ศาลฎีกาพิพากษาแก้ สั่งคุก 3 ปี อดีตทนายคนดัง คดีโกงเงิน 3 ล้านบาท ค่าประกันตัว “เบนซ์ เรซซิ่ง” ไม่รอลงอาญา คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ “เบนซ์” พอใจจำเลยได้รับโทษจำคุก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่ศาลอาญา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่ นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมธานี จับกุมนายศิวาวิทย์ ตามหมายจับศาลอาญา เนื่องจากนายศิวาวิทย์หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา 

คำฟ้องโจทก์ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2560 จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ทำให้เสียหาย หมิ่นประมาท กล่าวหาโจทก์ได้บังอาจเอาไปเสียซึ่งเอกสารสัญญาจ้างทำของ และวันที่ 6 ต.ค.2560 โจทก์ได้นำสัญญาดังกล่าวไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีของศาลแพ่ง ความจริงโจทก์ไม่ได้เอาไป และโจทก์ไม่ได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ ขณะจำเลยฟ้องโจทก์คดีดังกล่าว จำเลยเป็นทนายความ ต่อมาถูกสภาทนายความฯ ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2561 การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต ต้องการให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา และเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2561 จำเลยเบิกความเท็จในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 (ศาลพิพากษายกฟ้อง)  

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี ฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี ส่วนศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกทั้งหมด 8 เดือน 

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ จำคุกจำเลย 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 

จากนั้นศาลได้ออกหมายขังให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัว นายศิวาวิทย์ไปรับโทษจำคุก 3 ปีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

ภายหลังเบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวว่า ตนรู้สึกพอใจที่ตัวจำเลยได้รับโทษจำคุก ทั้งนี้ในส่วนคดีความแพ่งตนได้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 3,100,000 บาท โดยศาลมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 3 ล้านบาท แต่จากการสืบทรัพย์สินแล้วปรากฏว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะบังคับคดี จึงต้องสั่งเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป ทั้งนี้ตนรู้สึกขอบคุณนายธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ที่ช่วยเหลือประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาได้ เคสนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่คนที่มีคดีความ ที่อาจจะต้องพบเจอกับทนายความที่อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นคดีได้ อ้างจะช่วยเหลือเรื่องต่างๆได้ ทำให้ต้องสูญเสียเงิน ขอให้ควรระมัดระวังทนายความที่มีพฤติกรรมแบบนี้ให้ดี และสุดท้ายถึงแม้จะต้องใช้เวลาในการต่อสู้คดีมาเป็นเวลานาน เขาจะต้องติดคุกได้รับโทษเช่นนี้อยู่ดี