ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 เปิดปฏิบัติการบุกรวบ 17 แรงงานเถื่อนชาวจีนในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าค่ายดังพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา พบเข้าประเทศไทย ด้วยวีซ่า Non-B แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เร่งขยายผล



เมื่อวันที่ 10 ก.ย.69 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 


นำกำลังเข้าตรวจสอบแรงงานภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าค่ายดัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมจับกุม MR. LAI BAOHONG (ไล เปาฮง) อายุ 43 ปี สัญชาติจีน กับพวกชาวจีนอีก รวม 17 ราย หลังลักลอบทำงานผิดกฎหมาย


พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 เผยว่าในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าภายในบริษัทดังกล่าวมีการลักลอบปล่อยให้คนต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มชายชาวจีนกำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้น ภายในโรงงาน ทันทีที่ชุดสืบสวนแสดงตัวขอตรวจค้นเอกสารและใบอนุญาตให้ทำงาน กลุ่มชาวจีนได้แตกฮือพยายามวิ่งหนี โดยตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ 17 ราย


จากการสอบสวนทราบว่าชาวจีนกลุ่มนี้ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยมาทำงานด้วยวีซ่า Non-B แต่ยังไม่ผ่านการได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ โดยเข้ามาทำงานภายในโรงงานแห่งนี้ในหลายตำแหน่ง เช่น งานบริหารจัดการโรงงาน ติดตั้งและควบคุมเครื่องจักร ติดตั้งระบบไฟ งานบัญชี และงานก่อสร้าง เป็นต้น เมื่อตรวจสอบเอกสารไม่พบใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง จึงทำการจับกุมผู้กระทำผิดทั้งหมดไว้ได้ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา



โดยทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการว่าจ้าง โครงสร้างการบริหาร และบทบาทของกรรมการบริษัท ผู้มีอำนาจสั่งการ นายจ้าง ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเร่งรวบรวมเอกสารการจ้างงาน หลักฐานการจ่ายค่าตอบแทน ข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักร และพยานบุคคล เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าข่ายรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือมีส่วนสนับสนุนการกระทำความผิดหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น


จึงดำเนินคดีทั้งหมดในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” พร้อมนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แปลงยาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป