ผกก. สน.ประเวศ เผยความคืบหน้าคดีคนร้ายฆ่าตีหัว ชิงทรัพย์ พ่อเฒ่าร้านชำ วงจรปิดจับภาพ คาดคนลงมือเป็นลูกค้าประจำ ชาวเมียนมา อายุประมาณ 20 ปี เร่งออกหมายจับ
กรณีคนร้ายใช้สากกะเบือ ตีศีรษะ ฆ่านายธวัชชัย ศิวิลัย อายุ 79 ปี เจ้าของร้านขายของชำชิงทรัพย์ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในซอยนักกีฬาแหลมทอง40 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม. เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ส.ค. พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ร่วมกับตำรวจ กก.สส.บก.4 ชุดสืบสวนนครบาล รวบรวมพยานหลักฐานทราบผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นชายอายุประมาณ 20 กว่าปี ชาวเมียนมา หลักฐานที่รวบรวมได้มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ตำหนิรูปพรรณ รวมถึงเส้นทางเข้าและออกจากที่เกิดเหตุ มีความชัดเจนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างเร่งออกหมายจับข้อหา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน
จากการสอบสวนพยานทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเคยพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ด้านหลังบ้านนายธวัชชัย ปัจจุบันปิดร้างไปแล้ว ไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นลูกจ้างเก่าผู้ตาย เป็นเพียงลูกค้าประจำ ก่อนที่อพาร์ตเมนต์จะปิดตัวและย้ายไปพักย่านรามคำแหง เชื่อว่าผู้ก่อเหตุรู้พื้นที่และรู้พฤติกรรมชีวิตประจำวันของนายธวัชชัยเป็นอย่างดี
ผกก.สน.ประเวศ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินทางมาเพียงลำพัง เข้ามาในพื้นที่ช่วงประมาณ 22.00 น. ลักษณะการก่อเหตุมีเป้าหมายชัดเจน เข้าไปภายในบ้านและพยายามรื้อค้นหาทรัพย์สินได้โทรศัพท์มือถือและเงินสด 5,000-6,000 บาท
คาดก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนชั้น 1 ก่อนจะได้ยินเสียงผิดปกติ ถือไฟฉายออกมาส่องดู พร้อมถือไม้ยาวเพื่อป้องกันตัว ขณะที่คนร้ายพยายามหลบซ่อนและเข้าไปบริเวณห้องครัว
จากนั้นนายธวัชชัยพบผู้ก่อเหตุเกิดการต่อสู้กันภายในห้องครัวเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่กล้องภายในบ้านสามารถบันทึกพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุได้
เบื้องต้นพบบาดแผลบนร่างกายผู้เสียชีวิต 3 จุด บริเวณด้านหลังศีรษะ 2 แผล และบริเวณขมับ 1 แผล พบร่องรอยเลือดที่คาดว่าเกิดจากการต่อสู้กัน ส่วนอาวุธที่ตำรวจคาดว่าอาจใช้ก่อเหตุ คือสากที่พบแตกอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ผู้ตายมีไม้ยาวสำหรับป้องกันตัว หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุหลบหนีออกด้านหลังบ้าน ก่อนมีการเปลี่ยนเสื้อผ้า ตำรวจพบเสื้อผ้าที่คาดว่าใช้ขณะก่อเหตุและมีคราบเลือด ถูกนำไปทิ้งบริเวณถังขยะใกล้ที่พัก ภายในซอยรามคำแหง 52/1 ห่างจากที่พักประมาณ 100 เมตร
พ.ต.อ.ทศพล ยืนยันว่า จากพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและการสืบสวน พบว่าผู้ก่อเหตุมีเพียง 1 คน และไม่เกี่ยวข้องกับลูกจ้าง 2 คนของผู้ตาย โดยลูกจ้างยืนยันว่าเคยเห็นผู้ต้องสงสัยในฐานะลูกค้าประจำ แม้ไม่ทราบชื่อ แต่เมื่อเห็นภาพแล้วสามารถจำได้ว่าเป็นบุคคลที่เคยพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ด้านหลังบ้านนายธวัชชัย
อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เชื่อว่ายังคงอยู่ในประเทศไทย