มองครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน ผมนึกในใจว่า ทำไมหน้าตาถึงได้โหนกขนาดนั้น นี่คือ AVATR แบรนด์หรูของ Changan จุดสูงสุดของความพรีเมียม ที่บรรจุนวัตกรรม ดีไซน์ อารมณ์ความรู้สึก เข้าไปในรถทุกรุ่นอย่างเต็มเปี่ยม แนวคิด ความหรูหรายุคใหม่ หรือ New Luxury วางรูปลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมี่ยมที่เรียบหรู สง่างาม เส้นสายโค้งมนลื่นไหลคล้ายรถยนต์ต้นแบบ เป็นรถไฟฟ้าประเภทที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงตะโกนเพื่อเรียกสายตาใคร แต่ใช้คุณภาพและความมั่นใจเปล่งแสงออร่าออกมาเอง จุดเด่นของ AVATR ก็คือความสะดวกสบาย ไดนามิกของการขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและราคาที่เจ้าของ Benz / BMW จับต้องได้อย่างสบายๆแบบซื้อเอามาลองขับเล่นแต่ก็เห็นว่าติดอกติดใจกันไปหลายคน
วิสัยทัศน์ของ Changan ขึ้นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์มองว่า ไม่ใช่ทุกตลาดที่พร้อมจะเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าได้ในชั่วข้ามคืน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐาน, ต้นทุน และรูปแบบการใช้งานในแต่ละประเทศยังคงแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้น นอกจากรถ EV แล้ว เทคโนโลยีไฮบริดจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญ ให้ทั้งความประหยัดและการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยไม่บีบบังคับให้ผู้ซื้อต้องปฏิวัติวิถีชีวิตเดิมๆ ในการใช้รถ สำหรับ AVATR เป็นแบรนด์ที่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าและมีงบประมาณ 1.5-2.5 ล้านบาท เป็นเจ้าของรถยุโรปแต่อยากเปลี่ยนฟิลลิ่ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ อยากประหยัดเงินในการซื้อรถ อยากลดค่าใช้จ่ายพลังงาน แต่ยังยึดติดกับรถหรูที่ดูดีและขับได้แทบจะไม่ต่างจากรถยุโรป
AVATR 07 รถยนต์ไฟฟ้าทรง Coupe SUV มีการควบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะอันแข็งแกร่งจากการทดสอบระดับสากล มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ดีกรีความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการรับประกันตัวรถ และรับประกันแบตเตอรี่ หมัดเด็ดของ AVATR 07 คือ สู้กันด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของผู้ใช้ ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา สิ่งที่นิยามตัวตนของ AVATR คือการขับเคลื่อนองค์กรอย่างจริงจัง เป็นบริษัทเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อผู้ใช้งานทั่วโลก ไม่ใช่แค่บริษัทจีนที่ส่งออกรถไปขาย แต่เป็น บริษัทระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีน
AVATR 07 2 รุ่นย่อย
Max RWD (คันทดสอบ) ราคา 1,659,000 บาท และ Ultra AWD ราคา 1,859,000 บาท
AVATR 07 Max RWD คันทดสอบสีเทา ราคา 1,659,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 338 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร ระยะทาง 575 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (คันทดสอบ)
AVATR 07 Ultra AWD ราคา 1,859,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง: 590 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตันเมตร ระยะทาง 545 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ระบบกันสะเทือนถุงลมอัจฉริยะ Magic Carpet และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร. รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
AVATR 07 อออกแบบโดย Nader Faghihzadeh (นาเดอร์ ฟากิห์ซาเดห์) Chief Design Officer อดีตดีไซเนอร์จาก BMW ผู้อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ BMW 6 Series Gran Coupé และ BMW 7 Series ร่วมกับทีม AVATR Global Design Center ในมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อเจ้าของเงินให้อิสระทางความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ Nader ก็ทำออกมาได้อย่างหมดจดงดงาม ทรงของรถมีดีไซน์สไตล์ UFO / Future Elegance ผสมผสานระหว่าง Crossover SUV ท้ายลาดสไตล์สปอร์ต (Fastback-SUV) จุดเด่นคือด้านหน้าที่ดุดันเรียบหรูพร้อมแถบไฟ DRL รูปตัว C (Halo Light), กระจกมองข้างดิจิทัล (Digital Side Mirrors - ออปชัน), ซุ้มล้อกว้างโป่งสปอร์ต ล้ออัลลอยขอบ 20นิ้วในรุ่นมอเตอร์เดี่ยว และ 21 นิ้ว ในรุ่นมอเตอร์คู่ ทั้งสองรุ่นติดตั้งไฟท้าย LED ทรงยาวสอดรับกับบั้นท้ายโค้งมน
มิติตัวถัง (Dimensions) AVATR 07 มีความยาว 4,825 มิลลิเมตร กว้าง 1,980 มิลลิเมตร สูง 1,620 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,940 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 174 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระ ความจุห้องสัมภาระท้าย 500 ลิตร ขยายได้สูงสุด 1,325 ลิตร เมื่อพับเบาะ ความจุช่องเก็บของด้านหน้า 90 ลิตร น้ำหนักตัวรถ (Kerb Weight) BEV (ไฟฟ้า 100%) รุ่น RWD (ขับเคลื่อนล้อหลัง) ประมาณ 2,315 กิโลกรัม รุ่น AWD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) ประมาณ 2,434 กิโลกรัม
AVATR 07 สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม CHN Platform เป็นความร่วมมือระหว่าง Changan, Huawei, CATL ระบบส่งกำลัง BEV (ไฟฟ้า 100%) Pure Electric 100% สถาปัตยกรรม 800V
มาดูตัวเลขสมรรถนะเมื่อต้องจ่ายเงิน 1.65 ล้านบาท คุณจะได้ AVATR 07 รุ่น RWD (ขับเคลื่อนล้อหลัง) มอเตอร์หลังแบบ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 338 แรงม้า (252 kW) แรงบิดสูงสุด 365 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. แบตเตอรี่ CATL Shenxing LFP ความจุ 82.16 kWh ระยะทางวิ่ง: สูงสุด 575 กม. (WLTP) รถคันทดสอบวิ่งมาแล้วหมื่นกว่ากิโลเมตร แต่ทุกอย่างของมัน ยังคงดูดีและไม่มีเสียงรบกวน เป็นที่รู้กันดีว่ารถทดสอบของสื่อมวลชนนั้นมักจะถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงจาการทดสอบ โดยเฉพาะการขับโดยใช้ความเร็วสูง แต่ 07 คันนี้ ยังคงมีสภาพดีเหมือนกับวันที่เพิ่งจะออกจากโชว์รูม
AVATR 07 รุ่นท็อป AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตัวเลขประสิทธิภาพ ติดตั้งมอเตอร์คู่ มอเตอร์หน้าแบบ AC Induction + มอเตอร์หลัง Permanent Magnet กำลังรวมทั้งระบบที่ 598 แรงม้า (440 kW) แรงบิดรวม 645 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. แบตเตอรี่: CATL Shenxing LFP ความจุ 82.16 kWh ระยะทางวิ่ง: สูงสุด 610 กม. (CLTC) / ประมาณ 463 กม. (WLTP) จริงๆแล้วตัวเลข 3.9 วินาที แทบจะไม่มีถนนให้วิ่ง เพราะเป็นความเร็วตีนต้นน้องๆซูปเปอร์คาร์ บนเรือนร่างของสปอร์ตคูเป้เอสยูวีที่มีน้ำหนักเฉียดๆ 2.5 ตัน
สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V Silicon Carbide (SiC) High-Voltage Platform แน่นอนว่าจะต้องมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว DC Fast Charging 800V รองรับกำลังไฟสูงปริ้ด ชาร์จจาก 30% - 80% ได้ภายในประมาณ 10-15 นาที (หรือชาร์จเพียง 10 นาที ได้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นราว 350-400 กม. บนตู้ชาร์จ Ultra-Fast Charge ถ้าคุณหามันเจอ แต่ตู้บ้าพลังแบบนี้ นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตามหัวเมืองต่างจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก
พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดน้ำหนักแปรผัน ช่วงล่าง และระบบเบรก (Chassis & Dynamics) AVATR 07 มาพร้อมกับระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Taihang Chassis ที่ทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบพวงมาลัย ใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า R-EPS (Rack-mounted Electronic Power Steering) ตอบสนองแม่นยำ พร้อมระบบ Variable Steering Ratio อัตราทดแปรผันตามความเร็ว ช่วยลดมุมหมุนพวงมาลัยลงราว 10° รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.85 เมตร ระบบช่วงล่าง (Suspension) ด้านหน้า อิสระปีกนกคู่ Double Wishbone วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย ด้านหลัง อิสระ Multi-link วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย พร้อม Hydraulic Bushing เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ล้ออัลลอยรุ่น MAX RWD ขอบ 20 นิ้ว ยาง Continental EcoContact 7 ขนาด 255/50 R20
ระบบช่วงล่างอัปเกรดในรุ่นท็อป Ultra AWD ติดตั้งช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ (Air Suspension) ปรับความสูงได้สูงสุด 125 มม. ทำงานร่วมกับแดมเปอร์แปรผันไฟฟ้า CDC® (Continuous Damping Control) ปรับความแข็ง-นุ่มของโช้คอัพได้ 100 ครั้งต่อวินาที เมื่อลองขับ ผมกลับชอบช่วงล่างปกติมากกว่า มันให้ทั้งความนุ่มและมั่นคงเมื่อทำความเร็ว และความเร็วที่ลอง ก็ไม่ได้ไปจนสุดเนื่องจากเป็นความเร็วที่ผิดกฎหมาย เอาเป็นว่า AVATR 07 รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง เมื่อซัดหนักๆ ให้ความรู้สึกถึงความเสถียรและทรงตัวดีกว่า BMW X4
ระบบเบรก (Braking System) ระบบเบรกไฟฟ้า ควบคุมด้วยระบบ Continental 2nd-Gen Brake-by-Wire (MK C2) ให้การตอบสนองเบรกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จานดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ ระยะเบรก จากความเร็ว 100-0 กม./ชม. ใช้ระยะทางสั้นกว่า 34.5 เมตร ระบบช่วยหยุดรถนุ่มนวล มาพร้อมฟังก์ชัน iCST (Comfort Brake System) ลดอาการหน้าจมขณะเบรกจอด ช่วยให้ผู้โดยสารไม่เวียนหัว
ห้องโดยสาร Digital Stage Layout คอนโซลหน้าออกแบบเป็นธีมโอบล้อม สไตล์ยานยนต์อนาคต วัสดุบุนุ่ม โทนสีภายในม่วงเข้ม/น้ำเงิน ตัดด้วยการเดินตะเข็บด้ายสีเขียว ในส่วนของจอแสดงผลพาโนรามา (Panoramic Display) AVATR 07 ติดตั้งจอพาโนรามาแนวยาวทอดตัวยาวตลอดแนวใต้กระจกหน้า แสดงผลข้อมูลการขับขี่ สถานะตัวรถ และมุมมองรอบทิศทางได้อย่างกว้างขวางโดยไม่บดบังทัศนวิสัย
จอกลาง Touchscreen เป็นจอภาพของระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่แบบลอยตัว Floating Display ตรงกลาง แสดงผลคมชัด รองรับการสั่งการทุกฟังก์ชันของตัวรถ พวงมาลัยและตำแหน่งผู้ขับขี่ Cockpit & Steering Wheel พวงมาลัยทรงสปอร์ตตัดบน-ล่าง Squircle Steering Wheel พวงมาลัยหุ้มหนังตัดทรงแปดเหลี่ยม/สี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน จับกระชับมือ ตกแต่งด้วยก้านสีเงินแชมเปญ/ทองอมเทา ปุ่มควบคุมแบบลูกกลิ้ง (Scroll Wheel) สองฝั่ง และตราสัญลักษณ์ AVATR ตรงกลางก้านเปลี่ยนเกียร์ (Column Shifter) ติดตั้งอยู่หลังพวงมาลัยด้านขวา ใช้งานง่ายและช่วยลดการใช้พื้นที่บนคอนโซลกลาง
คอนโซลกลางแบบลอยตัว มีแท่นชาร์จไร้สาย Wireless Charging Pad แท่นวางสมาร์ทโฟนพร้อมระบบชาร์จไร้สาย วางตำแหน่งเอียงเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในการมองและหยิบจับช่องวางแก้วน้ำ ช่องวางแก้วคู่ขนาดใหญ่ขอบวงแหวนสีเงินที่ทักแขนและกล่องเก็บของ ที่พักแขนบุนุ่มขนาดใหญ่ พร้อมปุ่มเปิดสีเงิน พื้นที่เก็บของชั้นล่าง (Under-console Storage) คอนโซลกลางดีไซน์แบบสองชั้น ด้านล่างมีพื้นที่โล่งสำหรับวางกระเป๋าถือหรือแว่นตา พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/Power Outlet
เบาะนั่งและความสบาย (Seats & Comfort) เบาะนั่งคู่หน้า Zero-Gravity / Sport Bucket Seat เบาะทรงสปอร์ตปรับไฟฟ้าคู่หน้า โอบกระชับดีไซน์ส่วนพิงศีรษะเป็นชิ้นเดียว ตกแต่งด้วยเพลตสีทองหรูหราด้านข้างปีกเบาะ ระบบปรับไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าวัสดุสีแชมเปญติดตั้งอยู่ที่ฐานเบาะด้านข้าง มาพร้อม รองรับนวด/เบาะรองต้นขา (Leg Rest / Ottoman) สำหรับเบาะฝั่งผู้โดยสารหน้า เบาะหลังกว้างขวางบุนุ่มนั่งสบาย พื้นห้องโดยสารด้านหลังเรียบสนิท เพิ่มพื้นที่วางขา มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ตกแต่งด้วยวงแหวนสีทองสุดหรู
ประตูและระบบเสียง (Doors & Audio System) ประตู Frameless ประตูแบบไร้ขอบกระจก Frameless Doors เน้นมุมมองแบบสปอร์ต ระบบเครื่องเสียง AVATR Sound ฝาครอบลำโพงโลหะฉลุลายก้นหอย/คลื่นเสียงแบบพรีเมียม ประดุมโลโก้ AVATR ติดตั้งรอบห้องโดยสารรวมถึงบริเวณเสา A สวิตช์เปิดประตูไฟฟ้า: ใช้ปุ่มกดเปิดประตูแบบดิจิทัล (Power Door Release) พร้อมไฟ Ambient Light เส้นสายสีส้ม/แดง ลากผ่านตลอดแนวขอบประตู
ระบบเสียงสเตริโอ เครื่องเสียงใน AVATR 07 จัดเต็มแบบไฮเอนท์ มาในระดับพรีเมียม เป็นชุดเครื่องเสียงที่มีการพัฒนาร่วมกับ Meridian แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกจากอังกฤษ ร่วมกับสถาปัตยกรรมระบบเสียงของ Huawei ระบบเสียง Meridian Surround Sound System ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูง 25 ตำแหน่ง รอบห้องโดยสาร รวมลำโพงฝังที่พิงศีรษะเบาะคู่หน้า กำลังขับรวม (Power Output) แอมพลิฟายเออร์ทรงพลัง ให้กำลังขับรวมสูงสุดถึง 2,016 วัตต์ ระบบเสียงรอบทิศทาง รองรับระบบเสียงแบบ 7.1.4 Channel รวมถึงลำโพงบนหลังคา/เพดานสำหรับมิติเสียงด้านบน และซับวูฟเฟอร์สำหรับเสียงเบส เทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณดิจิทัล 3D Spatial Audio แผงครอบลำโพง (Speaker Grille) ทำจากวัสดุโลหะฉลุลายคลื่นก้นหอยความประณีตสูง พร้อมสลักโลโก้แบรนด์ เพิ่มความหรูหราและช่วยให้การกระจายคลื่นเสียงทำได้อย่างหมดจด
ฟีเจอร์การใช้งาน (Audio Features) ลำโพงหมอนพิงศีรษะ (Headrest Speakers) เบาะนั่งคู่หน้าฝังลำโพงไว้ที่บริเวณหมอนรองศีรษะ สามารถแยกการทำงานแบบ Private Mode ได้ การฝังลำโพงเอาไว้ที่พนักพิงศีรษะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ยินเสียงระบบนำทาง หรือเสียงสายโทรศัพท์เข้าได้อย่างชัดเจน โดยไม่รบกวนเพลงที่ผู้โดยสารคนอื่นกำลังฟังอยู่ อัลกอริทึมการปรับแต่งเสียงมีโหมดประมวลผลเสียงให้เลือกหลากหลาย ทั้งโหมดเน้นเวทีเสียง (Soundstage), โหมดคอนเสิร์ตฮอลล์ (Concert Hall Mode), และโหมดเน้นเสียงร้องที่คมชัด (Vocal Enhancement) ส่วนการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ทำงานร่วมกับกระจกกันเสียงสองชั้น Acoustic Double-Glazed Glass และระบบลดเสียงรบกวนภายนอก ทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารเงียบสงบ มอบมิติเสียงที่สงัด เบสลงได้ลึก อิมแพ็คแน่น และรายละเอียดเสียงย่านกลาง-แหลมเปิดโปร่ง ชัดเจนทุกรายละเอียด
ห้องโดยสารมินิมอลเน้นความดิจิทัลขั้นสุดช่วยขับเน้นความโปร่งโถงและการเชื่อมต่อ ส่งผลให้ภาพรวมของห้องโดยสารดูหรูหรามีระดับ ไฮไลท์เด่นที่เป็นศูนย์รวมสายตาคือ หน้าจอพาโนรามาความละเอียด 4K ขนาด 35.4 นิ้ว วางพาดยาวอยู่บริเวณโคนกระจกหน้า ซึ่งขนาดและการจัดวางชวนให้นึกถึงจอ BMW Panoramic Display ใน BMW iX3 อย่างไรก็ตาม จอของ Avatr คันนี้เป็นหน้าจอแสดงผลแบบดั้งเดิมที่คุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ใช่ระบบฉายภาพ (Projection-based) เหมือนใน BMW ส่วนหน้าจอสัมผัสระบบอินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาด 15.6 นิ้ว ติดตั้งโมดูลตรวจจับ NFC มาในตัว เพื่อใช้สำหรับดึงหน้าจออินเทอร์เฟซและข้อมูลจากสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่มาแสดงผลได้อย่างราบรื่น ห้องโดยสารของ Avatr 07 ให้ทั้งรูปลักษณ์และสัมผัสที่หรูหราพรีเมียม ด้วยโทนสีสลับอันเข้มข้นลงตัว เบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับพร้อมพิงศีรษะทรงปีกปีกนก (Wing-type) และระบบนวด 8 จุด, ระบบเสียงรอบทิศทาง Meridian กำลังขับ 2,016 วัตต์ แบบ 7.1.4 แชนแนล ลำโพง 25 ตำแหน่ง พร้อมชุดไฟตกแต่ง Ambient Light แบบสุขุมนุ่มลึก ด้านพื้นที่ห้องโดยสารจัดว่ากว้างขวางเหลือเฟือ โดยมีระยะความสูงจากเบาะถึงเพดาน (Headroom) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังอยู่ที่ 1,037 มม. และมีระยะวางขา (Legroom) ด้านหลังกว้างถึง 965 มม.
ด้วยความสูง 173 ซม. การก้าวขึ้น-ลงเบาะหน้าของ Avatr 07 ทำได้สะดวกสบายไร้ปัญหา เบาะผู้ขับขี่โอบรับแผ่นหลังและรองรับต้นขาได้ดี โดยเมื่อนั่งแล้วเหลือพื้นที่เหนือศีรษะประมาณ 6 นิ้วครึ่ง ทัศนวิสัยด้านหน้าและด้านข้างมองเห็นได้ชัดเจนดี ขณะที่ทัศนวิสัยด้านหลังจะถูกบีบแคบลงเล็กน้อย ส่วนการก้าวออกจากตัวรถ (Egress) ทำได้ง่ายมาก เพราะเบาะผู้ขับขี่จะถอยปรับไปยังตำแหน่งที่เข้า-ออกสะดวกทันทีเมื่อทำการปลดล็อกประตู การเข้าสู่เบาะนั่งตอนหลังทำได้ง่ายและตรงไปตรงมา ระยะวางขากว้างขวางกำลังดี ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะเหลืออยู่ราวๆ 5 นิ้ว การรองรับต้นขาและแผ่นหลังอยู่ในเกณฑ์ดี เบาะนั่งฝั่งซ้าย-ขวามีระบบอุ่นเบาะมาให้ พิงหลังสามารถปรับเอนได้ และพิงศีรษะทรงปีกนกบริเวณเบาะฝั่งนอกก็นั่งสบายและโอบรับหัวได้ดี ที่พักแขนตรงกลางแบบพับเก็บได้มาพร้อมที่วางแก้ว 2 ช่อง และแผงควบคุมระบบสัมผัสสำหรับปรับระบบอุ่นเบาะ, การปรับเอนเบาะ และฟังก์ชันความสะดวกสบายอื่นๆ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ประกอบด้วยช่องแอร์ 2 ช่อง และกล่องเก็บของขนาดกระทัดรัดตรงกลางบริเวณท้ายคอนโซลหน้า
มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวในรุ่น Max RWD ให้กำลัง 343 แรงม้า บอกเลยว่า ในชีวิตจริง ถ้าไม่คิดจะไปแข่งกับใคร แรงม้าขนาดนั้นถือว่าเหลือเฟือ แรงบิดมากพอที่จะพาตัวรถพุ่งทะยานแตะความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 6.8 วินาที ฟิลลิ่งของคันเร่ง ถูกเซ็ตมาให้ตอบสนองอย่างนุ่มนวลละมุนละไม แทนที่จะพุ่งพรวดพราดอย่างดุดันเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าจีนบางรุ่น AVATR 07 รุ่นพระรองออกตัวไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ช้า แต่ก็ไม่ได้กระชากจนทำให้ความพรีเมี่ยมของรถขาดหายไป ระบบพวงมาลัยและเบรก ให้สัมผัสค่อนข้างนุ่มนวลแต่บางจังหวะดูทื่อไปสักหน่อยเนื่องจากน้ำหนักของรถทำให้ต้องเผื่อระยะเบรกกันพอสมควร (2.3 ตัน)
รุ่นท็อป 07 Ultra มอเตอร์คู่ AWD และให้อัตราเร่งระดับเดียวกับสปอร์ตตัวแรงสองประตูของ Porsche แถมยังอัปเกรดไปใช้ช่วงล่างถุงลมทำงานร่วมกับโช้คอัพแปรผันอัจฉริยะ (Active Dampers) แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังมองไม่ออกว่ามันจะขับสนุกสะใจได้มากกว่ากันสักเท่าไหร่ เนื่องจากกฎหมายจำกัดความเร็ว ความปลอดภัยเมื่อใช้งานในเขตเมืองและรูปแบบของรถที่ไม่เหมาะจะเอาไปซัดในสนามแข่ง
หัวใจสำคัญ AVATR คันนี้พุ่งเป้าไปที่ความผ่อนคลายในขณะขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยเฉพาะการขับทางไกลนั้นยอดเยี่ยมมาก ห้องโดยสารเงียบกริบชนิดที่เงียบเกินมาตรฐานของรถ EV ทั่วไป ช่วงล่างดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่ สปริง โช้คอัพ ปรับโดยมือเทพจากยุโรป สามารถซับแรงกระแทกจากระลอกคลื่นและลูกรอกบนผิวถนนได้อย่างเนียนนุ่มและสุขุม ส่วนเบาะนวดก็ทำให้อยากจะขับช้าลง หากจะเปรียบเทียบเปรียบเปรยด้วยภาษาของโลกเครื่องยนต์สันดาป คงต้องบอกว่า Avatr 07 ให้ฟีลลิ่งใกล้เคียงกับ Lexus หรือ Mercedes มากกว่าที่จะเป็น BMW หรือ Audi
พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังอาจจะไม่ได้โปร่งโถงอลังการอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับระยะฐานล้อที่ยาวตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่ากว้างขวางเหลือเฟือ และเบาะนั่งที่ปรับเอนได้ก็ช่วยชดเชยส่วนนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ใต้พื้นรถที่ราบเรียบ เป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่ LFP Lithium Iron Phosphate ขนาด 82.16 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นเคมีแบตเตอรี่ที่เปิดโอกาสให้อัดชาร์จเต็ม 100% ได้โดยไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องแบตเสื่อมสภาพในระยะยาว ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 575 กิโลเมตร วิ่งจริงทำได้ 470 กิโลเมตรแบบไปช้ากลับเร็ว (นครนายก - เขาใหญ่) ถ้าหาตู้ชาร์จเร็ว DC กำลังไฟ 420 กิโลวัตต์เจอ จะสามารถอัดไฟเพิ่มระยะทางวิ่งได้ราว 240 กิโลเมตรภายในเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน ขับเรื่อยๆ 15.7 kWh/100 กิโลเมตร ขับเร็ว 19.8 kWh/100 กิโลเมตร ประมาณนั้น
ตัวเลขสเปกทำได้ดีในระดับเดียวกับรถคู่แข่ง หมัดเด็ดที่แท้จริงกลับเป็น "ราคา" ของ Avatr คันนี้ เพราะด้วยงบประมาณที่เท่ากัน หากเดินไปหาแบรนด์ยุโรปฝั่งเยอรมนี ก็จะได้เพียงรถที่คันเล็กกว่า กำลังน้อยกว่า ออปชันหร็อมแหร็อมกว่า และงานตกแต่งภายในที่ไม่หรูหราเท่านี้ 07 ยังมีดีไซน์ที่งดงามกินขาดคู่แข่งระดับลักชัวรีเจ้าตลาดเดิม แม้ว่าเรื่องความงามจะเป็นความชอบส่วนบุคคล และถกเถียงกันได้ไม่รู้จบ
สิ่งเดียวที่รถคันนี้ยังให้คุณไม่ได้ ก็คือ บารมีและตราโลโก้ค่ายรถเยอรมัน ซึ่งสำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก กว่าที่การผสมผสานระหว่างงานประกอบห้องโดยสารระดับพรีเมียม เทคโนโลยีล้ำสมัย และความคุ้มค่าของ แบรนด์ AVATR จะสามารถทลายกำแพงความภาคภูมิใจที่แบรนด์หรูระดับตำนานเคยสร้างไว้นานเป็นร้อยปี เพราะบางครั้ง ความงามและความน่าหลงใหล มันก็ขึ้นอยู่กับว่าตราบนพวงมาลัยนั้นสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ออกมาอย่างไรนั่นเอง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/