สำหรับคนใช้รถเป็นประจำน่าจะเคยได้ยินเทคนิคที่ช่วยประหยัดน้ำมันกันมาหลากหลายวิธี แต่วิธีเหล่านี้จะช่วยประหยัดได้จริงไหม ไทยรัฐออนไลน์รวมข้อมูลจากสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก มาช่วยไขคำตอบให้แล้ว
ความเชื่อผิดๆ เรื่องวิธีประหยัดน้ำมัน
ความเชื่อที่ 1 : เติมน้ำมันตอนกลางคืน - เช้ามืด จะได้ปริมาณน้ำมันเยอะกว่า เนื่องจากมีอุณหภูมิต่ำกว่าตอนบ่าย น้ำมันจึงยังไม่ขยายตัว
คำตอบ : ไม่จริง กฎหมายได้ควบคุมให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังเก็บใต้ดินและมีการควบคุมอุณหภูมิ จึงไม่ส่งผลต่อปริมาณความหนาแน่นของน้ำมัน ดังนั้นจะเติมน้ำมันเวลาไหนก็ได้ปริมาณน้ำมันไม่แตกต่างกัน
ความเชื่อที่ 2 : สตาร์ตเครื่องยนต์ อุ่นเครื่องก่อนขับ จะช่วยประหยัดน้ำมัน
คำตอบ : ไม่จริง เพราะยิ่งสตาร์ตเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานเท่าใดยิ่งเผาผลาญน้ำมันไปเท่านั้น การขับรถออกไปช้าๆ เป็นการอุ่นเครื่องยนต์ที่ดีกว่า
ความเชื่อที่ 3 : ควรเติมน้ำมันเพียงครึ่งถังเพื่อลดการระเหย และลดน้ำหนักเครื่องยนต์
คำตอบ : ไม่จริง เพราะการเติมน้ำมันเต็มถัง หรือ ครึ่งถัง มีความแตกต่างของน้ำหนักเพียง 10 กิโลกรัมเท่านั้น แนะนำว่าควรเติมน้ำมันให้เกิน 3/4 ของถัง หลังจากนั้นใช้งานจนเหลือเพียง 1/4 ของถัง จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำมัน เป็นวิธีที่ช่วยถนอมรักษาเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด ไม่ทำให้ปั๊มติ๊กเสื่อมสภาพ ช่วยระบายความร้อนได้ดี สามารถจ่ายน้ำมันในปริมาณที่เพียงพอ และสร้างแรงดันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลดีต่อสมรรถนะการทำงานของเครื่องยนต์
ความเชื่อที่ 4 : เมื่อรถติดไฟแดง ให้เข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรก จะช่วยประหยัดน้ำมัน
...
คำตอบ : ไม่จริง เพราะการเข้าเกียร์ N จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับการเข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรก นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยกว่าด้วย
ถึงแม้ว่าทั้ง 4 ความเชื่อเรื่องวิธีประหยัดน้ำมันนี้จะไม่ใช่เรื่องจริงตามที่เคยได้ยินมา แต่เราก็มีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้และเห็นผลจริงมาฝากด้วย
วิธีประหยัดน้ำมันที่ถูกต้อง
1. เช็กลมยาง
ควรเช็กและเติมลมยางในขณะที่ยางไม่ร้อนเกินไปหรือในช่วงเวลาก่อนออกเดินทาง โดยสามารถดูได้จากคู่มือรถ หรือดูได้จากบนแผ่นโลหะบริเวณขอบประตูรถว่าควรเติมลมยางเท่าไรดี
2. ขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ ไม่เบิ้ล ไม่กระชาก ไม่ลากเครื่องยนต์
เพราะการเร่งเครื่อง เหยียบคันเร่งจนมิด จะทำให้น้ำมันจะถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้ตามน้ำหนักเท้าของเรา ยิ่งเหยียบหนัก ยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมาก
3. GPS ช่วยได้
ยิ่งขับรถเป็นเวลานานเท่าไรก็ยิ่งเผาผลาญน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นควรวางแผนการเดินทางด้วยการใช้ GPS ตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า เพื่อเลือกเส้นทางขับรถที่รวดเร็วที่สุดและเลี่ยงรถติดจะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา
4. นำสัมภาระที่ไม่จำเป็นออก
การนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นมาเก็บไว้บนรถจะทำให้เปลืองน้ำมันในการเร่งเครื่อง เพราะต้องใช้กำลังลากตัวถังที่หนักขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไปมากถึง 20% เมื่อเทียบกับรถปกติที่ไม่บรรทุกของหนักๆ
5. เลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อยๆ
เพราะทุกครั้งที่เหยียบเบรกกะทันหัน รถจะสูญเสียอัตราเร่งที่มีก่อนหน้านี้ และการแตะคันเร่งเพื่อเร่งเครื่องยนต์ ยิ่งทำให้เครื่องยนต์ซดน้ำมันหนักขึ้น ถ้าเห็นว่าข้างหน้ามีรถติดควรค่อยๆ ชะลอความเร็ว เหยียบเบรกช้าๆ จนรถจอดสนิท ถ้าต้องการให้รถเคลื่อนแบบช้าๆ ในขณะรถติด ก็แค่ปล่อยเบรกให้รถไหลไปโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง เมื่อออกตัวรถ ก็ไม่ควรออกรถแบบกระชาก พยายามเลี้ยงคันเร่งไม่ให้รอบเครื่องยนต์เกิน 2,000 - 2,500 รอบต่อนาที เพื่อประหยัดน้ำมัน
6. ช้าแต่ชัวร์แถมประหยัดน้ำมัน
หลายคนเมื่ออยู่บนท้องถนนมักสวมบทโดมินิค โทเรตโต จาก Fast & Furious อยากจะซิ่งเพื่อความมัน แต่รู้ไหมว่าการขับรถในความเร็วเฉลี่ย 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นอัตราที่ช่วยประหยัดน้ำมันมากที่สุด อาจจะช่วยประหยัดได้มากถึง 25% เลยทีเดียว แถมยังปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าด้วย
7. ปิดแอร์ช่วยได้นะ
ในช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อน ตอนขับรถออกจากบ้านหรือคอนโด อย่าเพิ่งเปิดแอร์ในรถ ลดกระจกซึมซับบรรยากาศรอบข้างสักครึ่งชั่วโมง จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 10-15% เลยทีเดียว
...
ทั้ง 7 วิธีนี้สามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง แต่ถ้าต้องเดินทางในเส้นที่มีรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งสาธารณะผ่านหลายรูปแบบ เปลี่ยนมาใช้การเดินทางด้วยระบบเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีและยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย.
