โฆษก ตม.3 เผยรวบแล้ว 3 ราย แก๊งแอบอ้างเจ้าหน้าที่ ตระเวนเรี่ยไรชาวจีน จ.ระยอง เตือนประชาชน-คนต่างชาติ ขอดูบัตร เช็กชื่อผ่าน “POLICE CARE” หากสงสัยโทรยืนยันต้นสังกัดก่อน
จากกรณีปรากฏข่าวกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง และทหาร เข้าไปในพื้นที่บ้านพักและสถานประกอบการของชาวจีนใน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นั้น (เตือนภัย มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ตม. แนะขอดูบัตรประจำตัว-ถ่ายคลิป)
ล่าสุดวันนี้ (14 ส.ค.69) เวลาประมาณ 21.00 น. ที่ บก.ตม.3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะโฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกรับ ร่วมกับฝ่ายสืบสวน ตม.จว.ระยอง สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้วจำนวน 3 ราย หลังสืบทราบว่ามีการตระเวนก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ จ.ชลบุรี
สามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมตรวจยึดรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ 4 ประตู ซึ่งตรงกับรถที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบทะเบียนรถยนต์ที่ถูกทำลายอีก 2 ป้าย รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลหาผู้เสียหายเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและชาวต่างชาติว่า หากมีบุคคลมาแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ประชาชนสามารถ ขอทราบยศ ชื่อ–นามสกุล ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมขอดูบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ รวมถึงสามารถถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอขณะปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนสังเกตและจดจำรายละเอียดของบุคคล รถยนต์ หรือข้อมูลอื่นที่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ออกไปขอรับบริจาค หรือขายบัตรการกุศลในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
“หากไม่มั่นใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ อย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือมอบเงินและทรัพย์สินให้ ขอให้ตรวจสอบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ก่อน และหากยังมีข้อสงสัยสามารถสอบถามไปยังสถานีตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด หรือหน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่ได้โดยตรง”
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถนำ ชื่อ–นามสกุล ของบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจไปตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ในเมนู “ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ และควรโทรศัพท์ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง เพื่อยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริง และได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนั้นจริงหรือไม่
ทั้งนี้ การตรวจพบว่ามีตำรวจชื่อนั้นอยู่จริง ยังไม่ควรถือเป็นการยืนยันตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมิจฉาชีพอาจนำชื่อ ยศ ภาพถ่าย หรือข้อมูลของเจ้าหน้าที่จริงไปแอบอ้างได้ จึงควรตรวจสอบให้สอดคล้องกันทั้ง ตัวบุคคล สังกัด และการปฏิบัติหน้าที่ หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย มีการข่มขู่ ขอเงิน ให้โอนเงิน หรือพยายามนำตัวไปยังสถานที่อื่น ให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและรีบแจ้ง 191 หรือสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ทันที
โฆษก ตม.3 กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปใช้ข่มขู่ หลอกลวง หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เนื่องจากนอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกรณีที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้เสียหาย ซึ่งทุกหน่วยจะบูรณาการร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 หรือ ที่อยู่: อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
โทรศัพท์: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือ เว็บไซต์: www.immigration.go.th