ที่ผ่านมามีรายงานการกระทำความผิดคดีอาญาของเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยังมีความโหดเหี้ยมรุนแรงไม่แพ้การกระทำของผู้บรรลุนิติภาวะ ทำให้รู้สึกสะท้อนใจขณะที่ยังถือเป็นแนวโน้มที่น่ากังวล ขณะที่นานาชาติมีกฎเกณฑ์ปกป้องคุ้มครองเด็กและผู้เยาว์ผู้กระทำผิดในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับผิดทางคดีอาญา ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเกิดคำถามว่า ถึงเวลาปรับเปลี่ยนกฎหมายให้รับผิดตามการกระทำมากกว่าการพิจารณาเงื่อนไขเรื่องอายุแล้วหรือยัง?เช่นเดียวกับที่จังหวัดหานตาน ทางใต้สุดของมณฑลเหอเป่ย สำนักงานอัยการไฟเขียวให้ ดำเนินคดีอาญาเด็กชาย 3 คน ล้วนแต่มีอายุ 13 ปี ถูกกล่าวหาว่าร่วมก่อเหตุฆาตกรรมเด็กชายวัย 13 ปี แซ่หวัง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน เป็นคดีสยองขวัญสั่นประสาทสร้างความตื่นตระหนกให้คนทั้งชาติ จุดชนวนให้สังคมจีนถกเถียงว่า ควรปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงอย่างไร?ในคดีดังกล่าวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีพฤติกรรมรังแกผู้ตายมาเป็นเวลานาน ก่อนที่ในที่สุดจะลงมือสังหารเมื่อวันที่ 10 มี.ค. และจัดการฝังศพของเด็กชายหวังไว้ในเรือนกระจกร้าง ก่อนถูกจับกุมได้ในวันต่อมา สื่อท้องถิ่นยังระบุว่า สภาพศพของเด็กชายผู้ตายแสดงให้เห็นว่าถูกพลั่วฟาดที่ใบหน้าอย่างรุนแรง โหดเหี้ยมเกินวัย พ่อของเหยื่อร่ำไห้แสดงความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส ยังเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้อาชญากรเด็กทั้ง 3 คนต้อง “ชดใช้ด้วยชีวิต”ขณะที่จีนมีการปรับลดอายุผู้ต้องรับผิดทางอาญาเมื่อปี 2564 จากมาตรฐานสากลที่ 14 ปี เปลี่ยนเป็น 12 ปีสำหรับความผิด “กรณีพิเศษ” อย่างเช่น การทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตด้วย “วิธีการที่โหดร้ายอย่างยิ่ง” ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายจีนผู้กระทำความผิดฐานฆาตกรรมมีโทษจำคุกหรือโทษประหารชีวิต แต่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้รับการยกเว้นไม่สามารถรับโทษประหารชีวิตได้ แม้ว่าจะลดอายุที่ต้องรับผิดชอบทางอาญาแล้วก็ตามคดีดังกล่าว ศาสตราจารย์หร่วน ฉีหลินจากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และกฎหมายแห่งประเทศจีน ให้ความเห็นว่าผู้ต้องสงสัยเด็กทั้ง 3 คน จะต้องรับผิดชอบต่อการฆาตกรรมโดยเจตนา มองว่าโทษสูงสุดตามกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้ในกรณีนี้คือ “จำคุกตลอดชีวิต” ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายรายเชื่อว่า คดีดังกล่าวอาจสร้างบรรทัดฐานสำหรับการปฏิบัติต่ออาชญากรเด็กในอนาคต แต่สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือจำเป็นต้องมีความร่วมมือหลายฝ่ายเพื่อจัดการกับอาชญากรรมจากเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพรอบด้านทั้งกระบวนการ.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม