เข้าไทยแล้ว! เจาะรายละเอียด ยานแม่พลังงานไฟฟ้า MERCEDES-EQS 450+ ELECTRIC

ข่าว

    เข้าไทยแล้ว! เจาะรายละเอียด ยานแม่พลังงานไฟฟ้า MERCEDES-EQS 450+ ELECTRIC

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 พ.ย. 2564 14:00 น.

    Mercedes-EQ คือแบรนด์แยกย่อยที่มีเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นการเดินตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้านี้เพื่อการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนไปเป็นไฟฟ้า 100% EQS จึงเป็นเรือธงรุ่นเบิกทางไปสู่พลังงานสะอาดของแบรนด์ตราดาวและถูกนำเสนอด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจาก new S-Class W223 และ V223 รูปทรงที่แปลกแยกไปจาก S-Class รุ่นมาตรฐาน เน้นหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อปรับให้รถสามารถแหวกอากาศได้โดยมีแรงเสียดทานต่ำ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่โดดเด่นของ Mercedes-EQS ถูกขัดเกลาจากงานออกแบบจนทำให้มีตัวเลขต่ำสุดๆแค่ 0.20 (cd 0.20) กลายเป็นบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีค่าแอโรไดนามิกส์ต่ำที่สุด 

    แม้ว่า EQS จะเป็นพี่ใหญ่ของ S-Class รุ่นใหม่ แต่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ สร้างขึ้นจากแพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมไฟฟ้าของ Mercedes-EQ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity รวมกับ Progressive Luxury สะท้อนให้เห็นในพื้นผิวที่ไหลลื่นสุดๆ การปรับให้รถมีรอยต่อที่น้อยลง โดยใช้การออกแบบในลักษณะไร้รอยต่อ ด้านหน้าถูกควบรวมกับกระจัง 'Black Panel' ไฟหน้านวัตกรรมใหม่ที่เชื่อมต่อด้วยแถบไฟและกระจังหน้าสีดำแบบมีมิติภายใน กระจังหน้าแบบ Black Panel มีดาว Mercedes อยู่ตรงกลางและมีรูปแบบดาวสามมิติอยู่ภายใน กระจังที่มีดวงดาว Mercedes-Benz Star นี้ถูกใช้กับ EQS AMG Line Exterior นำมาจากดาวดั้งเดิมของ Daimler- Motorengesellschaft ซึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 1911

    EQS เป็น Mercedes-EQ รุ่นแรกที่นำเสนอฟังก์ชันใช้งานในรถใหม่ทั้งหมด ผ่านการอัปเดตแบบ over-the-air (OTA) ในพื้นที่การทำงานต่างๆ ตั้งแต่ โปรแกรมขับรถพิเศษสองโปรแกรม เกม และโปรแกรมสาธิตการใช้งาน ซึ่งหมายความว่า หลังจากการซื้อและการกำหนดค่ารถยนต์ใหม่ครั้งแรก คุณลักษณะบางอย่างของ EQS สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังสามารถปลดล็อกการบังคับเลี้ยวของเพลาล้อหลังด้วยมุมบังคับเลี้ยวที่กว้างขึ้นถึงสิบองศา ล้อหลังที่ช่วยเปิดองศาของการเลี้ยว ทำให้ EQS เป็นรถซาลูนคันโตที่มีวงเลี้ยวแคบสุดๆ ราวกับรถเล็กเลยทีเดียว 

    สไตล์ 4 Door Coupe ถูกนำมาปรับใช้เพื่อทำให้รูปลักษณ์ของ EQS มีความโฉบเฉี่ยวและไหลลื่น ด้านหน้ามีส่วนผสมของรถหลายรุ่น ส่วนตัวถังด้านข้างคล้ายกับ CLS และ GT 4 Door เสาหน้าที่ลาดเอียง ส่วนกลางของหลังคาที่ค่อยๆ ลดระดับความลาดเอียงลงไปยังส่วนท้าย ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมระบบอัตโนมัติที่ฉลาดและส่องสว่างได้ไกลมากกว่า 600 เมตร ไฟท้ายแบบเชื่อมติดกันด้วยแถบไฟ LED ล้ออัลลอยลายซี่ถี่ขนาด 22 นิ้ว นอกจากความงดงามของรูปทรง EQS ยังติดตั้งระบบช่วยขับกับซอฟต์แวร์ส่วนบุคคลเพื่อควบคุมการทำงานมากถึง 50 ระบบ รองรับการอัปเดตผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แบบ Over The Air แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนแบบใหม่ ระบบอินโฟเทนเมนท์เวอร์ชันล่าสุด สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ถึง 27 ภาษา เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้าของระบบสื่อสารแบบไร้สาย โครงข่ายประสาทไฟฟ้าของรถต่อกับระบบขับอัตโนมัติ Autonomous เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของคนขับและผู้โดยสาร 

    Mercedes-EQS มีขนาดความยาว 5,216 มิลลิเมตร กว้าง 1,926 มิลลิเมตร สูง 1,512 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,667 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,682 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 134 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,480 กิโลกรัม ล้ออัลลอยลายซี่ถี่ขอบ 22 นิ้ว ขนาด 9.5Jx22 ET 41.5 ยาง Goodyear ไซส์ 265/35/R22 105H 

    ระบบรองรับแบบ Air Matic ที่ Mercedes+EQ พัฒนาร่วมกับค่าย Bilstein เป็นช่วงล่างแบบถุงลมซึ่งเข้ามาแทนที่สปริงแบบโลหะ การทำงานขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของลมในระบบ ถ้าลมมาก สปริงลมจะแข็งขึ้น และถ้าความหนาแน่นของลมน้อยลงก็จะนุ่มนวลขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนระดับความสูงของตัวรถได้สามระดับ ทั้งปรับให้สัมพันธ์ไปกับความเร็ว และโหมดของการขับเคลื่อน การปรับเปลี่ยนในลักษณะแปรผันต่อเนื่องตลอดเวลา ระบบ Airmatic รุ่นใหม่ ทำงานอย่างเนียนจนคนขับและผู้โดยสารไม่สามารถรับรู้ถึงการทำงานที่ต่อเนื่องตลอดเวลา ช่วงล่างแบบถุงลม Airmatic เชื่อมต่อกับ ADS+ หรือ Adaptive Damping System+ โช้คอัพถุงลมไฟฟ้าในล้อแต่ละข้าง ทำงานเป็นอิสระตามสภาพของผิวถนน ในโหมด Comfort ช่วงล่างจะปรับระดับความสูงอัตโนมัติลง 10 มิลลิเมตร เมื่อความเร็วทะยานผ่าน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยระบบจะปรับความสูงให้ลดลงอีก 10 มิลลิเมตร เมื่อความเร็วสูงมากกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดแรงต้านทานอากาศและลดค่า CG เมื่อเลือกใช้โหมด Sport ระบบรองรับแบบถุงลมจะลดความสูงลงทันที 20 มิลลิเมตร ผู้ขับสามารถปรับยกความสูงเพิ่มเติมได้ 25 มิลลิเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารตอนหลังก้าวออกจากรถได้อย่างสะดวก และเมื่อขับใช้ความเร็วเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบยกความสูงจะยกเลิกการทำงานแล้วปรับเข้าสู่ความสูงที่มีความเหมาะสมกับโหมดขับเคลื่อน และสปีดความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น 

    โครงสร้างของตัวถังและแชสซีเป็นแบบ Hybrid Structure มีการนำวัสดุมาผสมกันทั้งเหล็ก อะลูมิเนียมและพลาสติกสังเคราะห์ แชสซีทำจากเหล็กกล้าทนแรงเค้นสูง ส่วนประกอบอื่นบนตัวถังมีการผสมผสานกันระหว่างวัสดุน้ำหนักเบา ทั้งอะลูมิเนียมและพลาสติกรีไซเคิล เช่น ฝากระโปรงอัลลอย ทั้งหน้าและหลัง แก้มข้างกับบานประตูทั้งสี่ คานรับแรงกระแทกบริเวณด้านในของกันชนหน้าและหลัง ซัปเฟรมในจุดต่างๆ มีการเชื่อมต่ออย่างแม่นยำ หนาแน่นและแข็งแรงเพื่อลดอาการบิดตัว หากไม่สนใจในเรื่องของการเลือกวัสดุเพื่อลดน้ำหนัก คาดว่า น้ำหนักตัวของ EQS จะพุ่งจนถึง 3,000 กิโลกรัมอย่างแน่นอนเนื่องจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีระยะทำการไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร และวางอยู่บนพื้นรถ มีน้ำหนักเฉียดๆ 1 ตันเลยทีเดียว 

    แพลตฟอร์ม Mercedes-Benz MEA ออกแบบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของแบรนด์ตราดาว ทั้งตัวถังซาลูนและเอสยูวี รถรุ่น 450 ใช้มอเตอร์เดี่ยวตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลังโดยวางตำแหน่งมอเตอร์เอาไว้เหนือเพลาขับหลัง ชุดมอเตอร์ไฟฟ้า eATS Electric Powertrain แบบ PSM หรือ permanently excited synchronous electric motors แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 120 Kwh Charge Power 11 kW AC Charge Time (0->640 กิโลเมตร ) จากไฟบ้านปกติไม่ผ่าน Wallbox นาน 11 ชั่วโมงกับอีก 45 นาที ส่วนการชาร์จเร็วแบบอัดประจุไฟเต็มที่ Fastcharge Power (max) 200 kW DC ใช้เวลาประมาณ 32 นาที ได้ระยะทาง 512 กิโลเมตร Mercedes-EQS เมื่อชาร์จไฟจนเต็มจะทำระยะทางได้ 640 กิโลเมตร ตัวเลขสมรรถนะ มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวมีกำลังสูงสุด 245 กิโลวัตต์ หรือ 333 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ 570 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

    Distronic Plus เวอร์ชันล่าสุด ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของรถ มีการเพิ่มเติม light detection and ranging บริเวณส่วนหน้าของรถ ผนวกการทำงานกับกล้องและเซนเซอร์รอบคัน มีชุดเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับปริมาณของฝนที่ตก เพื่อปรับการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวและระบบส่องสว่างแบบใหม่เมื่อขับท่ามกลางสายฝนในตอนกลางคืน ผนวกรวมกับการตรวจจับล้อ เบรก ระบบขับเคลื่อน และระบบบังคับเลี้ยว Mercedes-EQS มีเซนเซอร์รวม 350 ตัว ทำงานผ่านการควบคุมของซอฟต์แวร์ในระบบขับอัตโนมัติ Autonimous 

    Drive Pilot ทำหน้าที่ในระบบ Adaptive Cruise Control ตรวจสอบสิ่งกีดขวางและรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าเพื่อความปลอดภัย Lider 1 ตำแหน่งและ Radars อีก 3 ตำแหน่ง ติดตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างโลโก้ดาว ปรับแต่งให้มีระยะทำการไกลและครอบคลุมส่วนหน้าของรถ หรือ front long range reader ใช้องศาในการสแกน 90 องศา ส่วน Radars อีกสองตัว เป็นตัวตรวจจับแบบ front multi mode reader ติดตั้งบริเวณมุมกันชนทั้งสองข้าง ทำหน้าที่สแกนแนวกว้าง ครอบคลุมส่วนหน้ามากถึง 130 องศา แน่ใจได้ว่า วัตถุต่างๆ ที่เคลื่อนที่หรืออยู่กับที่จะไม่รอดพ้นจากการตรวจจับของเรดาร์หลักทั้งสามแกน ส่วน front stereo multi purpose camera ซึ่งเป็นกล้องด้านหน้า ทำงานครอบคลุมพื้นที่ 70 องศา Rear multi mode Redar อีกสองตำแหน่งติดตั้งที่ส่วนท้าย ครอบคลุมการตรวจจับ 130 องศา สำหรับกล้องมองรอบคัน 360 องศา ใช้กล้องสี่ตัว แต่ละตัวมีชิ้นเลนส์คุณภาพสูง 180 องศา ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพจากมุมบน 360 องศารอบรถ พร้อมด้วย Ultrasonic Sensor 12 ตำแหน่ง แบ่งออกเป็น 6 ตัวที่กันชนหน้า และ 6 ตัวที่กันชนหลัง ทำหน้าที่ในระบบจอดอัตโนมัติ Parking Sensor และยังเชื่อมโยงการทำงานกับ Autonimous Driving SAE Level 4 ตรวจสอบวัตถุในระยะ 1.2-4.5 เมตร รวมถึงยังสามารถสแกนในมุมกว้างถึง 120 องศาต่อตัวอีกด้วย 

    ระบบความปลอดภัย ออกแบบตามหลักการของ Integral Safety โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ  เช่นเดียวกับ Mercedes อื่นๆ  EQS จึงมีห้องผู้โดยสารที่แข็งแกร่ง โซนป้องกันการเสียรูปแบบพิเศษ และ PRE-SAFE® รวมถึง PRE-SAFE® Impulse Side ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จากความจริงที่ว่า EQS นั้นใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้า ทั้งหมดยังเปิดโอกาสสำหรับการติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่ใช้พื้นที่ในจุดที่เหมาะสม หมายความว่า EQS สามารถเลือกตำแหน่งที่มีความปลอดภัยสำหรับการติดตั้งแบตเตอรี่ เช่น ในบริเวณที่มีการป้องกันการชนใต้ท้องรถ และเนื่องจากไม่มีบล็อกเครื่องยนต์ขนาดใหญ่บนรถ พฤติกรรมในการชนด้านหน้าจึงสามารถจำลองสถานการณ์ในขั้นตอนของการทดสอบได้ดียิ่งขึ้น นอกจากการทดสอบการชนแบบมาตรฐานแล้ว ประสิทธิภาพของรถในสถานการณ์โหลดเพิ่มเติมต่างๆ ยังได้รับการทดสอบส่วนประกอบต่างๆ อย่างละเอียด โดยดำเนินการที่ศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยของยานพาหนะ (TFS)

    PRE-SAFE® รวมถึง PRE-SAFE® Impulse Side ทำหน้าที่คาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อสั่งให้อุปกรณ์ Passive Safety ที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด เตรียมรับมือกับอุบัติเหตุ ด้วยการใช้สัญญาณ Lider และ Radars ด้านหน้ารถทำการสแกนหาสิ่งกีดขวางบนผิวการจราจรจากระยะไกล ความฉลาดของซอฟต์แวร์ สามารถแยกแยะและจำแนกได้ว่า วัตถุดังกล่าวกำลังเคลื่อนที่หรืออยู่กับที่ เพื่อหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุ ในกรณีที่ระบบตรวจพบว่าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หากกระจกบานใดบานหนึ่งเปิดอยู่หรือ Panoramic Roof เปิดอยู่ ระบบ PRE-SAFE® รวมถึง PRE-SAFE® Impulse Side จะสั่งงานให้ปิดทันทีแบบอัตโนมัติ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการรับแรงปะทะ ที่เข็มขัดนิรภัยและเบาะโดยสาร จะถูกปรับตำแหน่งให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัย PRE-SAFE® ยังเชื่อมการทำงานกับระบบเบรก ABA หรือ Active Brake Assist โดยสั่งงานให้หม้อลมเบรกสะสมแรงดันสำรองล่วงหน้าเพื่อการเบรกแบบฉุกเฉินในลักษณะเต็มกำลังการเบรกด้วยตัวช่วยเบรกไฟฟ้า ผกผันไปกับความเร็ว น้ำหนักบรรทุกโดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสาร เพื่อหยุดยั้งมวลน้ำหนักที่มากถึง 2.4 ตัน ให้เบรกได้ในระยะทางที่สั้นที่สุด 

    Mercedes me Charge ด้วยฟังก์ชันใหม่นี้ คุณสามารถขับ EQS ไปที่สถานีชาร์จที่เหมาะสมและใกล้ที่สุดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อจอดที่จุดชาร์จ เปิดฝาพับ เสียบปลั๊ก แล้วกระแสไฟที่ชาร์จจะเริ่มไหลเข้าสู่แบตเตอรี่ นี่คือความง่ายในการชาร์จไฟของ EQS ต้องขอบคุณ Plug & Charge และไฮไลต์อื่นๆในระบบนี้ ได้แก่ การแสดงผลเครือข่ายจุดชาร์จที่ใกล้เคียงและมีจำนวนมากที่สุด โดยครอบคลุมจุดชาร์จสาธารณะในประเทศไทย

    การนำทางด้วย Electric Intelligence ระบบนำทางแบบใหม่ที่ทันสมัย ทำหน้าที่วางแผนเส้นทางที่เร็วและสะดวกที่สุด รวมถึงการหยุดชาร์จโดยอิงจากปัจจัยต่างๆ ทำการคำนวณปริมาณไฟในแบตฯและตอบสนองต่อการจราจรติดขัดแบบไดนามิก หรือรูปแบบการขับที่เปลี่ยนไป คุณลักษณะเฉพาะของ EQS คือการแสดงภาพในระบบสาระบันเทิง (MBUX Mercedes-Benz User Experience) แสดงผลความจุและระดับของแบตเตอรี่ว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นโดยไม่ต้องชาร์จ แสดงผลสถานีชาร์จตามเส้นทางที่ขับผ่าน การตั้งค่าในการคำนวณเส้นทาง ในขณะที่สถานีชาร์จบางสถานีสามารถเลือกหรือยกเว้นได้โดยคนขับ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการชาร์จโดยประมาณต่อการหยุดการชาร์จจะถูกคำนวณสำหรับคนขับในการชาร์จแต่ละครั้ง

    MBUX Hyperscreen ของ EQS เป็นไฮไลต์จอแสดงผลขนาดยักษ์ที่สมบูรณ์แบบที่เชื่อมโยงกับงานตกแต่งภายในได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม หน้าจอมอนิเตอร์โค้งขนาดใหญ่นี้ ครอบคลุมจากเสาหน้าด้านซ้ายถึงขวา ดูเหมือนว่าหน้าจอสามตำแหน่งจะรวมเป็นหนึ่งเดียวเมื่ออยู่ใต้ฝาครอบกระจกเดียวกัน จอแสดงผล OLED ขนาด 12.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า มีพื้นที่แสดงผลและพื้นที่ควบคุมของตัวเอง ฟังก์ชันด้านความบันเทิงพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ตามระเบียบกฎหมายเฉพาะบางประเทศ Mercedes-EQ ใช้ตรรกะการทำงานที่ชาญฉลาดของกล้องภายใน หากกล้องตรวจพบว่าคนขับกำลังดูหน้าจอของผู้โดยสารด้านหน้า กล้องจะหรี่แสงบนจอภาพโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเสียสมาธิของคนขับ ซอฟต์แวร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ MBUX จะปรับระบบอินโฟเทนเมทน์ให้เข้ากับผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และให้คำแนะนำส่วนบุคคลสำหรับระบบสาระบันเทิง ความสะดวกสบาย และฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถ ด้วย zero layer แอปพลิเคชันที่สำคัญจะถูกนำเสนอในระดับบนสุด ภายในขอบเขตของการมองเห็นจากสายตาของคนขับเสมอ ทำงานขึ้นตรงตามสถานการณ์และบริบทของการขับเพื่อความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือผู้ขับรุ่นล่าสุด มีฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบใหม่ เช่น การเตือน microsleep เพิ่มเติมจาก ATTENTION ASSIST โดยระบบ จะทำการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของเปลือกตาของคนขับ ผ่านกล้องบนจอแสดงผลของคนขับ (ใช้ได้เฉพาะกับ MBUX Hyperscreen) จอแสดงผลสำหรับคนขับจะแสดงการทำงานของระบบช่วยเหลือในการขับขี่ในมุมมองแบบเต็มหน้าจอที่เข้าใจได้ง่าย 

    ระบบปรับอากาศและรักษาคุณภาพของอากาศภายในห้องโดยสาร ENERGIZING AIR CONTROL PLUS Mercedes-EQ กำลังใช้แนวทางที่ครอบคลุมในด้านคุณภาพอากาศใน EQS ระบบนี้ ใช้การกรอง ผ่านการตรวจจับของเซนเซอร์ แนวคิดการแสดงผล และการปรับอากาศ แผ่นกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air) มีระดับการกรองที่สูงมาก ซึ่งช่วยให้ดักจับอนุภาคละเอียด อนุภาคขนาดเล็ก ละอองเกสร และสารปนเปื้อนอื่นๆ ที่เข้าสู่ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร ตรวจจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และกลิ่นต่างๆ และปรับให้ก๊าซปนเปื้อนลดปริมาณลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยด้วยแผ่นกรอง HEPA ที่ผ่านการรับรอง "OFI CERT" ZG 250-1 ในด้านการกรองดักไวรัสและแบคทีเรียรวมถึงมลพิษที่เป็นอณูขนาดเล็ก ระบบควบคุมสภาพอากาศก่อนเข้าถึงห้องโดยสาร ทำให้อากาศภายในมีความสะอาดก่อนขึ้นรถได้อีกด้วย ระดับอนุภาคจากภายนอกและภายในรถยังแสดงอยู่ภายในระบบ MBUX สามารถดูรายละเอียดได้ในเมนูคุณภาพอากาศเฉพาะ เมื่อคุณภาพอากาศภายนอกลดต่ำและเต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 ระบบนี้สามารถแนะนำให้ทำการปิดกระจกด้านข้างหรือสั่งงานซันรูฟให้เลื่อนปิดเองได้โดยอัตโนมัติ 

    ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® สำหรับการสัมผัสกับประสบการณ์รับฟังเพลงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ด้วยภาคขยายสองแบบ: Silver Waves และ Vivid Flux ประสบการณ์เสียงรอบทิศทางใน EQS ยังทำให้กระบวนทัศน์การรับฟังแบบแจ้งเตือนตำแหน่งของรถจากภายนอก มีความชัดเจน โดยเปลี่ยนจากเสียงธรรมดาให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วยโปรแกรมซาวนด์สเคปที่หลากหลาย ทำให้สามารถตั้งค่าอะคูสติกเฉพาะตัวได้ เลือกเปิดหรือปิดเสียงได้โดยใช้จอแสดงผลส่วนกลาง สามารถปลดล็อก soundscape เพิ่มเติมได้โดยใช้เทคโนโลยี over-the-air (OTA) เสียงการขับขี่แบบอินเทอร์แอคทีฟผ่านลำโพงของระบบเสียงภายในห้องโดยสาร จะเคลื่อนที่อยู่ภายในโลกเสมือนจริงของห้องโดยสาร

    พวงมาลัยมีระบบบังคับเลี้ยวที่เพลาล้อหลัง สามารถหมุนล้อหลังเพื่อช่วยลดระยะของการเลี้ยวได้ 10 องศา ช่วยให้ EQS มีความคล่องตัวและมีพลังในการเลี้ยวกลับลำอย่างรวดเร็ว ทำให้ EQS หมุนวงเลี้ยวได้ 35.7 ฟุต เทียบเท่ากับวงเลี้ยวของรถรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มรถขนาดกะทัดรัดได้อย่างเหลือเชื่อ มุมเพลาล้อหลังแบบแปรผันและวิถีของการเลี้ยวจะแสดงในเมนูโหมดการขับขี่ในจอแสดงผลส่วนกลาง

    พบกับ Mercedes-EQ ยานแม่พลังงานไฟฟ้า EQS 450+ ได้ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 วันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ ที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี ส่วนราคาตามกันอีกที เนื่องจาก Mercedes-Benz Thailand ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด คาดว่า EQS น่าจะมีค่าตัวเฉียดๆ 8 ล้านบาท หรืออย่างต่ำ 7.7 ล้านบาทละครับท่านผู้ชม.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      เดือดไฟแลบ แฟนบอล ไทยลีก3 เปิดศึกตะลุมบอนข้างสนาม
      05:58

      เดือดไฟแลบ แฟนบอล ไทยลีก3 เปิดศึกตะลุมบอนข้างสนาม

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เปิดตัวรถใหม่รถใหม่Motor Expo 2021รถยนต์ไฟฟ้าMERCEDES-EQSMERCEDES-EQS 450+อาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพฤหัสที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 18:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์