช่น ทะเลแคริบเบียน และสามารถเติบโตได้ยาวกว่า 4.6 เมตร มีน้ำหนักมากถึง 635 กิโลกรัม พวกมันขึ้นชื่อว่าเป็นนักล่าที่กินสัตว์ทะเลได้แทบทุกชนิด ทั้งปลา สัตว์น้ำเปลือกแข็ง นกทะเล และยังมีชื่อเสียงจากการกลืนวัตถุแปลกปลอมที่มนุษย์ทิ้งลงทะเล เช่น ป้ายทะเบียนรถ หรือรองเท้า ซึ่งเคยถูกพบในกระเพาะของฉลามหลายครั้ง
แม้ว่าฉลามเสือโตเต็มวัยจะถูกจัดเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ฉลามที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากที่สุด แต่เหตุการณ์ฉลามทำร้ายคนจนเสียชีวิตโดยไม่มีการยั่วยุนั้น ถือว่าเกิดขึ้นน้อยมาก
ด้าน จอห์น ชิสโฮล์ม นักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยสิ่งมีชีวิตทางทะเล Anderson Cabot Center for Ocean Life แห่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนิวอิงแลนด์ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพบลูกฉลามเสือในน่านน้ำทางตอนเหนือบ่อยขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลในภูมิภาคนิวอิงแลนด์เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน
เขาอธิบายว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในช่วงฤดูร้อนอาจสูงแตะ ประมาณ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับลูกฉลามเสือ และคาดว่าจะพบฉลามชนิดนี้ในพื้นที่มากขึ้นในอนาคต
นักวิทยาศาสตร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การพบลูกฉลามเสือในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งแต่เดิมพบได้น้อยมาก อาจหมายความว่า ชายฝั่งนิวอิงแลนด์กำลังกลายเป็น แหล่งอนุบาลตามธรรมชาติแห่งใหม่ของฉลามเสือ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาวยังคงต้องติดตามและศึกษาต่อไป.
ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ