ทนายเผย “ฟลุ๊ค” ขอให้การเพิ่ม รับสารภาพในคดีฆ่าฝังดิน 3 ศพ แต่เป็นการถูกบังคับ ยืนยันไม่รู้เห็นคดีฆ่าสองพี่น้องรัสเซีย ส่วนรายละเอียดพฤติกรรมอยู่ในสำนวน
วันที่ 3 ส.ค. 69 นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว “นายฟลุ๊ค” มาสอบปากคำเพิ่มเติมในหลายประเด็น หลังผู้ต้องหาแสดงความประสงค์ขอให้การเพิ่มเติมด้วยตนเอง
นายสุขสันต์ ระบุว่า จากการสอบปากคำ นายฟลุ๊คยืนยันว่า รับรู้และเกี่ยวข้องเฉพาะคดีฆาตกรรมสมาชิกครอบครัวชาวไทย 3 รายเท่านั้น ส่วนคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย รวมถึงกระแสข่าวที่อาจมีผู้เสียชีวิตรายอื่นเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การว่าไม่ทราบและไม่มีส่วนรู้เห็น
ระหว่างการสอบสวน นายฟลุ๊ค มีอาการเครียดและร้องไห้หลายครั้ง พร้อมให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนแจ้ง และให้รายละเอียดบางส่วนที่อาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี อย่างไรก็ตาม ทนายความไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง
นายสุขสันต์กล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างว่า การเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เกิดจากการถูกบังคับ แต่ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบกับพยานบุคคล พยานวัตถุ และพฤติการณ์อื่นในคดี ก่อนนำเสนอให้ศาลพิจารณา
ส่วนคำถามว่า นายฟลุ๊ค มีบทบาทอย่างไร ตั้งแต่การเดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต การเคลื่อนย้ายรถยนต์ ตลอดจนการนำทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปใช้หรือไม่ นายสุขสันต์ระบุว่า ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพในข้อหาที่เกี่ยวข้องบางส่วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ขับรถ หรือแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไร เพราะเป็นรายละเอียดสำคัญในสำนวนสอบสวน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอยู่ระหว่างแจ้งหรือพิจารณาข้อหาอื่นเพิ่มเติม รวมถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินและพฤติการณ์หลังเกิดเหตุ โดยจำนวนข้อหาทั้งหมดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น
นายสุขสันต์กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาร้ายแรง มีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หน้าที่ของทนายความที่เข้าร่วมสอบสวนตามมาตรา 134/1 คือรับฟังการสอบสวน ดูแลให้ผู้ต้องหาได้รับสิทธิตามกฎหมาย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิในการให้การ โดยไม่ได้เข้าไปกำหนดเนื้อหาหรือเปลี่ยนแปลงคำให้การของผู้ต้องหา
ทนายความได้แจ้งให้นายฟลุ๊คทราบว่า ผู้ต้องหามีสิทธิให้การตามความเป็นจริง และหากคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน ศาลอาจนำไปประกอบการพิจารณาตามกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พ้นจากความรับผิดหรือได้รับการลดโทษโดยอัตโนมัติ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทั้งหมดและดุลพินิจของศาล
นายสุขสันต์ เปิดเผยด้วยว่า ระหว่างการสอบสวน นายฟลุ๊คร้องไห้และกล่าวว่าไม่ต้องการได้รับโทษประหารชีวิต ทนายความจึงอธิบายว่า ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่โทษสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ต้องรอการพิจารณาของศาลและคำพิพากษาถึงที่สุด
สำหรับสาเหตุที่นายฟลุ๊คเพิ่งขอให้การเพิ่มเติม ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมาระยะหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้มีความหวาดกลัว แต่เมื่อคดีปรากฏเป็นข่าวและตำรวจติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน
ส่วนกระแสข่าวว่าตำรวจนำตัวนายฟลุ๊คมาสอบ เพื่อขยายผลกรณีอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 5 รายเป็น 7 ราย นายสุขสันต์ยืนยันว่า นายฟลุ๊คให้การเพียงว่า ทราบรายละเอียดเฉพาะคดีครอบครัวชาวไทย 3 รายเท่านั้น และปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องผู้เสียชีวิตรายอื่น
พนักงานสอบสวนยังได้ซักถามถึงข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตทั้งสามราย รวมถึงเส้นทางการเดินทางและพื้นที่ที่อาจเกี่ยวข้อง แต่ทนายความขอไม่ยืนยันรายละเอียด เนื่องจากเป็นข้อมูลในสำนวนและอาจกระทบต่อการขยายผล
หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายฟลุ๊คกลับไปควบคุมที่เรือนจำตามหมายขัง เนื่องจากผู้ต้องหาถูกฝากขังต่อศาลแล้ว การนำตัวออกมาสอบเพิ่มเติมจึงต้องยื่นคำร้องขออนุญาตจากศาล และเมื่อดำเนินการเสร็จต้องนำตัวกลับไปยังเรือนจำตามขั้นตอน
นายสุขสันต์ย้ำว่า แม้นายฟลุ๊คจะให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน แต่คำกล่าวอ้างเรื่องการถูกบังคับ รวมถึงบทบาทของผู้ต้องหาแต่ละคน ยังต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนและชั้นศาล โดยทุกฝ่ายยังถือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย และมีสิทธิต่อสู้คดีจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด