เหยื่อรวมตัวกันร้อง “สายไหมต้องรอด” อ้างหนุ่มอินฟลูฯ ดัง ผู้ติดตามกว่า 10 ล้าน ทำร้ายร่างกาย ด่าทอ ขณะที่สาว 19 อ้างถูกอนาจารขณะนอนหลับ อีกฝ่ายขอกอด อ้างกอดแบบครอบครัว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค.69 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม กทม. มี น.ส.อารี อายุ 29 ปี และนายนันทวัฒน์ อายุ 24 ปี พร้อมผู้เสียหายอีก 2 คน เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม อ้างถูกอินฟลูฯ ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน อดีตนายจ้าง ทำร้ายร่างกายและทำอนาจาร คาดอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก เหตุเกิดที่ สตูดิโอของอดีตนายจ้าง ใน จ.ขอนแก่น 

น.ส.อารี กล่าวว่า เมื่อปี 66 ตนรู้จักนายอินฟลูฯ ชื่อดัง ซึ่งเป็นสตรีมเมอร์ ชักชวนให้ตนมาทำงาน หลังจากทำงานร่วมกัน ฝ่ายชายมักมีอารมณ์รุนแรง หากมีอะไรมาสะกิดหรือกระทบเพียงเล็กน้อย จะโมโหและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีอะไรผิดจะมาลงที่ตนเสมอทำซ้ำ ๆ บ่อยมาก ทั้งการด่าทอ โยนของใส่ จิกหัว และถ่มน้ำลายใส่จานข้าว วันที่ถูกทำร้าย แม้จะมีทีมงานอยู่จำนวนมาก แต่ไม่มีใครเข้ามาห้ามหรือช่วยเหลือปล่อยให้นายกรกระทำต่อหน้าทุกคน

มีเหตุการณ์หนึ่งขณะตนไม่สามารถถ่ายงานได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ตา ทำให้อินฟลูฯ คนดังกล่าว เกิดความโมโห และพูดว่าไปเอามีดในครัวมา จะเอามาแทงมัน ขณะที่คนที่เข้ามาช่วยเหลือตนถูกไล่ออกไป หลังจากได้สติกลับมาขอโทษและเข้ามากอดหอมแก้ม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วบอกว่าเราอยู่กันเป็นครอบครัว

ต่อมาเมื่อตนลาออกยังถูกอินฟลูฯ  โพสต์เฟซบุ๊กทำให้เสียหายอีก จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ น.ส.อารี ยังระบุว่า ไม่ได้มีเพียงตนที่ถูกกระทำ แต่ยังมีคนอื่นที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และหลายคนอาจทนต่อเหตุการณ์เหล่านี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ ตนตัดสินใจออกมาพูด เพราะต้องการให้ทุกคนรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังกล้องไม่ได้เป็นเหมือนกับภาพที่เห็นหน้ากล้อง และยังเป็นห่วงคนอื่นด้วย โดยมองว่าหากตนไม่ออกมาพูด เรื่องอาจเงียบไป อีกทั้งฝ่ายชายทำช่องที่เกี่ยวข้องกับเด็ก อยากให้เด็ก ๆ พิจารณาตัวตนของฝ่ายชาย รวมถึงสังคมที่เป็นอยู่ว่าแตกต่างจากสิ่งที่เห็นผ่านหน้ากล้องหรือไม่

ด้านนายนันทวัฒน์ อายุ 24 ปี อดีตช่างภาพเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะกำลังถ่ายคอนเทนต์ที่สตูดิโอตามคำสั่งเรื่องมุมกล้อง กลับถูกตำหนิอย่างรุนแรงและท้าทายให้ต่อสู้ ตนพยายามยกมือไหว้ขอโทษ และไม่ตอบโต้ แต่เขายังคงทำร้ายร่างกาย ทั้งชกบริเวณใบหน้า บีบคอหลายครั้ง ใช้อุปกรณ์ชกมวยตีศีรษะ และถ่มน้ำลายใส่ ตนไม่ได้ตอบโต้ และมีคนเข้ามาห้ามเหตุการณ์เป็นระยะ หลังเกิดเหตุเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อขอเอกสารรับรอง ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น วันถัดมา พร้อมระบุว่ามีภาพร่องรอยบาดเจ็บเป็นหลักฐาน

ก่อนแยกย้ายกัน อินฟลูฯ คนนี้ ยังพูดข่มขู่ว่า หากพบกันอีกจะทำร้ายซ้ำอีก และบอกให้ตนลาออก ต่อมาตนถูกเลิกจ้างในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ หลังทำงานกับบริษัทประมาณ 4 เดือน

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหาย นายเวสป้า อายุ 24 ปี อดีตพนักงานรายหนึ่ง เผยว่า ระหว่างทำงานได้ประมาณ 2 ปี ตั้งแต่ปี 67 เคยถูกขอให้นำบัญชีธนาคารส่วนตัวไปใช้รับเงินจากสปอนเซอร์ ตนไม่ทราบรายละเอียดหรือแหล่งที่มาของเงินทั้งหมด ก่อนจะถูกสั่งให้โอนหรือใช้จ่ายเงินตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ช่วงแรกเคยปฏิเสธการให้ใช้บัญชี แต่ภายหลังมีการให้บุคคลอื่นเข้ามาพูดคุยและขอให้ยินยอม ประกอบกับตนเคยเห็นพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้น เกิดความหวาดกลัวและตัดสินใจยอมให้ใช้บัญชี เกรงว่าหากปฏิเสธอาจได้รับผลกระทบหรือถูกทำร้าย โดยบัญชีถูกใช้ในลักษณะดังกล่าวนานประมาณ 1 ปี และมียอดเงินหมุนเวียนเข้ามามากกว่า 1 ล้านบาท บางครั้งทีมบัญชีจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีเงินโอนเข้าจำนวนเท่าใด ขณะที่คำสั่งให้โอนเงินหรือชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะส่งผ่านทางไลน์ พร้อมระบุจำนวนเงินที่ต้องการให้ดำเนินการ

มีรายการหนึ่งที่ตนเคยโอนเงินตามคำสั่งรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดของธุรกรรมทั้งหมด และเกรงว่าอาจมีผลกระทบตามมาภายหลังและกลัวว่าตนจะต้องเป็นบัญชีม้า จึงตัดสินใจออกจากบริษัทเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา โดยตนต้องการให้มีการตรวจสอบและแก้ไขเรื่องการใช้บัญชีให้ถูกต้องและโปร่งใส จะมีการแจ้งความต่อไป

ด้าน น.ส.เอ๋ย อายุ 19 ปี กล่าวว่า ตนรู้จักนายกรผ่านช่องทางออนไลน์ หลังเห็นประกาศรับสมัครเด็กปั้นในปี 68 จึงติดต่อสมัครทำงานตำแหน่งครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นความฝัน แต่ช่วงแรกได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แม่บ้าน หลังเริ่มงานไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ตนได้ออกกอง และขากลับนั่งรถกับอินฟลูฯ รายนี้ เพียงสองคน เมื่อมาถึงหน้าสตูดิโอเขาขอกอด ตนตกใจเพราะไม่คุ้นเคย ก่อนอีกฝ่ายบอกว่าเป็น “การกอดแบบครอบครัว” 

หลังจากนั้น ฝ่ายชายมักเข้ามาพูดคุยสอบถามเรื่องชีวิตประจำวันในห้องนอน และบางครั้งเรียกไปพูดคุยบริเวณห้องใต้บันได ก่อนขอกอด ตนเข้าใจว่าเป็นการแสดงความรักแบบครอบครัว หนักสุดถูกลวนลามถึงห้องนอน ตนนอนห้องเดียวกับพนักงานอีกคน แต่วันเกิดเหตุเข้านอนเร็วกว่าปกติและปิดไฟ ประตูห้องไม่สามารถล็อกได้ ขณะนอนอยู่ได้ยินเสียงเปิดประตู ก่อนมีคนเข้ามาหอมแก้มทั้งสองข้าง ไซร้คอ และพยายามดึงผ้าห่มเพื่อสัมผัสบริเวณขาอ่อน ตนพยายามดึงผ้าห่มไว้ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าตื่นแล้ว แต่เขายังไม่หยุด กระทั่งพนักงานอีกคนเข้ามาและร้องว่า “อุ๊ย” อีกฝ่ายจึงกระโดดออกและเดินออกจากห้องไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกกลัวและสับสน พร้อมตั้งคำถามว่าจะมีใครเชื่อหรือไม่ หากนำเรื่องไปเล่า เพราะเขายังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุ ตนพยายามหลีกเลี่ยงอยู่กัน 2 คน 

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่าเข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันประเด็นการนำบัญชีบุคคลอื่นไปรับเงินและควบคุมการเบิกจ่าย ควรตรวจสอบที่มาของเงินและธุรกรรมว่าเข้าข่ายความผิดอื่นหรือไม่

สำหรับการแจ้งความ ผู้ให้ข้อมูลระบุว่า ควรสอบถามความสมัครใจและความสะดวกของผู้เสียหาย รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัย หากไม่มั่นใจในการดำเนินคดีในพื้นที่ สามารถประสานหน่วยงานส่วนกลางเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลกรณีเนื้อหาดังกล่าวเผยแพร่ผ่านช่องที่มีเด็กติดตามจำนวนมาก มองว่าการแสดงออกหรือพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ อาจทำให้เด็กเข้าใจผิดและมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ ฝากถึงผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีเด็กเป็นผู้ชม ให้ระมัดระวังการสื่อสารและการแสดงออก เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือส่งผลกระทบต่อเด็ก