EU เพิ่มการสนับสนุนด้านการเทคนิคและงบประมาณแก่โมร็อกโก เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน หลังเกิดเหตุผู้อพยพหลายหมื่นคนทะลักเข้าสู่เมืองเซวตา ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. 2569 นาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยื่นข้อเสนอให้สหภาพยุโรป (EU) ยกระดับการป้องกันชายแดน และเพิ่มความช่วยเหลือแก่ประเทศโมร็อกโก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผู้อพยพกว่า 50,000 คน ทะลักข้ามชายแดนเข้าสู่เมือง เซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกาเหนืออีก

เหตุการณ์ผู้อพยพจำนวนหลายหมื่นคนแห่ว่ายน้ำอ้อมรั้วกั้นชายแดนโมร็อกโก-เซวตา ซึ่งยื่นลงไปในทะเล เมื่อสัปดาห์ก่อน สร้างความตระหนกตกใจให้กับประเทศสมาชิกอียูอย่างมาก

ทางการโมร็อกโกระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากข้อมูลเท็จที่แก๊งลักลอบขนคนเข้าเมืองโหมกระพือบนโลกออนไลน์ว่า ชายแดนสเปนเปิดรับผู้อพยพ และการตีความคำตัดสินของศาลสเปนผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่ฝ่ารั้วกั้นเข้ามาไม่พบอาหารและการต้อนรับ ทำให้ต้องเดินทางกลับเข้าสู่ฝั่งโมร็อกโกในที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อิตาลีสั่งระงับข้อตกลงเชงเกน (การข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง) กับสเปนชั่วคราว เป็นเวลา 1 เดือน ขณะที่ 22 จาก 27 ประเทศสมาชิก EU เรียกร้องให้มีมาตรการประสานงานร่วมกันเพื่อกระชับความมั่นคงบริเวณชายแดนภายนอก

ประธานกรรมาธิการยุโรปเน้นย้ำว่า โมร็อกโกเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สำคัญในการปราบปรามการลักลอบขนส่งผู้อพยพ โดย EU พร้อมร่วมมือกับสเปนเพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และเพิ่มการสนับสนุนด้านเทคนิคและงบประมาณแก่โมร็อกโก

อนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบใหญ่ครั้งแรกของ “สนธิสัญญาย้ายถิ่นฐานใหม่ของ EU” ซึ่งเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกันในการจัดการปัญหาผู้อพยพ

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสนธิสัญญาดังกล่าวไม่สามารถจัดการกับวิกฤตจริงได้ มันจะบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อผู้นำยุโรป และกลายเป็นเครื่องมือหาเสียงทางการเมืองให้แก่ฝ่ายขวาจัดในหลายประเทศที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การที่ยุโรปหันไปพึ่งพาประเทศในแอฟริกาเหนือ (เช่น โมร็อกโก) ในการชะลอและคุมเข้มผู้อพยพ แม้จะช่วยลดจำนวนผู้อพยพได้ในระยะสั้น แต่ก็ทำให้ประเทศเหล่านี้ถือไพ่เหนือกว่า และอาจใช้เรื่องการปล่อยให้ผู้อพยพทะลักเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองหรือเศรษฐกิจกับยุโรปได้ในอนาคต


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna