เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อมพื้นที่ จับตัวหนุ่มกางเกงแดง ชักปืนยิงใส่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน พบหนีซุกป่าหญ้า ตรวจสอบประวัติ พบมีหมายจับพยายามฆ่า ขับรถประมาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 26 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พุทธมณฑล ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการนัดส่งมอบยาเสพติดภายในซอยโรงเรียนคลองโยง จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อวางแผนจับกุม
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักคนงานภายในร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นยาเสพติดโชยออกมา และสังเกตเห็นประตูด้านหน้าเปิดทิ้งไว้ พบชายต้องสงสัยกำลังนั่งเสพยาบ้าอยู่ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ ทันใดนั้นผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่และเหลือบไปเห็นอาวุธปืนที่วางอยู่ข้างลำตัว จึงขัดขืนและพยายามเอื้อมมือไปคว้าปืน ก่อนจะวิ่งหนีออกทางหลังห้อง มุ่งหน้าลงทุ่งนาและคันนามุ่งหน้าไปทางคลองน้ำ เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดพร้อมขอกำลังเสริม
ระหว่างการไล่ล่า คนร้ายเห็นจวนตัวจึงหันปากกระบอกปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหนี ก่อนจะอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีหายไปทางหลังบ้านเรือนประชาชนบริเวณ ม.4 ต.มหาสวัสดิ์ จากนั้นมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่าพบเห็นคนร้ายกระโดดข้ามคลองวิ่งเข้าไปในซอย 39 ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกดังกล่าว พบภาพชายต้องสงสัยวิ่งผ่านหน้าบ้านเมื่อเวลาประมาณ 15.48 น. ในลักษณะถอดเสื้อ นุ่งกางเกงสีแดง
ต่อมา พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล, นายสัญชัย ภักดีโชติชวลิต นายอำเภอพุทธมณฑล, นายจิรเกียรติ สิทธิเวช ปลัดอำเภอพุทธมณฑล นำกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบัญชาการสถานการณ์ด้วยตนเอง
จากการตรวจค้นห้องพักของคนร้าย ทราบชื่อต่อมาคือ นายไกรวิชญ์ บุญทอง อายุ 55 ปี ชาว อ.เขาพนม จ.กระบี่ พบของกลางผิดกฎหมายจำนวนมาก ได้แก่ อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุนบรรจุในรังเพลิง 4 นัด, อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก, ยาไอซ์ จำนวน 2 ถุงเล็ก และยาบ้า จำนวน 5 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสาน พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ (อินทรี 7) พร้อมโดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) บินปูพรมสแกนพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากจุดที่คนร้ายหลบหนีเป็นทุ่งนา สวนป่ารกร้าง และมีลำคลองหลายสาย ประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) บริเวณศาลา หมู่ 1 ต.คลองโยง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะศิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังชุดสืบสวนและกำลัง สภ.นครชัยศรี ปิดล้อมพื้นที่อย่างรัดกุม
พร้อมประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์เตือนภัยชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและมีพฤติกรรมยิงต่อสู้เจ้าพนักงาน หากพบเห็นชายต้องสงสัย ลักษณะถอดเสื้อ สวมกางเกงสีแดง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ศปก. หรือโทรแจ้ง 191 ทันที
กระทั่งเวลา 02.30 น. วันนี้ (27 ต.ค. 69) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายไกรวิชญ์ได้แล้ว ภายในป่าหญ้าที่เจ้าหน้าที่มีการปิดล้อมเอาไว้ ก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายไกรวิชญ์ พบว่ามีประวัติโชกโชน และมีหมายจับติดตัว 2 หมาย ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ในข้อหา "พยายามฆ่าผู้อื่น, มีและพกพาอาวุธปืนฯ" (อายุความ 20 ปี) ท้องที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ ข้อหา "ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย" ท้องที่ สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืนในหลายพื้นที่ และมีประวัติต้องโทษจำคุกในคดีความผิดต่อชีวิต, พ.ร.บ.อาวุธปืน และยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง โดยเพิ่งพ้นโทษคดีอาวุธปืนมาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2566 ก่อนจะมาก่อเหตุยิงเบิกทางหนีตำรวจในครั้งนี้
ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


