ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก "อดีตพระอลงกต" 742 ปี "หมอบี" 386 ปี 1,480 เดือน คดียักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ  คำให้การมีประโยชน์ จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 50 ปี และให้ชดใช้กว่า 300 ล้าน

จากกรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำกำลังเข้าจับกุม อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ "อดีตพระอลงกต" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายเสกสรรน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ "หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ" หลังพบเบาะแสการยักยอกและทุจริตเงินบริจาคของวัดที่ประชาชนร่วมทำบุญ ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

และจากการขยายผลและตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ทั้งอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และเงินสดในบัญชีรวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท แม้ในชั้นสอบสวนทั้งสองรายจะให้การปฏิเสธ และอ้างว่าเงินดังกล่าวใช้ในการบริหารจัดการภารกิจของวัด แต่หลักฐานทางเส้นทางการเงินที่พนักงานสอบสวนและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวบรวมได้นั้น พบว่าอาจมีการกระทำความผิด จนนำไปสู่การสั่งฟ้องต่อศาลในข้อหาหนักหลายกระทง

หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ โดนคุก 386 ปี 1,840 เดือน
หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ โดนคุก 386 ปี 1,840 เดือน


ล่าสุด ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท. 203/2568 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ฟ้องพระราชวิสุทธิประชานารถ (อลงกต ติกขปญโญ) หรือนายอลงกต พูลมุข เป็นจำเลยที่ 1 กับนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ทูตสื่อวิญญาณ เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157 และร่วมกันฟอกเงินกรณีจำเลยร่วมกันเบียดบังและยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ประชาชนร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยและกิจการวัด นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต รวมถึงร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

นัดฟังคำพิพากษาวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะโจทก์ จำเลยทั้งสอง ทนายจำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 2 มาศาล

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย จำคุกกระทงละ 6 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก 3 ปี ทางพิจารณาและคำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย คงจำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 185 กระทง เป็นจำคุก 740 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงินคงจำคุก 2 ปี เมื่อรวมโทษทั้งสองฐานความผิดเป็นจำคุก 742 ปี

ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย จำคุกกระทงละ 4 ปี ฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินจำคุกกระทงละ 3 ปี ทางพิจารณาและคำให้การของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน รวม 185 กระทง เป็นจำคุก 370 ปี 1,480 เดือน ฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน คงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 8 กระทง เป็นจำคุก 16 ปี เมื่อรวมโทษทั้งสองฐานความผิดเป็นจำคุก 386 ปี 480 เดือน

แต่คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 306,026,143.5 บาท แก่วัดพระบาทน้ำพุ ผู้เสียหาย