“ธนารัชต์ สมคเณ” รอง ผอ.สพม.เขต 1 เข้าให้ปากคำ ปปป. ในฐานะพยาน กรณีอดีต ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา เกี่ยวข้องบัญชีเงินโรงเรียนเคลื่อนไหวผิดปกติ มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท

กรณีพบรถตู้ 2 คันจอดอยู่ในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.60 โดยไม่ทราบที่มา และรถทั้ง 2 คันไม่มีทะเบียน ทำให้เจ้าหน้าที่ในโรงเรียนไม่กล้านำไปใช้ ซึ่งนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นรถตู้ที่ได้มาจากการเรียกรับเด็กเข้าเรียน หรือแป๊ะเจี๊ยะ ต่อมาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีการประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยมีนายธนารัชต์ สมคเณ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมสังเกตการณ์ด้วย เมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 มี.ค.63 ที่ บก.ปปป. (กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ) ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 (รอง ผอ.สพม.เขต 1) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.แมน รัตนโมรา ผกก.(สอบสวน) บก.ปปป. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ในฐานความผิดเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าโดยทุจริต โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

นายธนารัชต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 ได้แจ้งความดำเนินคดีอดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเกี่ยวข้องกับเงินของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ไม่แจ้งที่มาของเงินได้ รวมถึงรถตู้ที่นำมาใช้ในโรงเรียนโดยไม่มีที่มาที่ไป และจากการตรวจสอบพบว่า ปี 2558 มีการเปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี คือ บัญชีแรกระบุชื่อ “สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” แต่ไม่มีเงินเคลื่อนไหวใดๆ ส่วนอีกบัญชีระบุชื่อ “ผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” มีเงินเคลื่อนไหวกว่า 100 ล้านบาท จำนวนเงินดังกล่าว ทางผู้บริหารโรงเรียนไม่สามารถชี้แจงได้ จึงเชื่อว่าอาจเกิดความไม่โปร่งใส จึงได้มอบหลักฐานกับพนักงานสอบสวนไว้ประกอบสำนวน

...

"วันนี้ตนมาพบ พนักงานสอบสวน บก.ปปป.ให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวกับอดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เรื่องถูกดำเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าโดยทุจริต พร้อมเตรียมเปิดหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการพิจารณานำเด็กที่จะเข้ามาเรียนมาทดแทนเด็กนักเรียนที่สละสิทธิ์ที่นั่งควรทำตามระเบียบหลักเกณฑ์ คือนำลำดับสำรองขึ้นมาแทนที่ ไม่ใช่จะนำเด็กคนใดก็ได้มาทดแทน อีกทั้งยังฝากถึง ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคนปัจจุบัน ควรบริหารจัดการโรงเรียนให้มีความโปร่งใส ไม่ให้เหมือนในอดีต เพื่อให้เป็นมาตรฐานที่ดีในระบบการศึกษาไทยต่อไป" นายธนารัชต์กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบปากคำไว้และเตรียมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.