“บิ๊กต่อ-ผบช.ก.” เผยสั่งตำรวจ ปอศ.เร่งสอบเส้นเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี โดย “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” หลังพบข้อมูลมียอดเงินบริจาคแตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมตรวจสอบการใช้เงินว่าผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ยัน ไม่เกินวันจันทร์หน้า คดีมีความชัดเจนแน่ หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร ดำเนินคดีทั้งหมด

   


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 พ.ย.69 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 10 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลัง น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” แจ้งความบก.ปอศ.ดำเนินคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธานมูลนิธิ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ใน 3 ข้อกล่าวหา คือ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

    


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หลัง คุณออยศรี แจ้งความร้องทุกข์ และให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.แล้ว ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานอีกครั้ง เพื่อพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าไม่เกินวันจันทร์หน้า (9 พ.ย. 69) จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

  


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการบริหารเงินของมูลนิธิ โดยเฉพาะอำนาจของประธานมูลนิธิในการอนุมัติใช้จ่ายเงินว่า สามารถอนุมัติได้ในวงเงินเท่าใด หากมีการใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดและต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการมูลนิธิหรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการและได้รับอนุมัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่



สำหรับประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของมูลนิธิ มีกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลอยู่แล้ว จึงต้องตรวจสอบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือไม่

  


ผบช.ก.กล่าวต่ออีกว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการนำทรัพย์สินไปยักย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลง หรือส่งต่อให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นดำเนินการ จะต้องนำพฤติการณ์ดังกล่าวมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก



สำหรับประเด็นจำนวนเงินหมุนเวียนและยอดเงินบริจาคของมูลนิธิ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามูลนิธิฯ มีการดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่ประมาณปี 2562 ทั้งในส่วนบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ ขณะที่มูลนิธิมีการจดทะเบียนจัดตั้งประมาณปี 2567 จึงต้องตรวจสอบข้อมูลทางการเงินย้อนหลังให้ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าวด้วย



ส่วนยอดเงินบริจาคที่ได้รับนั้น จากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนพบว่ามีจำนวนค่อนข้างสูง เนื่องจากมีทั้งบุคคลมีชื่อเสียง ดารา และประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากจากข้อมูลเบื้องต้นยอดเงินที่รับบริจาค มีมูลค่าเกือบถึง 1,000 ล้านบาท


เมื่อถามถึงกรณีที่ออยศรีเป็นผู้บริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท แต่มีการกล่าวถึงมูลค่าความเสียหายที่อาจสูงกว่านั้นมาก พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ อธิบายว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจริง ผู้ที่หลงเชื่อ และโอนเงินบริจาคย่อมอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะบริจาคเงิน 5 บาท 10 บาท 1,000 บาท หรือหลักล้านบาทก็ตาม เพราะหากเป็นการหลอกลวงประชาชนจริง จำนวนเงินที่โอนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ทั้งหมดต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานก่อน


ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีบุคคลเพียงรายเดียวต้องรับผิดชอบในคดีนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด จะต้องดำเนินคดีกับบุคคลนั้นทั้งหมด โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นบุคคลใดหรือมีจำนวนกี่ราย

     


เมื่อถามว่า ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าจะมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน จำนวนกรรมที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงมูลค่าความเสียหาย และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การจะเชิญผู้ถูกกล่าวหา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากข้อมูลที่ออยศรีนำมาแจ้งความ ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน หากบุคคลใดที่มีข้อมูล เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้น สามารถเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การดำเนินคดีต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้ร้อง มูลนิธิองค์กรทำดี และคุณบุ๋มปนัดดา ทุกขั้นตอนต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันกับประชาชนว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบทุกมิติ ทั้งเรื่องการเงินส่วนบุคคล เงินบริจาคที่ได้รับ ตลอดจนการบริหารจัดการมูลนิธิ ว่ามีขั้นตอนไหนดำเนินการไม่ถูกต้องหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่.