ตำรวจไซเบอร์จับ 3 ผู้ต้องหา กรรมการบัญชีม้านิติบุคคล เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุน เชื่อมโยงกับข้อมูลรับแจ้งความออนไลน์ 46 เคสไอดีทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายเกือบ 60 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 ต.ค.69 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมขบวนการรับจ้างเป็นกรรมการบริษัทให้เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุน ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น รวม 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.ปัณยตา ถึงสุข อายุ 38 ปี ชาว จ.ชลบุรี น.ส.ลดา รวยศิริเดชา อายุ 28 ปี ชาว จ.นนทบุรี และน.ส.พิมพ์ชนก มหามงคลทรัพย์ อายุ 47 ปี ชาว จ.นนทบุรี
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 62 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไปพบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลงทุนระยะสั้น” โพสต์โฆษณาเนื้อหาชักชวนว่าสามารถหารายได้จากการลงทุนในระยะสั้นๆ และได้ผลตอบแทนสูง สามารถสร้างรายได้เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจต้องการเข้าร่วมลงทุน จึงได้ติดต่อไปสอบถามข้อมูล
จากนั้นเพจดังกล่าวให้ทำการแอดไลน์เพื่อสนทนากับบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นนักลงทุนซื้อขายเหรียญดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม “lgt private banking” จากนั้นส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ จึงทดลองโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบซึ่งปลายทางเป็นบัญชีธนาคารนิติบุคคล ปรากฏว่าระบบดังกล่าวได้โชว์ยอดผลกำไรที่ได้ จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าสามารถสร้างรายได้จริง
โดยทางผู้เสียหายได้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ อีกหลายครั้ง ปรากฏว่าบัญชีถูกระงับการทำธุรกรรม จึงได้ไปติดต่อที่ธนาคาร สุดท้ายจึงทราบว่า ทางธนาคารได้ระงับไว้เนื่องจากบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายโอนไปนั้น มีผู้แจ้งอายัดไว้และเป็นบัญชีที่ถูกแจ้งว่าได้ใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นให้ลงทุน ทางผู้เสียหายจึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้ รวมความเสียหายทั้งสิ้น 600,000 บาท
ต่อมาทางชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ทำการสืบสวนพบว่ายอดเงินของผู้เสียหายมีการโอนเงินไปยังบัญชีม้าที่เปิดในรูปแบบนิติบุคคลที่เปิดรองรับการโอนเงินของผู้เสียหาย ซึ่งเกี่ยวโยงรวม 3 บริษัท โดยมีน.ส.ปัณยตา เป็นกรรมการบริษัท , น.ส.ลดา เป็นกรรมการบริษัท และน.ส.พิมพ์ชนก เป็นกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด
จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้ง 3 ราย อีกทั้งพบว่าทั้ง 3 รายนี้ มีหมายจับติดตัวรวมกัน 12 หมายจับ และยังไปเกี่ยวข้องในคดีลักษณะเดียวกันอีก 46 คดีทั่วประเทศ มีความเสียหายเกือบ 60 ล้านบาท โดยชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมน.ส.ปัณยตา ได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ส่วน น.ส.ลดา และน.ส.พิมพ์ชนก ติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ
โดยดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกัน หรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ก่อนควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


