พ่อค้าทุเรียนโมโหเมียไม่พาไปหาหมอ คว้ามีดปอกทุเรียนกระหน่ำแทงดับ อ้างแพ้ปลาร้าหายใจไม่ออก ก่อนมีปากเสียงเดือด กู้ภัยเผยเพิ่งบริจาคโลงศพ ไม่คิดว่าจะได้โลงไปใช้เอง

จากกรณี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ว่าเกิดเหตุหญิงถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณแผงขายทุเรียนใกล้ตลาดหนองปรือเก่า ริมถนนสาย 344 บ้านบึง-แกลง หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบหญิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ทราบชื่อคือ นางสาวบุญรัตน์ เสียงวังเวง อายุ 37 ปี นอนหมดสติและเสียเลือดจำนวนมาก โดยมีน้องสาวของสามีผู้บาดเจ็บประคองร่างไว้บนตัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาลและทำ CPR ก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายอิศรา สุขรีย์ อายุ 39 ปี สามีของผู้เสียชีวิตและมีอาชีพค้าขายทุเรียน โดยหลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ โดย นายอิศรา อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปกับภรรยาเพื่อซื้อทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี นำกลับมาขายที่แผงบริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารและสั่งส้มตำ โดยตนแจ้งภรรยาว่า ไม่สามารถรับประทานปลาร้าดิบได้ เนื่องจากมีประวัติอาการแพ้ แต่ระหว่างที่กิน กลับพบชิ้นปลาร้าอยู่ในส้มตำ หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีอาการผิดปกติ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ปากบวม และหายใจไม่สะดวก จึงไปซื้อยาแก้แพ้มารับประทาน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงขอให้ภรรยาพาไปหาหมอ แต่ภรรยาขอจัดการลงทุเรียนที่แผงให้เสร็จก่อน จึงมีปากเสียงกัน ตนจึงจะขับรถไปหาหมอเอง 

ระหว่างนั้นตนได้ยินภรรยาพูดประชดว่า หากรู้ว่าแพ้ปลาร้าขนาดนี้จะให้แม่ค้าใส่มาเยอะกว่านี้ และว่า “ถ้าจะไปก็ไป แล้วไม่ต้องกลับมา” ทำให้โมโหแล้วน้อยใจ คิดว่าไม่สนใจอาการของตน จึงคว้ามีดที่ใช้สำหรับปอกทุเรียนก่อเหตุแทงภรรยาหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา 

จากการสอบถาม นางสาวสุภัตรา อายุ 37 ปี น้องสาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายมีอาการแพ้หลังรับประทานส้มตำ และต้องการไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาแก้แพ้ แต่ขณะนั้นตนและพี่สะใภ้ยังทำงานลงทุเรียนไม่เสร็จ จึงขอให้ทำงานให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปโรงพยาบาล จากนั้นทั้งสองฝ่ายเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรง ก่อนที่พี่ชายจะคว้ามีดปอกทุเรียนขึ้นมาก่อเหตุ ตนพยายามใช้ตัวเข้าขวางและกันพี่สะใภ้ออกจากพี่ชายแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์ได้ทัน พี่ชายใช้มีดแทงพี่สะใภ้จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา


ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่แผงทุเรียน พบกับ นางพิมพ์ผกา พี่สาว ซึ่งเดินทางมาจากบุรีรัมย์  เปิดเผยว่า ตนไม่รู้จักกับน้องเขยคนนี้ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน รู้แต่เพียงว่าน้องสาวได้คบหาได้เพียงแค่สามเดือน ทราบจากข่าวว่าสาเหตุเกิดจากแค่เรื่องปลาร้า แค่ไม่กินปลาร้าหรือว่าแพ้ปลาร้า ก็ไม่น่าที่จะต้องฆ่ากันถึงขนาดนี้ เพราะน้องตนเป็นผู้หญิง จะมีกำลังสู้กับผู้ชายได้อย่างไร ซ้ำเขายังใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต อยากจะให้เขามาขอขมาขอโทษญาติๆ ที่ได้ทำแบบนี้กับน้องสาวของตน และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด      

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ควบคุมตัวนายอิศราไว้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ด้านนายอลงกรณ์ พยัคบูรพา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาชมรมพยัคบูรพา เผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยทักมาอยากที่จะขอบริจาคโลงศพ เมื่อตนทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ ทางชมรมจึงตัดสินใจ นำโลงที่ผู้ตายได้บริจาคใส่ร่างคืนกลับไป และพร้อมที่จะนำร่างกลับไปส่งที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านเกิด ตั้งแต่ก่อตั้งชมรมจิตอาสามา ก็ไม่เคยเจอเคสแบบนี้ที่ผู้บริจาคโลงศพจะได้ใช้เอง รู้สึกหดหู่และสลดใจมาก

ด้านคดี ร.ต.อ. ณัฐพงษ์ ใจกว้าง ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าสาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากอาการน้อยใจ ทั้งๆ ที่ภรรยารู้ว่าตนแพ้ปลาร้า ก็ยังจะทำให้กิน และกินเข้าไปก็เกิดอาการผื่นคันและหายใจไม่ออก ภรรยาก็จะขอลงทุเรียนให้เสร็จก่อนจะพาไปหาหมอ ทำให้ตนเกิดอาการฟิวส์ขาดจึงใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะนำตัว นายอิศรา ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดชลบุรี และได้คัดค้านการประกันตัวต่อไป