ผบก.ภ.จ.นนทบุรี แจงคดีนักเรียน ม.3 ถูกกระสุนปืนเจาะศีรษะดับคาห้องเรียนคอมพิวเตอร์เป็นเหตุปืนลั่น ขณะที่ปืนอยู่ในเสื้อกันหนาวไม่มีการหยิบปืนออกมา เป็นปืนไทยประดิษฐ์ ง้างนกแล้วลั่นง่าย ผู้ก่อเหตุกับผู้ตายสนิทกันดี มีผู้ต้องหา 6 คน คือคนทำปืนลั่น อีก 5 คน คือเจ้าของปืน และคนนำปืนไปทิ้งคลอง ยันตำรวจทำไปตามพยานหลักฐานไม่ได้ช่วยใคร แม่และครอบครัวผู้ตายยังไม่เชื่อปืนลั่น ข้องใจตอนแรกรับตั้งใจยิงตอนหลังกลับคำให้การ ระบุมีข่าวผู้ก่อเหตุมีเรื่องกับลูก ลั่นหากเป็นการยิงเผาขนเอาเรื่องถึงที่สุด ขณะที่ตาเผยติดต่อทนายความเตรียมเอาเรื่องคู่กรณีแล้วจากเหตุสลดใจ ด.ช.นพศิลป์ งามสุด หรือน้องโชค อายุ 14 ปี นักเรียน ม.3/2 โรงเรียนวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต้องมาจบชีวิตอย่างมีเงื่อนงำในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โดยมีบาดแผลกระสุนปืน .38 บริเวณที่หางคิ้วซ้ายและท้ายทอยยังไม่สามารถบอกได้ว่าแผลใดเป็นรอยกระสุนเข้า เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ย. ต่อมาตำรวจนำตัวด.ช.เด (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เพื่อนร่วมชั้นนั่งเรียนอยู่ใกล้กัน มาสอบสวนเบื้องต้นแต่ยังให้การสับสนทั้งอ้างว่านำปืนมาโชว์แล้วปืนลั่น และอ้างว่านำปืนมายิงผู้ตาย ส่วนปืนเรียกให้เพื่อนสนิทนำไปซ่อนแล้ว ตำรวจอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมสอบปากคำนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้ง 11 คน เพื่อคลี่คลายคดีในที่สุดคดีปริศนาคลี่คลายลง โดยตำรวจยืนยันเป็นเหตุปืนลั่น โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่16ก.ย.ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก. พ.ต.ท.พันธ์มิตร จ้างประเสริฐ รอง ผกก. (สอบสวน) พร้อมตำรวจเกี่ยวข้องร่วมประชุมสรุปความคืบหน้าของคดี โดยตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีประมวลกับคำให้การพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใช้เวลานานกว่า1ชั่วโมงจากนั้น พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดจนทราบว่าเด็กเสียชีวิตจากถูกอาวุธปืนไม่ได้เกิดจากคีย์บอร์ดระเบิดอย่างที่เป็นข่าวตอนแรก และได้สอบปากคำนักเรียนที่ใกล้ชิดเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ทำปืนลั่นคือ ด.ช.เด (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หลังเกิดเหตุได้ติดต่อเพื่อนรุ่นพี่ให้มารับปืนไปทิ้งคลองบางไผ่ หลังวัดลาดปลาดุก และตำรวจได้งมปืนมาเป็นของกลาง พนักงานสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพสอบสวนจนถึงเช้าในหลายประเด็นและอาจารย์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ยังไม่ตัดประเด็นใดต้องสอบสวนทั้งหมดผบก.ภ.จ.นนทบุรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน คือเด็กที่ทำปืนลั่น 1 คน เจ้าของปืน 1 คน และผู้ที่ร่วมเอาปืนไปทิ้ง 4 คน เด็กที่ทำปืนลั่น แจ้งข้อหากระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าของปืน 1 คน แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนอีก 4 คน ที่ช่วยเหลือนำปืนไปทิ้งแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนและร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นหาทำลายอาวุธปืนพล.ต.ต.ไพศาลกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุผู้ที่ทำปืนลั่นได้ให้ความช่วยเหลืออยู่ตรงนั้นไม่ได้หลบหนี แต่ครูให้เด็กนักเรียนทั้งหมดออกจากห้องเรียน ซึ่งทุกคนคงตกใจสับสน และคิดว่าเป็นคีย์บอร์ดระเบิดใส่หน้าเด็ก ส่วนสาเหตุที่พกปืนมาโรงเรียนเนื่องจากมีปัญหากับเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนเดียวกันแต่ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตกับคนทำปืนลั่นสนิทกันดี ผู้เสียชีวิตไม่ได้มีปัญหากับเจ้าของปืนหรือเด็กที่พกปืนมาโรงเรียน โดยปืนเป็นของเพื่อนสนิทในกลุ่มซึ่งทำขึ้นมาเองเพราะมีความรู้เรื่องช่าง พนักงานสอบสวนทำตามพยานหลักฐานทั้งทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล ไม่สามารถจะไปช่วยใครอะไรได้ทั้งนั้น อยากฝากผู้ปกครองให้ช่วยดูเด็กอย่าให้ออกนอกลู่นอกทาง โรงเรียนก็ดูแลเด็กอย่างดีที่สุดแล้ว ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาผบก.ภ.จ.นนทุบรีกล่าวย้ำว่า การสอบสวนทั้งหมดสอดคล้องว่าเกิดจากปืนลั่น ส่วนรายละเอียดต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเป็นคนชี้รายละเอียด ว่าสอดคล้องกับการสอบสวนหรือไม่ จากการสอบสวนไม่มีการหยิบอาวุธปืนออกมาขณะเกิดเหตุปืนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว แล้วปืนได้ลั่นขึ้นโดนหัวเด็กม.3 ที่กำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กระสุนถูกบริเวณเหนือคิ้วซ้าย ปืนกระบอกนี้เป็นปืนไทยประดิษฐ์แบบปืนปากกาแต่ต่อด้าม ถ้าหากไกปืนถูกง้างนกไว้ก็พร้อมที่จะลั่นได้ แต่ถ้าไม่ได้ง้างนกจะลั่นยากหน่อย รายละเอียดทั้งหมดส่งตรวจทางวิทยาศาสตร์แล้วจะทราบภายใน 2 สัปดาห์ต่อมาเวลา 12.00 น. พนักงานสอบสวนได้คุมตัว ด.ช.เด ผู้ก่อเหตุ ไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวหรือส่งสถานพินิจฯที่โรงเรียนวัดลาดปลาดุก ครอบครัวของ ด.ช.นพศิลป์ นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป ทำพิธีเชิญวิญญาณที่ห้องคอมพิวเตอร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกสลด โดยเฉพาะยายของผู้ตายร่ำไห้ตลอดเวลา ในที่เกิดเหตุยังมีร่องรอยคราบเลือด ขณะที่โรงเรียนได้ตั้งเครื่องเซ่นไหว้ให้กับดวงวิญญาณ ด.ช.นพศิลป์ ในระหว่างทำพิธีมีตัวแทนครูมาอำนวยความสะดวกและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกล่าวว่า โรงเรียนพร้อมรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างงานสวดพระอภิธรรม แต่ครูที่เกี่ยวข้องต้องเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานเขตการศึกษา อาจยังไม่ได้เดินทางไปร่วมในพิธี ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้ออกมาพบญาติผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี น.ส.ปวีณา งามสุด มารับศพ ด.ช.นพศิลป์ นำไปบำเพ็ญกุศลวัดราษฎร์ประคองธรรม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมกล่าวว่า อยากจะขอความเป็นธรรมให้ลูก ยังสงสัยว่าปืนลั่นหรือตั้งใจยิง ในคำให้การคือตั้งใจและมาเปลี่ยนคำให้การอีกทีว่าปืนลั่น อยากให้ตำรวจดูว่าอย่างไรความจริง หากผลการชันสูตรออกมาแล้วว่าเป็นการยิงเผาขนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ลูกชายไม่ใช่คนเกเร เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในโรงเรียนด้วยซ้ำ สำหรับมูลเหตุยังไม่ทราบ แต่ลูกของตนไม่เคยมีเรื่องกับใครขนาดกลับบ้านเองยังกลับไม่เป็นเลย ส่วนคนที่ก่อเหตุนั้นมีข่าวว่ามีเรื่องกับลูกของตน แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือโรงเรียน ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมา ทราบว่าโรงเรียนกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ ตนยังสงสัยการทำงานของโรงเรียนอยู่เพราะตอนแรกบอกว่าคีย์บอร์ดระเบิด อีกทั้งโรงเรียนควรมีการตรวจสอบอาวุธปืนหรือไม่ ขณะที่ตาของผู้ตาย กล่าวว่า ครอบครัวประสานทนายความไว้แล้ว เตรียมดำเนินคดีกับคู่กรณีให้ถึงที่สุดต่อมา พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.พันธมิตร จ้างประเสริฐ รอง ผกก. (สอบสวน) และตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรี นำคีย์บอร์ดของกลางในคดี ไปจำลองเหตุการณ์และตรวจวิถีกระสุน ที่ห้องคอมพิวเตอร์ ร.ร.วัดลาดปลาดุก จากนั้น พ.ต.ท.พันธมิตรกล่าวว่า แนววิถีกระสุนถูกยิงออกมาจากช่วงเอวหรือท้องของผู้ต้องหา กระสุนทะลุเสื้อเข้าหางตาซ้ายของผู้ตายทะลุศีรษะด้านหลัง ไปกระแทกกับกำแพงตกอยู่บนพื้นหลังห้อง ส่วนคีย์บอร์ดคาดถูกปืนกระแทก สอดคล้องคำให้การผู้ต้องหาและประจักษ์พยานที่ระบุว่า ผู้ต้องหาดึงเสื้อกันหนาวออกจากกระเป๋าแล้วปืนลั่นที่กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีปืนลั่นถูกนักเรียนเสียชีวิตว่า ได้มอบหมายให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงที่โรงเรียนดังกล่าวแล้ว ประเด็นการตรวจสอบโรงเรียนปกปิดข้อมูลตำรวจหรือไม่ ขอฟังสรุปข้อมูลอย่างเป็นทางการก่อน เชื่อมั่นว่าโรงเรียนไม่มีเจตนาปกปิดข้อมูล ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว รวมถึงจะมีการเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนผู้เสียชีวิตด้วยที่วัดราษฎร์ประคองธรรม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ปวีณา งามสุด และครอบครัว นำศพ ด.ช.นพศิลป์ งามสุด มาตั้งบำเพ็ญกุศล ก่อนทำพิธีรดน้ำศพ มีครูและเพื่อนร่วมชั้น ม.3/2 ร่วมพิธี ขณะที่ น.ส.ปวีณายังทำใจไม่ได้ร่ำไห้ตลอดเวลาและพูดถึงลูกชายอย่างอาลัย อาวรณ์ โดยนางนันท์ภัย ชโยดมสิทธิ์เดช อายุ 57 ปี ยายผู้ตาย กล่าวว่า ไม่เชื่อคำให้การของผู้ก่อเหตุว่าทำปืนลั่น เด็กคนนี้หยุดเรียนไปนานแล้ว พอกลับมาเรียนวันแรกก็มาเกิดเหตุกับหลานขณะเดียวกันแม่และพ่อเลี้ยงของ ด.ช.เด ไปเก็บของใช้ของ ด.ช.เด ที่โรงเรียน เพื่อกลับไปอยู่ในความดูแลของครอบครัวหลังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรีให้ประกันตัวในวงเงิน 10,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไขต้องอยู่ในความดูแลของครอบครัว และให้รายงานตัวเดือนละ 1 ครั้ง โดยแม่ ด.ช.เดกล่าวว่า ลูกชายมาอยู่กับหลวงตาตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ หลวงตาดูแลทุกอย่าง ทั้งเรื่องเรียนและค่าใช้จ่าย เวลามีปัญหาลูกไม่เคยบอกให้รู้ หลังเกิดเหตุไปที่โรงพัก ลูกไม่ได้พูดอะไร สอบถามลูกรู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ และหวาดกลัว จนไม่อยากกลับไปเรียนที่เดิม ต่อไปต้องไปส่งที่โรงเรียนและให้ลูกเป็นเด็กดี ให้เลิกคบเพื่อนกลุ่มเก่าๆ 4-5 คน