จับได้แล้ว หนุ่มวัย 26 ปี ผู้ต้องหาสะเดาะกุญแจมือ หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนำตัวลงจากรถควบคุมฝากขังที่ศาลเกาะสมุย พบเดินเท้าบนภูเขาร่วม 6 วัน ระยะทางร่วม 20 กิโลเมตร จนมาถึงบ้านตัวเอง สุดท้ายโดนรวบ                                                                   


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ก.ย.2569 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย และอาสาสมัคร ร่วมกว่า 50 นาย กระจายกำลังกันออกค้นหาผู้ต้องหาที่สะเดาะกุญแจมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณหน้าห้องขังของศาลจังหวัดเกาะสมุยได้แล้ว หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้ต้องหารายนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่องทั้งบนภูเขา และบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้รับแจ้งเบาะแสตลอดเวลา 6 วัน  


จนในที่สุดวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.บุญเชิด มีชัย สวป.สภ.บ่อผุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นบนเขาพระ ต.บ่อผุด ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของ นายวรินทร แก้วคำใต้ หรือเต๋า อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บที่สะเดาะกุญแจมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลบหนี หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า พบเห็นผู้ต้องหาเดินอยู่ริมป่าแถวละแวกบ้าน เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงบ้านก็ไม่พบตัว นายเต๋า มีแต่คนในครอบครัวอยู่ที่บ้าน คาดนายเต๋า คงได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงได้วิ่งหลบหนีขึ้นไปอยู่บนเขาอีกครั้ง จนเช้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันปิดล้อมค้นหาบนเขาพระ ที่อยู่ใกล้ซอยอีสานพัฒนา ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของ นายเต๋า ผู้ต้องหา จนเจอตัว นายเต๋าหลบซ่อนตัวอยู่ริมป่าและสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด 


ขณะที่ตัวของนายวรินทร เองหลังถูกจับกุม ยังพูดจาวกวน บอกแค่เพียงว่า ในวันที่หลบหนี กุญแจมือที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใส่มาเกิดหลุด พอสบโอกาสตำรวจเปิดประตูรถก็ได้วิ่งหลบหนี และได้เดินเท้าบนภูเขากลับมาที่บ้าน ในตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา


เมื่อย้อนดูเส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหารายนี้ จากข้อมูลของทางด้าน พ.ต.ท.บุญเชิด มีชัย สวป.สภ.บ่อผุด ให้ข้อมูลว่า หลังจากผู้ต้องหารายนี้หลบหนีการควบคุม ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ระดมกำลังกันออกค้นหากันอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ต้องหาจะซ่อนตัวส่วนใหญ่อยู่บนเขา แต่ก็จะลงมา แอบขโมยเสื้อผ้า รวมทั้งหาของกินและน้ำดื่ม ตามบ้านของชาวบ้านที่อยู่ริมภูเขา ก่อนจะกลับขึ้นไปบนภูเขา 



โดยชาวบ้านพบเห็นจะแจ้งเบาะแสมาให้เจ้าหน้าที่ ก็ได้ติดตามตรวจค้นทั้งบนภูเขาและตามบ้านร้างริมภูเขาอย่างต่อเนื่อง  


นอกจากนี้ทาง นางแก้ว แม่ของนายเต๋า เองก็ยังใช้เครื่องขยายเสียงจากรถเจ้าหน้าที่ พูดเกลี้ยกล่อมให้นายเต๋าลงมาจากภูเขามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่นายเต๋า ก็ยังไม่ยอมลงมา โดยยังใช้พื้นที่บนภูเขาซ่อนตัวและใช้เส้นทางเดินเท้าผ่านป่า และเส้นทางเดินเท้าของชาวบ้าน ที่ทำสวนผลไม้ เดินข้ามภูเขามาถึง 4 ลูก ระยะทางจากจุดที่หลบหนี จนมาถึงบ้านรวมระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จนมาถึงจุดที่ใกล้บ้าน จนทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด