ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ล่าหนุ่มหื่นประกบชนรถจักรยานยนต์แม่บ้านโรงแรมล้ม ก่อนลากเข้าป่าจับมัดแขนขาหวังข่มขืน โชคดีหนีรอดหวุดหวิด
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สินธ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุพยายามชิงทรัพย์และข่มขืน ถนนอุดรธานี-บ้านตาด ใกล้สามแยกไฟแดงหนองทา บ้านคำกลิ้ง ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรพงษ์ ต้องแต้ม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจสืบสวน ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบนางหนิง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ยืนรอตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ที่แขนและขามีแผลถลอกจากรถล้ม เล่าว่า ตนทำงานเป็นแม่บ้านโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองอุดรธานี เวลาประมาณตี 5 เศษๆ ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านจะไปทำงาน เมื่อขี่รถมาถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 05.30 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อฮูดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมถุงดำไว้ที่ศีรษะ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีเทาออกทึบ ตามหลังแล้วพุ่งชนรถตนเองจนล้มอยู่กลางถนน
นางหนิง เล่าต่อว่า ตนโดนชนจนรถล้มลงกลางถนนได้รับบาดเจ็บ คนร้ายทำทีเข้ามาช่วยแต่กลับลากตนเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง เข้าไปในป่าห่างจากถนนประมาณ 20 เมตร พร้อมกับขู่ตนอย่าร้องถ้าไม่เชื่อจะฆ่า แล้วใช้เข็มขัดมัดมือไขว้หลังแล้วมัดติดกับต้นไม้ ใช้เชือกมัดขา 2 ข้างติดกัน พร้อมกับถอดกางเกงขายาวสีดำและกางเกงชั้นในที่สวมใส่ออก พอดีมีรถชาวบ้านขับสวนไปมา คนร้ายได้วิ่งออกมาขี่รถจักรยานยนต์ของตนที่ล้มอยู่กลางถนนเข้ามาในป่า เพราะกลัวว่าชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมาจะเห็นและลงมาช่วย
นางหนิง เล่าต่อไปว่า จังหวะนั้นตนได้แก้เข็มขัดที่มัดมือออกเพราะมัดไม่แน่น แก้เชือกที่ผูกเท้าออก รีบโทรขอความช่วยเหลือจากสามีว่าโดนปล้น แต่ไม่กล้าพูดดังกลัวว่าคนร้ายจะได้ยิน เสร็จแล้วก็รีบวิ่งออกมาถนนทั้งที่ท่อนล่างเปลือย เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมา คนร้ายเห็นตนวิ่งออกมาจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยเอากางเกงขายาวกับกางเกงชั้นในของตนไปด้วย ซึ่งชาวบ้านได้หาผ้ามาปกปิดร่างกาย แล้วพาไปส่งที่โรงแรมที่ตนทำงาน ก่อนโทรแจ้งตำรวจ และมาชี้จุดเกิดเหตุ
ส่วนนายเกษ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สามีนางหนิง เล่าว่า ภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้าตรู่ ไปได้ไม่นานภรรยาได้โทรมาหา พูดเสียงค่อยว่า “ปล้น ปล้น อยู่ในป่าอ้อย” ตนพยายามสอบถามว่าที่ไหน นึกว่าอยู่ใกล้บ้าน แต่ภรรยาบอกว่าตรงข้ามร้านขายมะพร้าวริมทาง ใกล้สามแยกหนองทา ตนก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามหา แต่ก็ไม่พบ โทรหาก็ไม่ได้อีก จึงขี่เข้าไปในซอยข้างไร่อ้อยประมาณ 200 เมตร แต่ก็ไม่เห็น สอบถามชาวบ้านก็ไม่เห็น จึงขี่ออกมาถนนก็พบรองเท้าภรรยาตกอยู่ริมถนน จึงโทรถามภรรยาอีกก็ทราบว่ามีพลเมืองดีผ่านมาช่วยพาไปส่งโรงแรมแล้ว จึงยืนเฝ้าอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ
“จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 7 กม. คิดว่าคนร้ายไม่น่าจะตามมาจากบ้าน คาดว่าจะดักซุ่มตามถนนมากกว่า ก็เคยได้ยินว่าเส้นทางนี้มีการดักชิงทรัพย์เป็นประจำทุกปี ได้บอกให้ภรรยาระวัง ตอนกลางคืนจะมีวัยรุ่นมาจับกลุ่มบริเวณนี้ เคยเอามีดแหลมให้ภรรยาพกติดตัวมาด้วยเพื่อป้องกันตัว”
ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นติดยา มีบ้านอยู่แถวนี้ ไม่ได้ขี่รถติดตามมาจากบ้าน แต่เห็นนางหนิงขี่รถจักรผ่าน จึงขี่ติดตามมา พอถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ไกลบ้านคน และมีป่าละเมาะ จึงรีบขี่รถพุ่งชน จนล้มและลากเข้าไปในป่าหวังข่มขืนและชิงทรัพย์ โชคดีที่นางหนิงหนีออกมาขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งตำรวจจะได้ทำการตรวจกล้องวงจรปิดหาเบาะแสในการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.