รถขนแรงงานพม่าคว่ำที่ตาก แต่คนตายกับคนเจ็บถูกพบที่กำแพงเพชร โดยมีผู้เสียชีวิต 3 บาดเจ็บสาหัส 4 ล่าสุด พม.เข้าสัมภาษณ์ 16 คนที่รอด เพื่อแยกเหยื่อค้ามนุษย์ออกจากผู้หลบหนีเข้าเมือง ส่วนผลตรวจเชื้อโควิด พบหญิง 2 คนติดเชื้อ ต้องแยกกักตัว

จากอุบัติเหตุขบวนการขนย้ายแรงงานต่างด้าวลักลอบขนแรงงานใช้เส้นทางภูมิประเทศ รอยต่ออำเภอพบพระมายังอำเภอวังเจ้า จ.ตาก ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นถนนคอนกรีตลัดเลาะไปตามไหล่เขาคดโค้งและสูงชัน ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่บ้านผาผึ้ง หมู่ 6 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า โดยรถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถยนต์อีซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน บน 6487 ตาก ใช้ขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา

ทั้งนี้พบว่าหลังประสบอุบัติเหตุ คนขับได้ทิ้งรถแล้วเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวขึ้นรถยนต์กระบะอีกคัน ก่อนจะนำแรงงานต่างด้าวจำนวน 23 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 4 และเสียชีวิต 3 ไปทิ้งไว้ในบริเวณป่ายาง บ้านหนองนกกระทา หมู่ 12 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร โดยมีรายงานว่าคนขับรถได้แจ้งบริษัทประกัน โดยอำพรางข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะให้รถยกเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุไปส่งอู่แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.พิษณุโลก

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก พร้อม พ.ต.อ.ณัฐพล บุพศิริ ผกก.สภ.วังเจ้า จ.ตาก และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐาน วัตถุพยาน ที่เกี่ยวข้อง ที่ตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการเชื่อมโยงคดี

...

พบว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไหล่เขาลงมาจากบ้านผาผึ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เพื่อจะลงมายังหมู่บ้านนาโบสถ์ ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า ซึ่งสภาพเส้นทางเป็นทางถนนคอนกรีตที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา บางช่วงเป็นหน้าผา โดยจุดเกิดเหตุเรียกว่า มอชมพู่ สภาพเป็นเส้นทางลงเขาลาดชันประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร ก่อนจะถึงทางโค้งหักศอก ทางซ้าย ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่รถยนต์กระบะของขบวนการค้าแรงงานต่างด้าว ซึ่งคาดว่าจะขับลงมาด้วยความเร็วเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ ตามคำให้การของแรงงานต่างด้าว ก่อนจะชนเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่บริเวณหัวโค้ง

จากการตรวจสอบร่องรอยในที่เกิดเหตุพบมีรองเท้าชายหญิง ทั้งรองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะจำนวนมาก และยังพบเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด หมวกแก๊ปหลายใบตกอยู่ นอกจากนี้ยังพบนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ G shock สีขาว สายขาด 1 ข้าง แต่นาฬิกายังเดินปกติตกอยู่บริเวณกอไผ่ และมีผ้าสแลนสีดำ ซึ่งมีลักษณะตรงกับสแลนสีดำที่ติดอยู่บริเวณคอกรถกระบะของคันเกิดเหตุ ตามภาพถ่ายที่มีผู้บันทึกภาพถ่ายไว้ขณะที่รถยกมายกรถ

นอกจากนี้กล้องวงจรปิดของ อบต.นาโบสถ์ บริเวณสามแยกบ้านท่าทองแดง ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า สามารถบันทึกรถบยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นรถที่มารับตัวแรงงานต่างด้าวที่ได้รับบาดเจ็บ และนำศพผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำไปปล่อยทิ้งลงบริเวณป่ายาง บ้านหนองนกกระทา หมู่ 12 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว สีขาว มีคอกและมีสแลนสีฟ้าคลุมอำพราง วิ่งผ่านจุดดังกล่าวในเวลาประมาณ 04.06 น. ของวันที่ 6 พ.ย. 2564

พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก กล่าวว่า จากรายงานทราบว่ากลุ่มขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองได้ใช้เส้นทางธรรมชาติเดินเท้าข้ามเขามา ก่อนจะมายังจุดนัดพบกลางป่า ลำเลียงขึ้นรถแล้วลงมาตามเส้นทางสายหมู่บ้านผาผึ้ง-บ้านท่าทองแดง แต่เส้นทางดังกล่าวมีสภาพเขาสูงชันทำให้รถประสบอุบัติเหตุกลางป่า ทั้งนี้จะให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาทำการเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อรวบรวมหลักฐานประกอบการเชื่อมโยงในคดี ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนได้ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ส่วนที่วัดหนองนกกระทา หมู่ 12 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร สถานที่กักกันตัวแรงงานต่างด้าวจำนวน 16 คน นายธวัชชัย ไทยตัน กำนันตำบลนาบ่อ เปิดเผยว่า ได้จัดกำลังทั้งเฝ้าเวรยาม และมีอาสาสมัครสาธารณสุขเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการจำกัดบริเวณให้แรงงานอยู่ภายในศาลาการเปรียญเท่านั้น ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งได้ดำเนินอย่างเคร่งครัด

ขณะที่ผลตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ผลออกมาเป็นลบทั้งหมด แต่เมื่อตรวจด้วยวิธี RT-PCR พบผู้ติดเชื้อเป็นเพศหญิง 2 ราย (พบเชื้อในศพผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย) จึงได้มีการกำหนดบริเวณให้อยู่ในสถานที่ควบคุม เพื่อรอทีมเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคสาธารณสุขอำเภอเมืองกำแพงเพชรเข้ามาคัดแยกผู้ติดเชื้อออกมาทำการรักษาต่อไป

ในส่วนแรงงานจำนวน 16 คน เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าสัมภาษณ์แรงงานในเบื้องต้น เพื่อทำการคัดแยกว่ามีแรงงานคนใดเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีแรงงานที่ไม่ได้สมัครใจหลบหนีเข้าเมืองก็จะเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งจะถือเป็นผู้เสียหาย จากนั้นจะมีการส่งตัวผู้เสียหายไปยังศูนย์พักพิง เพื่อรอดำเนินการตามขั้นตอนของการเยียวยาผู้เสียหายต่อไป แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย จะถือเป็นผู้กระทำความผิด จะต้องส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งต่อให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองผลักดันกลับประเทศต่อไป.