“มอส” พี่ชาย “ฮลุน โซโล่” ยอมรับยังคาใจ ผลตรวจสารพิษภายในร่างกาย ส่วนทรัพย์สินที่ส่งกลับมาพร้อมร่าง มีเพียงหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต เท่านั้น ส่วนกล้องที่ใช้ถ่ายทำ ทางจอร์เจีย ขอเก็บไว้ตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ทางครอบครัวและญาติๆ กำลังรอผลการผ่าชันสูตรและเตรียมรอรับร่าง "ฮลุน โซโล่" เพื่อจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด นายสมศักดิ์ บุตรศรี "มอส" พี่ชายฮลุน ได้ออกมากล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นยังข้องใจในเรื่องสารเคมีในร่างกายและเรื่องหัวใจ เพราะในส่วนของผลชันสูตรจากต่างประเทศยังไม่มีรายละเอียดผลที่ชัดเจนให้ทราบเลย จึงต้องการผ่าชันสูตรที่ประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อนำผลมาเทียบเคียงกัน เพราะทราบว่า ทางจอร์เจีย ทำเพียงเก็บหลักฐานถึงชิ้นส่วนบางส่วนของน้องไว้และในเรื่องการเสียชีวิตในลักษณะแบบไหลตาย เรื่องนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดต้องรอผลการผ่าพิสูจน์
ซึ่งครอบครัวยังคาใจ เนื่องจากทางประเทศจอร์เจียเก็บเพียงชิ้นส่วนอวัยวะบางส่วนและผลดีเอ็นเอของน้องไว้ ซึ่งเป็นการผ่าร่างแต่อาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ได้มีการผ่าอย่างละเอียดเท่าประเทศไทยและไม่ได้แจ้งผลการผ่าชันสูตรว่าเป็นอย่างไรบ้าง หรือตรวจชิ้นส่วนตรงไหนบ้างและไม่มีเอกสารใดๆ ไม่มีการระบุชิ้นส่วนอวัยวะที่เก็บไว้และไม่มีผลรายละเอียดใดๆ ให้ มีเพียงเอกสารใบมรณะที่ชี้แจงมาว่าเสียชีวิต
ตอนนี้ทางครอบครัวกังวลเพียงเรื่องของสารพิษในร่างกาย จึงได้ยื่นขอทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยผ่าชันสูตรพลิกศพให้อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
นายสมศักดิ์ บุตรศรี หรือ "มอส" ยังกล่าวต่ออีกว่า หากผลการผ่าพิสูจน์พบว่ามีการถูกกระทำหรือทำร้าย จะต้องนำผลไปเทียบเคียง เพื่อชี้แจงและประกอบกับทางผลของประเทศจอร์เจีย เพื่อดำเนินการให้ทางประเทศจอร์เจียนำไปพิจารณาประกอบเพื่อดำเนินคดีเอาผิด แต่คงต้องหาคนไปดำเนินการทำให้น้องด้วย เพราะตนเองก็ไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร
ส่วนเรื่องอาการป่วยของน้องทางครอบครัวไม่มีใครทราบเรื่องจริงๆ แต่หากว่าการเสียชีวิตถูกจากการกระทำคงต้องดำเนินการเอาผิดเพื่อให้ทางประเทศจอร์เจียเข้าตรวจสอบเรื่องคดีดังกล่าว ตอนนี้ทราบเพียงว่าทางประเทศจอร์เจียแจ้งว่าไม่มีร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้ายใดๆ
ทั้งนี้ตนและครอบครัวต้องขอขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยกันจนทำให้น้องได้กลับบ้าน ส่วนเรื่องการประกอบพิธีทางศาสนายังต้องขอคุยกับทางครอบครัวก่อนว่าจะดำเนินการกันไว้กี่วัน ส่วนเรื่องศพของน้องต้องนำกลับในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ส่วนตอนนี้ทางครอบครัวโดยเฉพาะย่าของน้อง ได้สั่งมาว่าให้คอยเรียกน้องกลับบ้านตลอดทาง และในส่วนกำลังใจตอนนี้ยังดีอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเมื่อเดินทางกลับไปถึงบ้านที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ถ้าย่าเห็นสภาพศพน้องจะเป็นยังไง ซึ่งตอนนี้มีญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดคอยช่วยดูแลอยู่
ส่วนในเรื่องทรัพย์สินของน้อง ทางประเทศจอร์เจียไม่พบทรัพย์สินใดๆ มีเพียงพาสปอร์ตและเสื้อผ้าที่ให้มา ส่วนกล้องที่ถ่ายทำยังไม่ได้ส่งกลับมาพร้อมกับร่าง ซึ่งเขาแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ที่ประเทศจอร์เจียเขาเก็บไว้เพื่อตรวจสอบเช่นกัน