พันธมิตรโรคและพันธมิตรโลก

ข่าว

      พันธมิตรโรคและพันธมิตรโลก

      หมัดเหล็ก
      7 ม.ค. 2565 05:33 น.
      SHARE

      พันธมิตรโรคและพันธมิตรโลก

      หมัดเหล็ก

      7 ม.ค. 2565 05:33 น.

      การทำหน้าที่ของ องค์การอนามัยโลก ในการทุ่มเทรับมือกับ โควิด-19 และ บริษัทยา นักวิจัย ที่คิดค้น วัคซีนต้านไวรัส โควิด-19 ได้เป็นผลสำเร็จ ต้องยกย่องให้ เป็นบุคคลสำคัญแห่งปี 2564 ที่ผ่านมา ถ้าเราไม่มี แอสตราเซเนกา เราไม่มีไฟเซอร์ เราไม่มีโมเดอร์นา หรือคนไทยไม่มีซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม ตอนนี้โลกคงวุ่นวายขนาดหนัก คนตายคงหลายล้าน คนติดเชื้อคงมากกว่า 200-300 ล้านคนขึ้นไป เศรษฐกิจโลก คุณภาพชีวิตและความสุขของชาวโลกจะหายไปในพริบตาเดียว

      โครงการโคแวกซ์ ที่ องค์การอนามัยโลก บังคับให้บริษัทยาต่างๆขายยาให้กับ ประเทศที่ยากจน ในราคาที่ถูกและได้เข้าถึงก่อน ถือว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำของมนุษย์ในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตและสิทธิมนุษยชน ถ้าไม่มีโครงการนี้ ประชากรของประเทศยากจนคงสูญเสียมากกว่านี้ การเป็น พันธมิตรโรค ที่ช่วยกันบริจาควัคซีนโควิดจากประเทศร่ำรวยไปสู่ประเทศที่ยากจน ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น

      ไม่ว่าโควิด-19 จะบรรเทาหรือหมดไปจากโลกใบนี้หรือไม่ก็ตาม ไม่ได้มีความหมายเท่ากับ มนุษย์จะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้มีความสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน

      เรื่องของ สงครามเย็น หรือ สงครามโลกครั้งที่ 3 มีการพูดถึงกันมากในกรอบเวทีต่างประเทศ แต่ประเทศมหาอำนาจกลับให้ความสำคัญกับปัญหา โลกร้อน ตามข้อตกลงลดคาร์บอนหรือคาร์บอนต่ำ บรรจุเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะทำตามข้อตกลงในการลดก๊าซคาร์บอนหรือลดภาวะโลกร้อนให้ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้

      ท่าทีทางการทหาร ระหว่าง สหรัฐฯ รัสเซีย และ จีน ดูจากการแทรกแซงในเขตความขัดแย้ง อาทิ ยูเครน หรือ ไต้หวัน หรือ เกาหลีเหนือ หรือแม้แต่ใน อัฟกานิสถาน ในตะวันออกกลาง ดูเป็นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยมากขึ้น แม้กิจกรรมระหว่างประเทศมหาอำนาจจะดูเอาจริงเอาจังก็ตามที

      ภาพการประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ระหว่าง ประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่พยายามจะแสวงหาการสนับสนุนซึ่งกันและกันในช่วงเวลาของความขัดแย้ง ลึกๆก็คือทางออกในการที่จะสร้างพันธมิตรโลก

      ภาพของการจับมือระหว่าง คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ประกาศยุทธศาสตร์ของประเทศจะเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจนและการขาดแคลนอาหาร มากกว่า สงคราม กับ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ หรือการประกาศจุดยืนของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่จะนำประเทศ เป็นอันดับ 1 ของการพัฒนาเทคโนโลยี อุตสาหกรรมและการขนส่งชั้นสูง เทรนด์โลกปีนี้กำลังต้องการสร้างพันธมิตรมากกว่า สงคราม

      การเชื่อมการคมนาคมและโทรคมนาคมระหว่างซีกโลก การลดการแทรกแซงของมหาอำนาจ โดยเฉพาะการเมืองภายใน เช่นในเมียนมาที่กำลังร้อนระอุจากสงครามกลางเมืองในขณะนี้ ไม่ได้แปลว่าอุณหภูมิสงครามจะเย็นลงเลยทีเดียว เพียงแต่ว่ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจนำการเมืองกำลังเป็นไปตามสถานการณ์โลกบังคับ

      โลกกำลังล้อมประเทศด้วยมาตรการปากท้อง.

      หมัดเหล็ก
      mudlek@thairath.co.th

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        ทูตฯเวียดนาม กังวลคนไทยติดโควิด-19
        04:12

        ทูตฯเวียดนาม กังวลคนไทยติดโควิด-19


        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2565 เวลา 07:39 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์