สำนักข่าวต่างประเทศ เสนอข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน ไทยและเมียนมา เป็นระยะๆ มีภาพ ตึก 30 ชั้น สตง.ใหม่ ทรุดตัวลงกองอยู่กับพื้น แม้จะยังสรุปความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้ คาดว่า เมียนมา จะมีผู้เสียชีวิตนับพันคน ส่วนของไทยตัวเลขยังไม่แน่นอนเนื่องจากอยู่ในระหว่างค้นหาผู้รอดชีวิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากประเทศต่างๆทยอยเข้าให้การช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้สั่งการในเรื่องนี้แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าสลดใจอย่างมาก ขณะที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ ระบุว่า ขอภาวนาให้ชาวพม่าและชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และยืนยันว่า พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวเอาไว้ในส่วนของ ยูเอ็น ออกแถลงการณ์จัดงบฉุกเฉิน 5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 170 ล้านบาท จากกองทุนบรรเทาภัยฉุกเฉินของสหประชาชาติ เข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวแล้วความเสียหายในเบื้องต้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้สำหรับประเทศไทย คงยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ ที่แน่ๆ ตึก สตง.แห่งใหม่มูลค่า 2 พันกว่าล้านบาท หายวับไปกับตา ขึ้นอยู่กับว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ควบคุมการก่อสร้าง ประกันภัย จะรับผิดชอบมากแค่ไหน ในเบื้องต้นโยนความรับผิดชอบไปมาระหว่างคนออกแบบกับวิศวกรควบคุมการก่อสร้าง และสุดท้ายก็จะไปจบที่เหตุสุดวิสัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ จับมือใครดมไม่ได้ส่วนผลกระทบด้านอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว หรือการลงทุน ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคลี่คลายปัญหาได้เร็วแค่ไหน และสร้างความเชื่อมั่นได้แค่ไหนจะว่าไปแล้ว ประเทศไทยกำลังจะเจอกับมรสุมหลายด้านตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป และจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศโดยตรงอาทิ นักวิเคราะห์ทั่วโลก เริ่มแสดงความกังวลต่อมาตรการ เขย่าอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั่วโลกของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ด้วยการเตรียมขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์อีก 25% แค่อยู่ในขั้นเตรียมการเท่านั้น ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลงไป 155.09 จุด ส่งผลกระทบในเชิงลบที่ลุกลาม กลายเป็นสงครามการค้ารอบใหม่ ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเดือนนี้ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ เดือน พ.ค.ขึ้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ โดยทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนใจแน่นอน นอกจากว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะยอมย้ายฐานการผลิตไปที่สหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษี แน่นอนว่า มีบริษัทส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯปีละกว่า 8 ล้านคัน มีมูลค่ากว่า 2.4 แสนล้าน เม็กซิโก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมนี ได้รับผลกระทบแน่นอน จีนไม่ต้องพูดถึง หนักกว่าที่อื่น ส่วนไทยส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯเป็นอันดับ 16 ของโลก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีมูลค่าการส่งออกกว่า 4 หมื่นคันต่อปี จะไปเหลืออะไร.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม