ตร.ไซเบอร์ ตามรวบ “เจ้าของคอกม้า” สาวจัดหาบัญชีม้านิติบุคคล ให้แก๊งสแกมเมอร์จีนเทา พบเชื่อมโยงกว่า 27 คดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความตามโรงพักต่างๆ เช่น หลอกให้ทำกิจกรรม และหลอกให้ลงทุน
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.69 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ท.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.กก.3 ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4
นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 214/2569 ค้นบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เข้าจับกุม น.ส.รัญวรัชญ์ ภูมิพันธ์วรางกุล หรือพิม อายุ 31 ปี พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 155/2569 และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 278/2569 อีก 1 หมายจับ
ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง นำข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่น”
ในการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายรายหนึ่งใน จ.จันทบุรี ทำธุรกิจค้าขายแผงโซล่าเซลส์ ได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางไลน์ร้านค้า เพื่อซื้อโคมไฟโซล่าเซลส์จำนวนมาก รวมมูลค่า 395,000 บาท เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว มิจฉาชีพได้ออกอุบายหลอกให้ผู้เสียหายช่วยซื้อลวดหนามหีบเพลงจำนวนมากกว่า 700,000 บาท อ้างว่าจะเอาไปส่งให้ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี
โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของร้านขายลวดหนาม ซึ่งทางผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นบัญชี หจก.ของร้านค้าที่ถูกต้อง จนกระทั่งเมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้
ต่อมา พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวน จนทราบว่า น.ส.รัญวรัชญ์ เป็นหนึ่งในขบวนการหลอกลวง หรือบัญชีม้านิติบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทและหจก. แต่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจจริง กลับนำบัญชีไปขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อใช้รองรับการโอนเงินจากเหยื่อผู้เสียหาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้นเข้าจับกุมตัวไว้ได้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา
เบื้องต้นสอบสวน น.ส.รัญวรัชญ์ ให้การยอมรับว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องเงิน โดยเมื่อช่วงปลายปี 68 จึงไปเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล เพื่อนำบัญชีไปขายให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ที่ประกาศหารับซื้อบัญชีในเฟซบุ๊กชื่อ “กลุ่มรับซื้อบัญชี หจก.” ในราคาเกือบ 8 หมื่นบาท
จากตรวจสอบมือถือพบข้อมูลว่า น.ส.รัญวรัชญ์ ยังรับเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้านิติบุคคลอีกด้วย โดยให้การว่ามีรายได้ค่อนข้างดีได้เงินเป็นก้อนใหญ่ จึงประกาศหารับซื้อบัญชี หจก. จากกลุ่มในเฟซบุ๊ก ซึ่งในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาได้รู้จักกับชายชาวจีนชื่อ อาเหย้า เป็นนายทุนจีนเทา จึงได้ติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์และเทเลแกรม โดยตกลงกันว่าการเปิดบัญชีม้า นิติบุคคลนั้น ต้องเป็นบัญชีที่พร้อมใช้งาน และสามารถโอนเงินได้ โดยอาเหย้าจะเป็นผู้จัดหา โทรศัพท์มือถือพร้อมเบอร์โทร.ราคาถูกจากตลาดมืดส่งมาให้ ซึ่งตนคอยมีหน้าที่หาคนเปิดบัญชีและให้สมัครแอปฯธนาคาร โดยมีการซื้อขายในราคา 80,000-150,000 บาท ต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบัญชี ที่ผ่านมามีได้รายได้หลักแสนต่อเดือน
นอกจากนี้จากการตรวจสอบเชิงลึกยังพบว่า บัญชีที่น.ส.รัญวรัชญ์ขายให้กลุ่มสแกมเมอร์ไปนั้น มีความเกี่ยวพัน กับคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความตามโรงพักต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 27 คดี มีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีกหลายคดี เช่น หลอกให้ทำกิจกรรม และหลอกให้ลงทุน