ผบก.ภ.จว.จันทบุรี นำแถลงผลงานตำรวจสืบสวนจันทบุรี จับกุมหนุ่มโรแมนซ์สแกม หลอกลวงให้รักใช้ AI สร้างและดัดแปลงภาพเอกสารปลอม อ้างมีเงินฝากในบัญชีกว่า 14 ล้านบาท สร้างความน่าเชื่อถือก่อนออกอุบายขอยืมเงินต่อเนื่อง พบผู้เสียหายโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้มากถึง 623 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 21.28 ล้านบาท ขยายผลตรวจสอบ 4 จุด เบื้องต้นพบเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปเล่นพนันออนไลน์ ประเภทสล็อต


เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี นำโดย พ.ต.อ.พีรพล เสลารัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.ท.ภัควัต เมฆฉาย สว.กก.สส.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุม นายพงศ์ธรฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 196/2569 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ การปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และฉ้อโกง


พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้ตรวจสอบข้อมูลคดีและแถลงข่าวถึงพฤติการณ์การหลอกลวง ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้รู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2568 ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์ในลักษณะเชิงชู้สาว ใช้คำพูดหวานหว่านล้อมจนผู้เสียหายเกิดความรักและความไว้วางใจ จากนั้นเริ่มออกอุบายขอยืมเงินโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ พร้อมรับปากว่าจะนำเงินมาคืน


ต่อมาผู้ต้องหาได้ส่งภาพเอกสารที่อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองยอดเงินฝากจากธนาคารแห่งหนึ่ง ผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยระบุยอดเงินฝากสูงถึง 14,067,897.05 บาท เพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองมีฐานะทางการเงินมั่นคงและมีเงินเพียงพอสำหรับชำระหนี้คืน



นอกจากนี้ ยังนำเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารจาก สภ.เมืองนนทบุรี มาแสดง โดยกล่าวอ้างว่ามารดาถูกจับกุมในคดีการพนันหวยใต้ดิน และจำเป็นต้องใช้เงินชำระค่าปรับ แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่าเอกสารทั้งสองรายการเป็นเอกสารปลอม


ประเด็นสำคัญของคดี คือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง โดยผู้ต้องหาให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ได้ใช้ AI ช่วยสร้างและดัดแปลงภาพเอกสาร แก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ยอดเงินและตัวเลข เพื่อให้เอกสารดูสมจริงและน่าเชื่อถือ เสมือนเป็นเอกสารที่ออกโดยธนาคารหรือหน่วยงานราชการจริง หวังทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองมีเงินอยู่ในบัญชีจำนวนมากและสามารถคืนเงินได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง


จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ผู้เสียหายได้มอบเงินและทรัพย์สินให้ผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 623 ครั้ง ระหว่างวันที่ 21 เมษายน 2568 ถึง 19 กันยายน 2569 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 21,287,731.88 บาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจสอบพื้นที่เกี่ยวข้องรวม 4 จุด ได้แก่


* ที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดจับกุมผู้ต้องหา

* ธนาคารภายในห้างฯย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน

* คอนโดมิเนียมย่านอโศก-เพชรบุรี กรุงเทพมหานคร

* บ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม


ขณะเดียวกัน จากการสืบสวนขยายผลเบื้องต้นพบว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงถูกนำไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัวบางส่วน แต่เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปเล่นพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการพนันประเภทสล็อต

คดีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ของการหลอกลวงรูปแบบ Romance Scam ที่ใช้ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวสร้างความไว้วางใจ ก่อนนำเอกสารปลอมมาใช้ประกอบคำกล่าวอ้างเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมมอบเงินอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสะท้อนความเสี่ยงจากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้างหรือดัดแปลงภาพเอกสารเพื่อเพิ่มความแนบเนียนในการหลอกลวง


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าตรวจสอบพยานหลักฐานและขยายผลเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องต่อไป


ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่รู้จักบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว ให้ระมัดระวังการขอยืมเงินด้วยเหตุผลต่าง ๆ แม้จะมีการส่งภาพเอกสารธนาคารหรือเอกสารราชการมาแสดงก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นทางโดยตรงก่อนโอนเงินหรือมอบทรัพย์สิน เพราะภาพเอกสารที่ดูน่าเชื่อถืออาจถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI ได้