บิ๊กหยาม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำแถลงจับยาเสพติดซุกในรถเทรลเลอร์ ดัดแปลงช่องลับ ของกลางมูลค่าเฉียดพันล้านบาท และตำรวจ บก.น.9 ทลายเครือข่าย "โอ บางบัวทอง" ลำเลียงยาบ้า ลงสู่พื้นที่ภาคใต้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ บก.อคฝ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงตำรวจ บก.สส.บช.น.จับยาเสพติดซุกในรถเทรลเลอร์ บก.น.9 ทลายเครือข่าย "โอ บางบัวทอง"

สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาในคดียาเสพติดที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ สืบทราบว่าจะมีขบวนการขนลำเลียงยาเสพติด มาจากพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือโดยใช้รถเทรลเลอร์ ซุกซ่อนยาเสพติด สะกดรอยติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาวันที่ 21 มี.ค. ชุดจับกุมรับแจ้งว่า ผู้ต้องหาใช้รถเทรลเลอร์ ลำเลียงยาเสพติดในตู้คอนเทนเนอร์ จะใช้เส้นทางผ่านมายังพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อจะนำยาเสพติดเข้าไปกระจายส่งต่อในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเวลาประมาณ 14.10 น. พบรถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียนหัว 74-65xx สมุทรปราการ, ป้ายทะเบียนหาง 74-66xx สมุทรปราการ มีนายพิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง และนายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ภูมิลำเนา ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ขับขี่ ตามที่ได้รับแจ้ง ขับผ่านมาบริเวณถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมืองนครสวรรค์ ชุดจับกุมแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น

...

จากการตรวจค้นพบว่ามีการดัดแปลงช่องลับภายในตู้คอนเทนเนอร์ นำแผ่นเหล็กมากั้นแยกเป็นผนังแยกเป็นห้องอีกชั้นหนึ่ง เพื่อใช้ในการอำพรางและปิดบังเจ้าหน้าที่ขณะขนลำเลียงยาเสพติด ตรวจค้นพบยาบ้า 91 กระสอบ ๆ ละประมาณ 200,000 เม็ด รวม 18,200,000 เม็ด ยาไอซ์ 30 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 750 กิโลกรัม และเคตามีน 10 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ของรถเทรลเลอร์คันดังกล่าว

แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปและร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พร้อมของกลางมูลค่ายาเสพติด ประมาณ 996,000,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายพิษณุ รับสารภาพว่า เคยขับรถบรรทุกสิบล้อขนส่งสินค้ามาประมาณ 10 ปี และลาออกจากงานมาประมาณ 3 ปี ต่อมาได้รับการว่าจ้างขับรถเทรลเลอร์ให้บรรทุกเครื่องสุขภัณฑ์ไปส่งชายแดนภาคเหนือ จำนวน 3 ครั้ง เพื่อสำรวจเส้นทาง ต่อมาขับรถบรรทุกน้ำดื่มไปส่งชายแดนภาคเหนือ และขับรถพ่วงเทรลเลอร์ที่ดัดแปลงช่องลับเพื่อซุกซ่อนยาเสพติด โดยรับยาเสพติดจากพื้นที่บริเวณชายแดนทางภาคเหนือมาแล้ว 5 ครั้ง โดยนำยาเสพติดมาเก็บไว้ที่โกดังพื้นที่ภาคกลาง เพื่อกระจายให้ลูกค้าในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้ค่าจ้างครั้งละ ประมาณ 100,000 - 200,000 บาท

นายณัฐวุฒิ รับสารภาพว่า เคยขับรถบรรทุก 6 ล้อ (ห้องเย็น) ปัจจุบันไม่ได้ทำงาน ต่อมานายพิษณุ ได้ติดต่อให้มาช่วยขับรถเทรลเลอร์ไปที่ชายแดนทางภาคเหนือ โดยตนพึ่งมาขนยาเสพติดเป็นครั้งแรก ส่วนเงินค่าจ้างนั้นยังไม่ได้รับเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อน

พล.ต.ท.สยาม ผบช.น. แถลงผลงานของ กก.สส.บก.น.9 ว่า ชุดจับกุมที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เครือข่าย “โอ บางบัวทอง” เพื่อทำลายแหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (ยาบ้า) ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ตรวจยึดยาบ้าที่อำพรางมาในรูปแบบกล่องพัสดุ จำนวน 6 กล่อง จำนวน 600,000 เม็ด และตรวจค้นโกดังได้ยาบ้าเพิ่มอีกจำนวน 60,000 เม็ด อยู่ระหว่างนำส่งลงไปในพื้นที่ภาคใต้

...

จากการสืบสวนทราบว่าเครือข่าย “โอ บางบัวทอง” มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดอยู่ที่หมู่บ้านหรู ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยจะนำยาเสพติดบรรจุซุกซ่อนในกล่องพัสดุสินค้า เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และเรียกให้บริษัทรับจ้างขนส่งสินค้ามารับไป ซึ่งในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น “นายโอ” ไหวตัวหลบหนีออกจากบ้านไปก่อน จึงได้สืบสวนขยายผลพบว่า นายโอ ได้เช่าโกดังสินค้าไว้อยู่ภายใน ซอยเปาอินทร์ 5 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว จะนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อรอแพ็คบรรจุซุกซ่อนลงไปในกล่องพัสดุสินค้าภายในโกดังสินค้า เพื่อทำให้คล้ายกับว่าเป็นสินค้าทั่วไป โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป