กาฬสินธุ์ ผกก.สภ.สหัสขันธ์ ให้ผู้เสียหายชี้ตัวตำรวจชุดสืบสวน ครบทุกนาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงประสาน (อส.) อำเภอสหัสขันธ์ ด้วย พร้อมเร่งคลี่คลายปมแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ จับใส่กุญแจมือ ขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เรียกรับเงิน 5 หมื่นแลกกับการปล่อยตัว เหยื่อต่อรองเหลือ 1 หมื่น
จากกรณีเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของผู้เสียหาย ได้ขอความช่วยเหลือมายังเพจข่าวออนไลน์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ สืบเนื่องจากวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา หลานชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่น้อยกว่า 2 คน ทำตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ เชิญตัวในยามวิกาล ใส่กุญแจมือทันที แล้วใช้กลอุบายเหมือนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับเงินเพื่อแลกในการปล่อยตัว ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่ออีกครั้ง จากครอบครัวของผู้เสียหาย หลังจากวันเกิดเหตุเจ้าตัวได้ออกนอกพื้นที่ เพราะกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ร้องขอให้ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ได้ช่วยเหลือพาเข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากหวังให้สื่อได้เป็นบอดี้การ์ดในการไปแจ้งความ หลังจากรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
โดยนายรณยุทธ อายุ 48 ปี (ผู้เสียหาย) ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์จากทุ่งนาจะกลับบ้าน มีชาย 3 คน ซุ่มอยู่ข้างทาง คนหนึ่งความสูงประมาณ 170 ซม. อีก 2 คน ความสูงประมาณ 160 ซม. ได้ควบคุมตัวไว้ แล้วแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ใส่กุญแจมือทันที ขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แล้วเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว จึงต่อรองจนเหลือ 10,000 บาท จึงยอมปล่อยตัว รอดมาอย่างหวุดหวิด
ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค.69) พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจตรไวทยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสหัสขันธ์ ได้เชิญผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อดูการชี้ตัวข้าราชการตำรวจชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ ทุกนาย ส่วนคนที่อยู่ระหว่างการออกปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ดูรูปถ่ายจนครบทุกนาย ทางผู้เสียหายได้ดู และลองฟังน้ำเสียงแล้วก็ไม่พบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยที่ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้ประสานไปยังนายอำเภอสหัสขันธ์ ขออนุญาตเชิญตัวคณะสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนประจำที่ว่าการอำเภอสหัสขันธ์ มาให้ผู้เสียหายชี้ตัวด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ คลายข้อครหาของประชาชนที่ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีสำคัญที่มีผู้คนติดตามอยู่จำนวนมาก
ด้านลูกสาวของผู้เสียหายบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ ว่า วันที่ 17 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ขณะขับรถยนต์เดินทางไปทำธุระ ได้ขับรถสวนกับรถยนต์คันหนึ่ง ที่ดูแล้วคล้ายกับรถยนต์ของผู้ต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุอุ้มตัวคุณพ่อของตนในคืนวันเกิดเหตุ เป็นรถยนต์ โตโยต้า กระบะตอนเดียว สีขาว เลขทะเบียนหน้า 72?? กาฬสินธุ์
จากนั้น ผกก.สภ.สหัสขันธ์ ได้ส่งคลิปจากกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าว วันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลาในกล้อง 01.00.50 น. มีรถคันต้องสงสัยคันหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับรถยนต์คันก่อเหตุที่ลูกสาวผู้เสียหายได้ให้รายละเอียดไว้ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรถคันดังกล่าวมาสอบถามเพิ่มเติมต่อไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบนายหนึ่ง ก็สอบถามกับผู้เสียหาย ว่า ทำไมไม่มาแจ้งความตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพราะจะได้ตามล่าตัวได้ทันที เพราะหากไม่รีบมาแจ้งความเกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ก่อน จะทำให้ติดตามตัวได้ยากขึ้น และอาจจะไปก่อเหตุกับชาวบ้านรายอื่นให้ได้รับความเสียหายอีกด้วย โดยเจ้าตัวได้บอกว่าเพราะความตกใจกลัว ไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็เลยคิดทบทวนอยู่หลายวัน ก่อนตัดสินใจร้องสื่อให้ช่วยเป็นบอดี้การ์ดเข้าแจ้งความในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานข่าวล่าสุดว่าใกล้จะมีข่าวดีแล้ว หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยขับผ่านหน้า สภ.สหัสขันธ์ แล้วเลี้ยวเข้าซอยข้างๆ โรงพัก เข้าไปในสถานที่ราชการหน่วยงานหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงพัก