ญาติเหยื่อ 3 ศพ แฉไอ้ป๋องชอบใส่ชุดตำรวจ เสื้อกั๊ก เสื้อคลุมมีมานานแล้ว เวลาเจอใครชักปืนจ่อ ขู่ตลอด ก็ไม่รู้จะทำเพื่ออะไร พร้อมยอมรับไม่ติดใจตำรวจท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ แล้ว ปมเกียร์ว่าง-ไม่ใส่ใจ

สังคมยังเฝ้าติดตามคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 5 ศพ สองพี่น้องชาวรัสเซียกับครอบครัวพ่อแม่ลูกฝังดินบริเวณเนินเขามาบฟักทอง ใกล้วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ริมถนนมอเตอร์เวย์สายใหม่ (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) กม.ที่ 139 และสวนมะพร้าวฝั่งตรงข้าม พื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตำรวจตามจับกุมแก๊งฆาตกรทมิฬ 4 คน ประกอบด้วย นายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี นายธงชัย หรือธง ศรีนิล อายุ 39 ปี นายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ อายุ 25 ปี และนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม อายุ 24 ปี อยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแสว่าอาจมีเหยื่อสังหารมากกว่า 5 ศพ ขณะที่พยานและผู้เสียหายรายอื่นออกมาดาหน้าแฉพฤติกรรม “ไอ้ป๋อง” โหดเหี้ยมอำมหิต อ้างตัวเป็นสายตำรวจและยังรับงานเดินยาเสพติดให้ตำรวจในพื้นที่ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 ส.ค.69 ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร.นายกฤษดา ฉัตรอินทร์ อายุ 36 ปี หลานของ ครอบครัว พ่อ-แม่ ลูก ผู้เสียชีวิต 3 ศพ ที่ถูกฆ่าแล้วนำศพไปฝังดินในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางเข้าติดต่อรับทั้ง 3 ร่าง เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) จ.ชลบุรี

โดยนายกฤษดา เปิดเผยว่า นางฉันทนา ผู้เสียชีวิต มีศักดิ์เป็นน้าสาว วันนี้ตนได้รับการมอบหมายจากทางครอบครัวให้เดินทางมารับศพ เพื่อนำไปตั้งสวดพระอภิธรรม โดยกำหนดสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3-4 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 8 ส.ค.

จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เลย มันเกินกว่าที่จะอภัยให้กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ เพราะพฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ โดยเฉพาะนายป๋องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 เดือน กลับมาก่อเหตุฆ่าถึง 5 ศพ สมควรต้องได้รับโทษประหารชีวิตเท่านั้น

ตนก็รู้จักผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่แถวบ้าน แม้ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ก็พอทราบพฤติกรรมในอดีตว่าเป็นคนเกเร ชอบพกปืนขู่ผู้คนในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีตำรวจให้ท้ายหรือเป็นเด็กตำรวจหรือไม่ ส่วนการที่ผู้ต้องหาเคยใส่ชุดคลุมหรือเสื้อกั๊กคล้ายตำรวจนั้น คนในพื้นที่ต่างรู้นิสัยดีว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง

วันฝากขังตนมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับนายป๋อง ผู้ต้องหาด้วย ตนได้มองหน้าและพูดใส่ผู้ต้องหาว่า “โดนประหารแน่” ซึ่งผู้ต้องหาเมื่อจำตนได้ ก็ได้ก้มหน้าและยกมือขอโทษ

สำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ ในช่วงแรกที่ไปแจ้งคนหายตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. แต่ตำรวจกลับไม่ใส่ใจ ละเลย ไม่รีบลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหรือเบาะแสอย่างจริงจัง จนกระทั่งเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าไม่ติดใจอะไรแล้ว และทางครอบครัวได้พูดคุยกับตำรวจแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า บางช่วงบางตอน โดยนายกฤษดา เผยพฤติกรรมของนายฑณา หรือป๋อง ระบุว่า ตอนรุ่นๆ นายป๋องๆ เวลาเจอใครก็ชักปืนใส่ตลอด เจอเพื่อนเจอน้องก็ชักปืนใส่ จ่อ ขู่ตลอด ก็ไม่รู้ว่ามันทำเพื่ออะไร ส่วนเรื่องชุดตำรวจ มันมีมานานแล้ว มันชอบใส่มานานแล้ว ชอบใส่เสื้อเอี๊ยม เสื้อคลุม เสื้อกั๊ก คนแถวบ้านรู้ว่ามันไม่ใช่ตำรวจจริง แต่คนอื่นเขาอาจจะไม่รู้