ผกก. สภ.เมืองขอนแก่น แจงออกหมายเรียก “ป้าดา” ข้อหาบุกรุกวัด เร่งสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย สุ่มตรวจวัดแล้ว 3 รอบ ด้านคนขับรถปูนอ้าง ทำตามออเดอร์ เข้าใจว่าอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เป็นตัวแทนข้าราชการตำรวจ นำเงินที่ข้าราชการตำรวจร่วมกันบริจาคจำนวน 3,457 บาท มอบแก่คณะกรรมการวัดป่าอดุลยาราม เพื่อให้ทางวัดนำไปจัดซื้อกล้องวงจรปิดติดตั้งบริเวณโดยรอบวัด
สาเหตุที่ข้าราชการตำรวจร่วมกันบริจาคเงินให้ทางวัดจัดซื้อกล้องวงจรปิดนั้น พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์และตรวจดูกล้องวงจรปิด พบว่าภายในวัดมีกล้องติดตั้งอยู่เพียงบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณรอบนอกรั้ววัดยังไม่มีกล้องวงจรปิด ข้าราชการตำรวจจึงเห็นถึงความจำเป็นและร่วมกันรวบรวมเงินมอบถวายเป็นสินน้ำใจ เพื่อให้ทางวัดนำไปติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบต่อไป
สำหรับประเด็นร้องเรียนว่าวัดเป็นแหล่งมั่วสุม ตำรวจเคยเข้าตรวจปัสสาวะภายในวัดอย่างน้อย 3 รอบ ครอบคลุมบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในวัด เด็กวัด และพระสงฆ์ ผลการตรวจส่วนใหญ่ไม่พบสารเสพติด พบเพียงครั้งเดียวในเด็กวัด 1 ราย ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว สภาพภายในวัดค่อนข้างเสื่อมโทรมและกำแพงมีรู จึงเห็นว่าควรติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบวัด เพื่อช่วยเฝ้าระวังและตรวจสอบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ภายหลังการมอบเงิน พ.ต.อ.ยศวัจน์ เปิดเผยความคืบหน้าคดีกรณีกลุ่มบุคคลนำท่อมาวางและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นคดีใหม่ คนละคดีกับเรื่องพิพาทที่ดิน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากการมีบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิการครอบครองวัดด้วยการนำท่อมาวางและเทปูนปิดทางเข้า–ออก จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกในพื้นที่ที่วัดครอบครอง
ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำไวยาวัจกรของวัดและเจ้าอาวาสไว้ในฐานะพยาน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนจากการตรวจสอบพบยานพาหนะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด 4 คัน ประกอบด้วยรถตู้ 2 คัน รถปูน 1 คัน และรถกระบะที่ใช้ขนท่ออีก 1 คัน โดยรถตู้ทั้ง 2 คันตรวจสอบพบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับรถตู้ทั้ง 2 รายให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยานก่อน
ส่วนคนขับรถปูน ตำรวจทราบตัวและเชิญมาให้การแล้ว โดยคนขับให้การว่า ผู้จัดการร้านได้รับออเดอร์และสั่งให้เข้ามาทำงานบริเวณดังกล่าว ตัวคนขับเข้าใจว่าเป็นการนำปูนมาเทเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร จึงดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ตำรวจจะเชิญเจ้าของกิจการมาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย สำหรับรถกระบะที่ใช้ขนท่อ ตำรวจตรวจสอบข้อมูลแล้ว และผู้เกี่ยวข้องจะเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงเย็นวันนี้
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า กรณีบุกรุกวัดนั้น พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกทั้งหมด 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียกป้าดาในฐานะผู้ต้องหา 1 ฉบับ และหมายเรียกพยานอีก 4 ฉบับ ได้แก่ เจ้าของรถตู้ 2 ราย ผู้เกี่ยวข้องกับรถปูน 1 ราย และรถกระบะ 1 ราย โดยจะเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ในส่วนของป้าดา ตำรวจได้ส่งหมายเรียกไปตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ ที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนภายใน 15 วัน ซึ่งความผิดที่กระทำนั้น เป็นความผิดฐานบุกรุกพิจารณาจากสิทธิการครอบครอง เมื่อบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิของผู้ถือครองที่ดิน ย่อมเข้าข่ายความผิดในส่วนนี้
ส่วนกรณีชายสวมเสื้อสีม่วงที่กล่าวอ้างเบื้องสูงในช่วงที่มีการปิดประตูทางเข้าออกวัดซึ่งกำลังเป็นประเด็นในสังคมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้ามาแจ้งความ แต่ทราบว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่