Nissan Serena e-Power โฉมใหม่ ภายนอก ภายใน เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง หลากหลายฟีเจอร์ เปิดตัวในราคา 1,690,000 บาท เปิดรับ จองภายในงานมอเตอร์โชว์และที่โชว์รูม Nissan ทั่วประเทศ
Nissan Serena e-Power โฉมใหม่ รับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รับประกันระบบไฟฟ้า e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
...
Nissan Serena e-Power โฉมใหม่ กระจังหน้าแบบ Next Generation V-Motion เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ขับสนุก ทั้งสมรรถนะ และความคล่องตัว เช่นเดียวกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ รวมถึงไม่ต้องกังวลต่อการชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอก ยกระดับประสบการณ์ของการใช้งานภายใต้แนวคิดผลิตภัณฑ์ “Big. Easy. Fun.” เทคโนโลยีความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
...
...
...
Nissan Serena e-Power รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลาง 7 ที่นั่งอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น (No.1 Japan’s mid-size MPV) กระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำเงา แถบโครเมียม Next Generation V-Motion กันชนหน้า และหลังอ อกแบบให้เป็นสเกิร์ตล่างในตัว ไฟหน้า และหลัง แบบ Full LED ออกแบบได้อย่างกลมกลืนกับดีไซน์ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สีทูโทน สปอยเลอร์หลังคา สปอยเลอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต ลดสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd.) ส่งผลต่อเสียงรบกวนที่ลดลงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ออกแบบใหม่ ปุ่มกดต่างๆ บนแผงหน้าปัดคำนึงถึงการใช้งานที่สะดวก เอื้อมถึงได้ง่าย ปลอดภัย หน้าจอแสดงผลแบบ TFT 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูง คมชัด พร้อมกราฟิกเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ เลือกการแสดงผลได้ 2 รูปแบบ สามารถเลือกโฮมสกรีนในรูปแบบที่ต้องการได้ ปุ่ม Camera สำหรับระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitoring (IAVM) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพรอบตัวรถครบทุกทิศทาง ระบบอินโฟเทนเมนท์ รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Apple CarPlay + Android Auto พวงมาลัยหุ้มหนัง สวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงผล บนพวงมาลัย สวิตซ์ควบคุม ระบบช่วยเหลือผู้ขับบนพวงมาลัย สวิตซ์ระบบเครื่องเสียง / ระบบโทรศัพท์ สวิตซ์ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ICC บนพวงมาลัย ปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ แบบสวิตซ์ปุ่มกด Button จอดแบบเข้าเกียร์ N เข็นรถได้ โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ECO / Standard / Sport ฟังก์ชั่น B เพิ่มแรงหน่วง Regenerative Braking EV Mode สำหรับขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake / Auto Brake Hold มาตรวัด Full Digital แบบสี ขนาด 12.3 นิ้ว กุญแจ Smart Keyless Entry ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start คันเร่ง e-Pedal ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา-หลัง 3 Zones ระบบฟอกอากาศประจุไอออน Plasma Cluster กรองฝุ่น PM 2.5 สวิตซ์แบบดิจิตอล สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศตอนหลัง แยกส่วน กระจกมองหลังแบบกล้องแสดงภาพ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ที่วางแก้วน้ำรอบคัน 17 ตำแหน่ง
เทคโนโลยี e-Power ของ Nissan ที่ติดตั้งใน Serena ใหม่ ประกอบด้วย ชุดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.77 kWH เครื่องยนต์สันดาปสำหรับสร้างกระแสไฟฟ้า เป็นเครื่องยนต์ใหม่รหัส HR14DDe ความจุ 1,400 ซีซี 3 สูบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดไดเร็กอินเจ็กชั่น รองรับน้ำมัน E10 ให้ประสิทธิภาพในการสร้างกระแสไฟฟ้า เทคโนโลยี Mirror Bore Coating ลดแรงเสียดทาน ลดเสียงจากการสั่นสะเทือน เครื่องยนต์เดิน เรียบและเงียบมากขึ้น มีเสียงรบกวนจากภายนอกน้อย ห้องโดยสารเงียบกว่ารถยนต์สันดาปแบบเดิมๆ
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.4 ลิตร กำลัง 98 แรงม้า แรงบิด 123 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บยังแบตเตอรี่ ไม่ได้รับหน้าที่ส่งแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อน เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป้นเจนเนอเรเตอร์ ปั่นกระแสไฟ เพื่อนำไปใช้ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า EM57 ซึ่งมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้า มีการปรับปรุงสมรรถนะเพิ่มเติม กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.77 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า เคลมอัตราสิ้นเปลือง 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร
Nissan Serena e-Power ใหม่ ติดตั้งระบบ e-Pedal Step เร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว ขับขี่ในเมือง หรือในช่วงการจราจรคับคั่งได้สะดวก การขับขี่ด้วย อี-เพดัล สเต็ป ช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังงานด้วยการชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ได้ดีมากยิ่งขึ้น
ปุ่มกดสำหรับเลือกตำแหน่งเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ด้วยการกดปุ่มแทนการโยกคันเกียร์ ดีไซน์เรียบง่ายดูสะอาดตา ใช้งานได้ง่าย มีไฟเรืองแสงช่วยให้เห็นชัดเจน รวมถึง N Hold Mode สามารถเข็นรถได้ง่ายเมื่อจอดซ้อนคัน เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Brake Hold โหมดหรือรูปแบบการขับขี่ 3 โหมดหลัก ได้แก่ Standard Mode ทั้งความแรงและประหยัด Sport Mode เน้นการตอบสนองรวดเร็ว และ Eco Mode การประหยัดพลังงาน มี ฟังก์ชัน B ที่เพิ่มแรงหน่วง หรือ ช่วยเบรก และเพิ่มการฟื้นฟูพลังงาน หรือ Regenerative รวมถึง EV Mode สามารถปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ
ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม คอยล์สปริง Nissan พัฒนาระบบกันสะเทือน ทั้งชิ้นส่วนต่างๆ และเหล็กกันโคลง ให้แข็งแรงมากขึ้น ช็อกอัพแบบใหม่ นุ่มนวลเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ทรงตัวดีเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เข้าโค้งได้แม่นยำ ควบคุมการทรงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบดิสก์เบรกหน้า และหลัง ที่มาพร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ
ห้องโดยสารที่กว้างขวางมากที่สุดในกลุ่มรถแบบเดียวกัน มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารทุกคนในที่นั่งทั้ง 3 แถว โดยในที่นั่งแถวที่ 2 เป็นที่นั่งแบบ Captain seat ที่มีพื้นที่วางขามากขึ้น เบาะที่นั่งสามารถปรับได้อิสระ 4 ทิศทาง (เลื่อนหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา) และแยกออกจากกันได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก แต่ยังคงมีความเป็นส่วนตัวสูง ส่วนแถวที่ 3 รองรับ 3 ที่นั่ง เบาะมีความหนานั่งสบาย สามารถปรับพนักพิงให้เอนราบได้ รวมถึงปรับเลื่อนได้อย่างอิสระ สามารถเก็บกระเป๋าเดินทาง หรือสัมภาระขนาดใหญ่ทางด้านหลังโดยยังคงมีพื้นที่กว้างขวางนั่งสบายในเบาะที่นั่งแถว 3 แต่ก็พับเบาะนั่งเก็บได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังได้อีกด้วย
กระจกบานใหญ่รอบคันทั้งกระจกหน้า และหน้าต่างด้านข้าง ให้ทัศนวิสัยรอบด้านที่ดีเยี่ยม รวมทั้งให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ช่วยลดอาการเมารถ ให้ความเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ด้านนอกได้เต็มที่ แม้จะมีกระจกบานใหญ่รอบคัน แต่ไม่ร้อน เพราะหน้าต่างผู้โดยสารตอนหลังเป็นแบบ UV Cut ช่วยลดความร้อน และรังสี UV ให้ความสบายแก่ผู้โดยสารทุกที่นั่งแม้ขับขี่ในเมืองร้อนที่มีแสงแดดจ้า นอกจากนี้ กระจกบานหน้า และหน้าต่างประตูคู่หน้า ยังเป็นแบบ Acoustic Glass หนา 2 ชั้น ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ห้องโดยสารเงียบเพิ่มความสุนทรีย์สำหรับผู้โดยสารทุกคนตลอดเส้นทาง การออกแบบให้ตัวรถกว้างและสูง ทำให้ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวาง เก็บของได้มากโดยไม่ต้องพับเบาะหลัง เมื่อต้องขนสัมภาระขนาดใหญ่ สามารถพับเบาะได้ รวมทั้งยังมีช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้พื้นพร้อมแผ่นปิดเพื่อความเรียบร้อย
Nissan Serena e-Power ติดตั้ง ประตูสไลด์อัตโนมัติแบบแฮนด์ฟรีทั้ง 2 ด้าน ควบคุมการเปิด-ปิด ได้จากสวิตช์ควบคุมในตำแหน่งต่างๆ เซนเซอร์แฮนด์ฟรีที่ยื่นเท้าไปที่เซ็นเซอร์บริเวณเสากลาง ประตูรถจะเลื่อนเปิดอัตโนมัติให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสารเต็มที่แม้จะถือของเต็มทั้ง 2 มือ หรือ จากสวิตช์ที่บริเวณแถวที่นั่งแถวสาม จากการคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ Nissan Serena e-Power เพิ่มความสะดวก เช่น ที่วางแก้ว 17 จุด ช่องชาร์จ USB ทุกแถวที่นั่ง รวมทั้งหมด 6 จุด (5 USB-C, 1 USB-A) อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย 1 ตำแหน่ง โต๊ะเล็กอเนกประสงค์ในแถวที่ 2 และ 3 สำหรับวางสิ่งของ เช่น กล่องอาหาร หรือ แท็บเล็ตสำหรับเพิ่มความบันเทิงระหว่างการเดินทาง รวมถึงไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศที่บริเวณประตูสไลด์
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซน ปรับอุณหภูมิสำหรับแต่ละโซนได้ตามต้องการ ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารในแถวที่ 2 ระบบฟอกอากาศแบบ Plasmacluster ปล่อยอนุภาคขนาดเล็กออกมาเพื่อดักจับแบคทีเรียในอากาศ ฝุ่น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ในห้องโดยสาร ฝาท้ายอเนกประสงค์แบบ Dual Back Door หนึ่งเดียวในตลาดรถยนต์ MPV เป็นจุดเด่นของ Nissan Serena e-Power ที่ให้ความสะดวกสูงสุด บานประตูน้ำหนักเบา เปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน ช่วยให้สัมภาระไม่หล่นลงจากท้ายรถขณะเปิดปิด
ปรับเบาะที่นั่งภายในรถได้ 13 รูปแบบ โหมดขนกระเป๋า หรือสัมภาระชิ้นยาวอย่างถุงกอล์ฟ โหมดเพิ่มพื้นที่ช่วงขา โดยปรับเลื่อนที่นั่งแถว 2 และ 3 ไปด้านหลัง เพิ่มพื้นที่ขา เช่น โหมด “travel-to-the-sea” ที่บรรจุสัมภาระและอุปกรณ์เพื่อการเที่ยวทะเลได้อย่างจุใจ ด้วยการเลื่อนเบาะแถว 2 และ 3 เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟบอร์ด อุปกรณ์ดำน้ำ และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของครอบครัว โหมดปรับเบาะที่นั่งแถว 2 และ 3 ราบ ให้กลายเป็นที่นั่งราบเหมือนห้องนั่งเล่นที่สมาชิกในครอบครัวจะนอนเล่นพักผ่อนกันได้ อย่าง โหมด “Fun-at-the-back” เป็นต้น อิสระในการปรับรูปแบบที่นั่งที่หลากหลายช่วยตอบโจทย์ความต้องการ
เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360° Nissan Safety Shield ระบบ Active Safety ส่งสัญญาณเตือนป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และ Passive Safety ปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เทคโนโลยี 360° Nissan Safety Shield ให้การปกป้องเต็มที่
ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าหรือ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) ตรวจจับรถยนต์ด้านหน้าได้ 2 คัน รถคันหน้ามีการเบรกที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะเตือนผู้ขับให้ทราบล่วงหน้า แม้จะมองไม่เห็นแต่ผู้ขับจะสามารถเบรกหรือหลบหลีกได้ทัน
ระบบเบรกฉุกเฉินหรือ Intelligent Forward Emergency Braking (IEB) ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนด้านหน้า
ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอื่นเข้ามาในจุดอับสายตา ไฟเตือนที่กระจกมองข้างที่ออกแบบใหม่จะสว่างขึ้น และจะกะพริบพร้อมส่งเสียงเตือนหากมีการเปิดไฟเลี้ยว
ระบบ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSI) ทำงานเมื่อรถออกนอกช่องทางขณะระบบ BSW กำลังเตือน พวงมาลัยจะขยับเพื่อคุมรถให้กลับเข้าช่องทางเดิม โดยผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อเปิดระบบ IBSI หลังสตาร์ทรถเพื่อเปิดการใช้งาน
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย หรือ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ช่วยปกป้องให้ความปลอดภัยเมื่อถอยหลังออกจากช่องจอด โดยจะมีสัญญาณแบบใหม่เตือนบนกระจกมองข้าง พร้อมเสียงเตือน เมื่อพบว่ามีรถหรือคนกำลังเข้ามาใกล้ขณะที่เริ่มถอยหลัง
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Lane Departure Warning (LDW) จะส่งเสียงเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว
ระบบ Intelligent Lane Intervention (ILI) เมื่อรถออกนอกช่องทางขณะที่ ระบบ LDW กำลังเตือน พวงมาลัยจะขยับเพื่อคุมรถให้กลับเข้าช่องทางเดิม โดยผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อเปิดระบบ ILI หลังสตาร์ทรถเพื่อเปิดการใช้งาน
ระบบ Intelligent Cruise Control (ICC) ล็อกความเร็วอัตโนมัติได้ตั้งแต่ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป และจะปรับความเร็วตามรถคันหน้าอัตโนมัติ รวมทั้งรักษาระยะห่างจากคันหน้าตามที่ผู้ขับตั้งไว้
ระบบ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) กระจกมองหลังอัจฉริยะ จะแสดงภาพที่ส่งมาจากกล้องที่ติดตั้งบนกระจกบานหลัง ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังตลอดเวลา ไม่ถูกผู้โดยสารหรือสัมภาระขนาดใหญ่ท้ายรถบดบังการมองเห็น
สัญญาณหยุดฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน หรือ Emergency Stop Signal (ESS) ไฟเบรกท้ายและไฟเลี้ยวหลังจะกะพริบทันทีเมื่อเหยียบเบรกกะทันหัน
ระบบ High Beam Assist (HBA) เปิดไฟสูงอัตโนมัติ และปรับเป็นไฟต่ำเมื่อพบแสงไฟจากด้านหน้า เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่กลางคืน
กล้องมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (IAVM) พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว Moving Object Detection (MOD) ที่ให้มุมมองจากด้านบน เห็นสภาพถนน และการจราจรรอบคัน และเตือนผู้ขับขี่เมื่อตรวจพบวัตถุเคลื่อนที่รอบคัน
ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้า (Intelligent Driver Alertness – IDA) ที่ติดตามและคอยเตือนให้ผู้ขับขี่หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือล้า
ระบบ Passive Safety ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด
ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ที่ คู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง (บริเวณเบาะนั่งแถวสอง)
เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับเพื่อลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ
ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Braking System – ABS)
ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brakeforce Distribution – EBD) และระบบช่วยเบรก (Brake Assist - BA)
เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control - VDC)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System - TCS)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาด (Hill Start Assist - HSA)
ระบบเสียงเตือนคนเดินถนน (Vehicle Sound for Pedestrian -VSP)
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทออกห่างจากรถ (Walk-Away Door Lock) พร้อมระบบปลด ล็อกอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทเข้าใกล้ตัวรถ (Approach Unlock)
สีภายนอก และ รุ่นย่อย
นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่น Highway Star มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่
สีฟ้าเทอร์คอยส์บลูหลังคาดำ
สีขาวปริซึมไวท์หลังคาดำ
สีขาวปริซึมไวท์
สีดำไดมอนด์แบล็ค
สีเทากันเมทาลิก
สีเงินบริลเลียนท์ ซิลเวอร์.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358