ดาวไฟฟ้า ใกล้มาแล้ว! ส่องโรงงานผลิตแบตเตอรี่ MERCEDES-BENZ ในประเทศไทย

ข่าว

    ดาวไฟฟ้า ใกล้มาแล้ว! ส่องโรงงานผลิตแบตเตอรี่ MERCEDES-BENZ ในประเทศไทย

    ไทยรัฐออนไลน์

    25 พ.ย. 2564 14:00 น.

    แบรนด์ Mercedes-Benz กับประเทศไทย มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปไกลถึง รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีรถยนต์ Mercedes-Benz คันแรกเข้ามาในราชอาณาจักรสยาม เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2448

    สายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ Mercedes-Benz กับประเทศไทยทวีความใกล้ชิดยิ่งขึ้นเมื่อ Mercedes-Benz AG. ได้แต่งตั้งให้บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (ในขณะนั้น) ได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยในปี 2493 หรือกว่า 70 ปีมาแล้ว ต่อมาในปี 2521 บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ได้เริ่มประกอบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเริ่มต้นด้วย Mercedes-Benz W123 เป็นรุ่นแรก ก่อนจะพัฒนาสายการผลิตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

    ไม่ว่าจะเป็นการประกอบรถยนต์จนฉลองความสำเร็จของการประกอบรถยนต์ Mercedes-Benz ในประเทศไทยครบ 100,000 คัน ในปี 2559 การดำเนินการปรับปรุงและขยายโรงงานเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงปี 2560-2562 และการริเริ่มให้มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด Mercedes-Benz เป็นครั้งแรก ภายใต้การดูแลของบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง (TESM) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาตจาก Mercedes-Benz แต่เพียงผู้เดียว โดย TESM ซึ่งมีพื้นที่รวม 11,000 ตารางเมตร ใช้พื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตร สำหรับการผลิตแบตเตอรี่โดยเฉพาะ และแบ่งพื้นที่อีก 800 ตารางเมตร เพื่อการตรวจสอบและทดสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ โดย TESM มีความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่ที่ 30 ชุดต่อวัน

    ทั้งนี้ โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของ Benz AG. โดยนับเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของ Mercedes-Benz ซึ่งในปัจจุบันมีเพียง 7 แห่งทั่วโลก โรงงานนี้จะผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศและเพื่อส่งออก โดยยังมีโรงงานทั้งในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีนอีกด้วย เครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่นี้จะตอบสนองความต้องการในตลาดอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำให้มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัยจากศูนย์กลางการผลิตในแต่ละพื้นที่ ทั้งยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา ไว้พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ Mercedes-Benz ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นตามแผนงานรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ทั้งนี้ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทยได้เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

    TESM ให้ความสำคัญกับพนักงาน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาความสำเร็จมาให้กับธุรกิจสูงสุด จึงเป็นที่มาให้บริษัทจัดการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริหารสมดุลการทำงานระหว่างการใช้ระบบออโตเมติกและการใช้คนในการผลิต เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ผลิตออกมาภายใต้การบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม โดยบริษัทมีความพร้อมในการผลิตและทดสอบแบตเตอรี่ทั้งสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ BEV ซึ่งเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของแบตเตอรี่ที่มีการผลิตออกมา TESM ได้มีการทดสอบและตรวจวัดคุณภาพของแบตเตอรี่ภายใต้มาตรฐานการทดสอบระดับโลกของ Mercedes Global Testing Standard ทั้งในเรื่องความทนทานภายใต้อุณหภูมิที่แตกต่าง การทดสอบเรื่องการสั่น การกันน้ำและกันฝุ่น รวมไปถึงการทดสอบฟังก์ชันและสมรรถนะของแบตเตอรี่ ฯลฯ

    TESM ได้เริ่มต้นผลิตแบตเตอรี่รุ่น PB300 สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่น C-Class, E-Class และ GLC ขนาดความจุ 13.8 kWh ในเดือนกรกฎาคม 2562 และเริ่มส่งออกแบตเตอรี่ชนิดนี้ไปยังประเทศเยอรมนีในเดือนกรกฎาคม 2563 และในเดือนกันยายนที่ผ่านมา TESM ยังได้เริ่มต้นผลิตแบตเตอรี่รุ่น PB400 ขนาดความจุที่ใช้ได้ 21.4 kWh เพื่อให้เป็นแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่น S 580 e โดยเฉพาะ ส่วนแบตเตอรี่รุ่น PB400 ให้พลังไฟฟ้าที่มากขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริด หากเป็นการขับเคลื่อนด้วยการใช้โหมดไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถพารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดไปได้ไกล 100 กิโลเมตร สำหรับการชาร์จ หากเป็นการชาร์จด้วยปลั๊กไฟฟ้าภายในบ้านจะใช้เวลา 6.15 ชั่วโมง (จาก 10-100%) หากเป็นการชาร์จผ่าน MB Wall Box จะใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง (จาก 10-100%) และหากเป็นการชาร์จด้วย DC Fast Charge จะใช้เวลา 20 นาที (จาก 10-80%)

    นอกจากนี้ TESM กำลังจะเริ่มต้นการผลิตแบตเตอรี่รุ่น EB40x สำหรับรถยนต์รุ่น EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจาก Mercedes-Benz ที่จะมีการประกอบในประเทศไทย โดยแบตเตอรี่รุ่น EB40x เป็นแบตเตอรี่ขนาดความจุ 107.8 kWh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนัก 670 กิโลกรัม สามารถใช้ขับขี่ได้ไกลถึง 770 กิโลเมตร

    ในอนาคตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน TESM ยังมีแผนการสร้างระบบแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ได้จากโซลาร์รูฟท็อปภายในโรงงาน ผ่านการทำงานร่วมกับ Mercedes-Benz ในเรื่องคอนเซปต์และเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน และกับผู้ผลิตระบบโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย และมีแผนที่จะพัฒนาและต่อยอดการรียูสและรีไซเคิลแบตเตอรี่ทั้งจากในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โรงงานเบนซ์โรงงานเมอร์เซเดส เบนซ์ธนบุรีประกอบยนต์Mercedes-Benzอาคม รวมสุวรรณ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 00:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์