ไม่นานเกินรอ 2030 NISSAN ฟุ้ง มุ่งสู่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เตรียมเปิดตัวแบตฯใหม่ Solid state!

ข่าว

    ไม่นานเกินรอ 2030 NISSAN ฟุ้ง มุ่งสู่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เตรียมเปิดตัวแบตฯใหม่ Solid state!

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 พ.ย. 2564 10:00 น.

    Nissan ประกาศแผนงานและวิสัยทัศน์ Ambition 2030 ขยายศักยภาพขับเคลื่อนเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ วางแผนระยะยาวปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด วางแผนการลงทุนต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ด้วยเม็ดเงินลงทุน 2 ล้านล้านเยน เพื่อทำให้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เตรียมเปิดตัวยานยนต์รุ่นใหม่ ทั้ง e-Power และ EV รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง 23 รุ่น เสียบรถยนต์ไฟฟ้า 15 รุ่น เพิ่มสัดส่วนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็น 50% ในอีก 9 ปี หรือภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2573 เตรียมเปิดตัวแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง แบบ All-Solid state batteries (ASSB) ในปี พ.ศ.2571

    Nissan Motor ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว Nissan Ambition 2030 เพื่อพัฒนาศักยภาพการขับเคลื่อน การผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม สังคม และความต้องการของลูกค้า พุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์การที่ลดการปล่อยมลภาวะอย่างแท้จริง พร้อมบูรณาการประสบการณ์การขับขี่แบบใหม่ด้วยพลังงานไฟฟ้า สร้างระบบนิเวศน์แบบใหม่ (Smart ecosystem) ระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าจะมีการเปิดตัวยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พร้อมขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก แผนงาน Ambition 2030 จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Nissan ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น (Carbon neutral) ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2593

    มาโกโตะ อูชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nissan Motor กล่าวว่า "องค์กรเอกชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยตอบสนองความต้องการของสังคม วิสัยทัศน์ Ambition 2030 ของ Nissan จะก้าวสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ถูกนำมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ (carbon footprint) และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในฐานะบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่พยายามนำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) Nissan มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบชาร์จและสถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการพลังงาน โดยกำหนดให้การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท แผนงาน Ambition 2030 ตั้งเป้าที่จะพัฒนาการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ พัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยเงินลงทุน 2 ล้านล้านเยน ภายในระยะเวลา 5 ปีนับต่อจากนี้

    ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มีความต้องการใช้รถยนต์ที่ลดลง เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของบางประเทศมีการพัฒนาไปไกลเพื่อครอบคลุมและสร้างความสะดวกสบาย จนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Nissan แจ้งว่าจะทำการเปิดตัวรถยนต์ 23 รุ่น โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแจมมากถึง 15 รุ่น ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2573 หลังจากนั้น การผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 50% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จำหน่ายทั่วโลก ทั้งในแบรนด์ Nissan และ infiniti ในอีก 5 ปีข้างหน้า Nissan แจ้งว่าจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า และรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน e-Power อีก 20 รุ่น โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนโดยใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน หรือ e-POWER มากถึง 20 รุ่น ในตลาดสำคัญต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ดังนี้


    Nissan ยุโรป จะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มากกว่า 75% ของยอดขาย
    Nissan ประเทศญี่ปุ่น จะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มากกว่า 55% ของยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger vehicle)

    Nissan ประเทศจีน จะขายรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มากกว่า 40%

    Nissan สหรัฐอเมริกา จะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มากกว่า 40% ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2573

    Nissan เป็นผู้บุกเบิกยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เริ่มจากการผลิตรถ EV รุ่น Leaf และประสบความสำเร็จพอสมควรในตลาดโลก รวมไปถึงบทบาทในการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า EV เป้าหมายใหม่ของ Nissan คาดหวังกับเป็นผู้นำในการพาโลกมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า ตอบสนองความต้องการ ด้วยการนำเสนอรถยนต์พลังงานสะอาด ส่วนการสร้างความยอมรับและเชื่อมั่นในต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้า คงต้องใช้เวลาและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อปรับให้แบตเตอรี่และมอเตอร์ขับเคลื่อนมีประสิทธิาภาพที่สูงกว่าเดิม อัชวานี กุปตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Nissan COO Ashwani Gupta กล่าว

    Nissan ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่เน้นปราศจากโคบอลต์ควบคู่ไปกับแบตเตอรี่แบบใหม่ ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนถึง 65% ในอนาคต ภายในปี พ.ศ.2571 มีการตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถยนต์ EV ที่ใช้แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง all-solid-state batteries (ASSB) ออกแบบเฉพาะ Nissan Motor นำร่องโดยโรงงาน Nissan ในเมืองโยโกฮามา ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 การเปิดตัว ASSB นับเป็นความพยายามที่จะทำให้สามารถขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ solid-state batteries ที่มีประสิทธิภาพสูง จะเพิ่มสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะใช้ระยะเวลาในการชาร์จไฟฟ้าเพียง 1 ใน 3 ของยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน แบตเตอรี่ solid-state จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพด้านระยะทางมากขึ้น ครอบคลุมการขับใช้งานในทุกเซกเมนต์ คาดว่าแบตฯ แบบใหม่ที่จะโผล่มาในอีกสามปีข้างหน้า สามารถทำระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ได้ 500-700 กิโลเมตร ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักที่เบากว่าแบตเตอรี่ลิเธียม solid-state batteries แบบใหม่ จะทำให้ราคาของแบตเตอรี่ลดลงเหลือเพียง 75 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2571 และจะลดลงเหลือ 65 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อให้ต้นทุนระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เบนซินมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น ในอนาคต Nissan เพิ่มกำลังการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อตอบสนองความต้องการ รองรับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า มีการร่วมมือกับพันธมิตร และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลก 52 GWh (จิกะวัตต์ชั่วโมง) ภายในปี พ.ศ.2569 และเพิ่มเป็น 130 GWh (จิกะวัตต์ชั่วโมง) ภายในปี พ.ศ.2573

    แผนงานอนาคต Ambition 2030 มีการเพิ่มเทคโนโลยีช่วยขับ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยให้มากกว่าเดิม โดยตั้งเป้าขยายเทคโนโลยี ProPILOT ระบบขับขี่อัตโนมัติ รวม 2.5 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ.2569 รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ (autonomous) อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะติดตั้งระบบ LIDAR รุ่นต่อไปในรถยนต์รุ่นใหม่ทุกรุ่นภายในปี พ.ศ.2573 และร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้บริการด้านการเดินทางรูปแบบใหม่ในเมือง และการเดินทางในพื้นที่ชนบท

    นอกจากการยกระดับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบช่วยขับแล้ว Nissan แจ้งว่า ยังเลือกที่จะจ้างแรงงานในท้องถิ่น และจัดหารทรัพยากรสำหรับการผลิต เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้า ขยายแแนวคิดสร้างศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าที่แนวคิด EV36Zero ซึ่งเปิดตัวในสหราชอาณาจักร ไปยังตลาดหลักอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา แนวคิด EV36Zero เป็นระบบนิเวศการผลิต และการบริการแบบบูรณาการ เชื่อมโยงการขับเคลื่อน และบริหารจัดการพลังงาน มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

    เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์นั้นจะถูกใช้เพื่อความยั่งยืน พร้อมการจัดเก็บและทำลายเมื่อหมดอายุ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น (Repurposing) รวมไปถึงการนำแบตเก่ากลับมาใช้ใหม่ (Recycling) Nissan แจ้งว่า จะทำการขยายกระบวนการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ไปยังประเทศอื่น นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น เช่น ยุโรป ในช่วงปี พ.ศ.2565 และในสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2568 การก่อลงทุนในกระบวนการนำแบตเตอรี่เก่ากลับมาใช้ใหม่ จะมีการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในการจัดการด้านพลังงาน ส่งเสริมธุรกิจ vehicle-to-everything และแบตเตอรี่เพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงกลางทศวรรษ 2020 พร้อมกับการลงทุนในสถานีชาร์จไฟฟ้าอีก 2 หมื่นล้านเยน ภายในปี พ.ศ.2569 เพิ่มจำนวนนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลกอีก 3,000 ตำแหน่ง ส่งเสริมทักษะให้กับพนักงานของบริษัทในปัจจุบัน นอกจากนี้ Nissan จะสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อลดค่าใช้จ่าย และแบ่งปันความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ควบคุมและสั่งการ รวมไปถึงงานบริการต่างๆ.

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ชายปริศนาถูกรถไฟฟ้าสายสีแดงทับ ดับคาราง
      02:19

      ชายปริศนาถูกรถไฟฟ้าสายสีแดงทับ ดับคาราง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      รถยนต์ไฟฟ้ายานยนต์พลังงานไฟฟ้ารถไฟฟ้าNissan Electric CarSolid state batteriesNissan EVอาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 เวลา 05:13 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์