ศาลนัดชี้ชะตา "สามารถ-แม่-บอสพอล" คดีฟอกเงิน ดิไอคอน กรุ๊ป 26 ก.ย.นี้ ด้าน "สามารถ-แม่" ยืนยันสู้ทุกข้อกล่าวหา เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ส.ค. 69 ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดนัดวันฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินหมายเลขดำ ฟ6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดานายสามารถ, นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท

โดยเมื่อเวลา 08.50 น. นางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ ได้เดินทางมาถึงศาล โดยบอกว่าวันนี้แยกกันมากับลูกชาย และที่ผ่านมาเธอและลูกชายได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา พร้อมบอกว่าวันนี้เธอตั้งใจใส่ชุดสีขาวมา เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ยังไงศาลท่านต้องเมตตา เพราะความยุติธรรมมีจริง ที่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ต้องช่วยคุณแม่แน่นอน

เมื่อถามถึงพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นางวิลาวัลย์ ระบุว่ามีการยื่นเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของทนายความ แม่ไม่ได้รู้เรื่อง พร้อมย้ำว่าเธอและลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยังยืนยันว่าเป็นเงินบริจาคเพื่อทำบุญ อีกทั้งวันนี้เธอได้ดูดวงมา ทั้งดวงของเธอและลูกชาย ดวงบอกว่าชนะคดีแน่นอน

นางวิลาวัลย์ ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยและให้กำลังใจลูกชายมาโดยตลอด ซึ่งเราไม่ได้มีความกังวลอะไร และเมื่อจบคดีนี้เธอก็สนับสนุนให้ลูกชายกลับมาเล่นการเมืองต่อ เพื่อมาช่วยเหลือประเทศไทย

จากนั้นเวลา 09.05 น. นายสามารถ ได้เดินทางมาศาล และให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันมาตั้งแต่ต้น และไม่เคยให้สัมภาษณ์เลยตั้งแต่ถูกกล่าวหา และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ซึ่งตนไม่ได้กระทำความผิด และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 พูดถึงหลักความยุติธรรม ตั้งแต่รัฐบาลและศาลต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าหลักนิติธรรมจะคุ้มครองประชาชน และให้ความยุติธรรม ซึ่งตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากไปย้อนดูสิ่งที่ตนโดนเปรียบเทียบกับคนอื่น ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรรอให้ศาลวินิจฉัย และค่อยมาคุยกัน แต่ตนยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าไม่ได้กระทำความผิด เอาเป็นว่า ถ้าใครมาเจอแบบตนจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร พร้อมให้รอคำพิพากษาก่อน สำหรับพยานหลักฐานที่ชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ตนใช้ความจริง โดยประเด็นเรื่องการฟอกเงินต้องพูดถึงเจตนาพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ จะไปพูดว่าใครฟอกเงิน เรื่องนี้ค่อยมาคุยกัน

นายสามารถ กล่าวด้วยว่า เรื่องของเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณแม่ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีที่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงว่าคืออะไร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นกระบวนการกลั่นแกล้ง พร้อมตั้งคำถามกลับว่า เรื่องการฟอกเงินทำไมถึงเป็นที่ตนคนเดียว ประเด็นในเรื่องของคดีมีการพิพากษาหรือยัง และคดีมูลฐานที่ตัดสินไปแล้วยังเป็นคดีฟอกเงินหรือไม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายเรื่องปณิธานสีฟ้า ว่าอยากให้ดูข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่คุณแม่ อยากให้กลับไปทำงานการเมือง มีความคิดเห็นอย่างไร นายสามารถกล่าวว่า วันนี้ตนถูกตัดสินแล้วหรือยัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดการจะเป็นนักการเมืองได้อยู่ที่พี่น้องประชาชน โดยตนคิดว่าถ้าวันหนึ่งได้รับความบริสุทธิ์และยุติธรรม ตนจะเอาตรงนี้มาต่อสู้ ซึ่งมีอีกหลายคนมากที่เขายังไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์โดยแจ้งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายทราบว่า คดีนี้ศาลสืบพยานแล้วเสร็จ และนัดพร้อมคู่ความเพื่อฟังคำสั่งโดยให้นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้วันที่ 25 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.