เมื่อปรากฏร่างในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในวันที่ 27 มีนาคมนี้ รูปทรงของรถต้นแบบแนวคิด Mercedes-Benz Vision One-Eleven จะทำให้แฟนรถเนิร์ดสามารถรับรู้ได้ทันทีถึงการเชื่อมโยงกับ Mercedes-Benz C111 รถต้นแบบแนวคิดที่เกิดขึ้นมาในปี 1969-1976 เพื่อทำให้มันกลายเป็นรถของพระเอกในด้านการทำความเร็ว สำหรับ Vision One-Eleven นี่คือกระสุนปืนยุคอวกาศที่ทีมออกแบบของ Mercedes-Benz ได้คลายพันธนาการด้านงานดีไซน์ออกไปจนหมดสิ้น โทนสีทองแดงแซมด้วยสีดำ และบานประตูแบบปีกนก ถือเป็นการลอกเลียนแบบ 300SL Gullwing รถที่ Mercedes-Benz ผลิตในปี 1954 และ C111 ก็เป็นรถต้นแบบดั้งเดิมในปี 1969 ที่ Mercedes ใช้เชื่อมโยงกับเรือนร่างของ Vision One-Eleven นั่นหมายถึงประวัติศาสตร์ และตำนานที่ถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง
...
Vision One-Eleven โทนสีทองแดงผสมสีส้ม (และสีดำ) เป็นองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงยานอวกาศมากที่สุด ดีไซน์ไฟหน้า และไฟท้ายดูโดดเด่นไม่น้อย เมื่อเทียบกับรถต้นแบบอายุ 54 ปี C111 เป็นรถทดสอบเครื่องยนต์วางกลางลำ ในขณะที่รถ Vision One-Eleven คันใหม่เอี่ยมอ่อง มีมอเตอร์ฟลักซ์ของ Yaza ประจำการตามแนวแกนในแต่ละล้อ ชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ซึ่งยังไม่ได้มีการเปิดเผยถึงความจุ นักออกแบบของ Mercedes นำรูปแบบของรถสปอร์ตเครื่องวางกลางกลับมาอีกครั้ง โดยผลักดันงานดีไซน์จนถึงขีดจำกัด ในส่วนของรถยนต์ต้นแบบตราดาวสามแฉกที่เคยจัดแสดงก่อนหน้านี้ เช่น F 015 และ EQXX ก็มีรูปลักษณ์คล้ายกับรถสปอร์ตเครื่องวางกลาง แต่ Vision One-Eleven นั้นดูจริงจังมากกว่าจะเป็นเพียงแค่รถต้นแบบที่จอดโชว์หล่ออย่างเดียว
มอเตอร์ไฟฟ้าแบบฟลักซ์ตามแนวแกนที่ออกแบบโดย YASA ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Mercedes-Benz ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงของ Vision One-Eleven นั้นต่ำ ซึ่งตรงกันข้ามกับมอเตอร์ฉุดลากแนวรัศมี ที่พบใน Mercedes EV รุ่นอื่นๆ เช่น EQS/EQE/EQB มอเตอร์ฟลักซ์ตามแนวแกนล้อ มีกำลังหนาแน่นมากกว่ามอเตอร์แนวรัศมีถึง 66 เปอร์เซ็นต์ ทำให้วิศวกรมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดวาง ใน Vision One-Eleven ซุ้มล้อที่นูนออกมาอย่างชัดเจนหมายถึงการวางมอเตอร์ฟลักซ์ตามแนวแกนไว้ใกล้กับล้อ เป็นสัตว์ร้ายสี่ตัวที่ให้กำลังรวม 1,000 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 1,300 แรงม้า แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงทฤษฎี เนื่องจาก Vision One-Eleven เป็นเพียงรถต้นแบบที่เน้นศักยภาพในด้านสไตล์ ไม่ใช่รถต้นแบบที่ใช้ทดสอบระบบส่งกำลังเหมือนกับคุณลุง C111 ผลลัพธ์จากการออกแบบยุคใหม่ก็คือ มันเป็นรถที่มีพื้นผิวขนาดใหญ่เพียงจุดเดียว หลังคาและตัวถังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ว่าจะมีซุ้มล้อหน้าและหลังที่เด่นชัด ด้วยเฉดสีของ Mercedes AMG One
...
...
Vision One-Eleven มีความเรียบง่ายอย่างน่าทึ่ง ประตูปีกนกเป็นงานวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่ยากต่อการทำให้ดูดี และเข้ารูปอย่างพอดิบพอดี โดยมีกระจกด้านข้างแบบโปร่งแสง บั้นท้ายมีลวดลายของหลอด LED แบบพิกเซล เพื่อสื่อสารกับรถคันข้างหลัง พื้นผิวด้านบนดีไซน์อย่างเรียบเนียน ถูกยึดด้วยส่วนเสริมแอโรกราฟิกที่แข็งแกร่ง ด้านล่างของตัวรถ ปีกหน้าด้านล่างดูบอบบาง ไฟหน้าป๊อปอัปของรุ่นดั้งเดิมยังคงคลาสสิก แต่ไฟ LED ของ Vision One-Eleven ผสมผสานความรู้สึกให้หวนคิดถึงรถต้นแบบในอดีต นั่นเป็นสัญญาณของสิ่งที่กำลังเข้ามาแทนที่ และแน่นอนว่า One-Eleven สามารถสื่อสารกับผู้ใช้ถนนรายอื่นได้
...
ครีบสร้างแรงกดชายล่างด้านข้างสีดำด้านนั้นดูล้ำหน้ากว่าซุ้มล้อหลังอันอ้วนพี ดีไซน์เนอร์ใช้แนวคิดการเยื้องแสงด้านหลังเป็นสีน้ำเงิน ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ยางหลังที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในสไตล์รถสปอร์ต ล้อคอนเซปต์ขนาดใหญ่ ซึ่ง Mercedes-Benz ไม่มีวันที่จะผลิตออกมาแบบนั้นจริงๆ เพราะล้างโคตรยาก การออกแบบลวดลายล้อได้รับแรงบันดาลใจจากขดลวดมอเตอร์ที่ใช้ในระบบส่งกำลังของ One-Eleven แบรนด์ตราดาว เข้าควบรวมโดยซื้อกิจการของบริษัท YASA ในเดือนกรกฎาคม 2021 ด้วยคำมั่นสัญญาที่ว่าจะมีมอเตอร์ขนาดเล็ก และเบากว่ามากประจำการในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของค่ายดาวสามแฉก ซึ่งเป็นมอเตอร์ที่ทรงพลังมากกว่ามอเตอร์แบบเรเดียลฟลักซ์ (การไหลของแม่เหล็กไฟฟ้าวิ่งขนานไปกับแกนหมุนของมอเตอร์ แทนที่จะตั้งฉากกับแกนนั้น)
การผสมสานหนังไซไฟที่อ้างถึงภาพยนตร์เรื่อง The Fifth Element ของ Luc Besson ในปี 1997 แผงหน้าปัดหุ้มด้วยผ้าสีขาว ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ หนังสีส้มสดใสคลุมที่พักแขนที่ธรณีประตู คอนโซลกลาง ลากยาวไปทางด้านหลังเข้าไปในห้องเก็บสัมภาระ หนังได้รับการประมวลผลอย่างยั่งยืนว่าไม่มีการทำร้ายธรรมชาติ! และฟอกโดยใช้เปลือกเมล็ดกาแฟ เบาะนั่ง Bacofoil ถูกรวมเข้ากับแชสซี ตำแหน่งการขับขี่นั้นใกล้เคียงกับที่นั่งแบบเอนนอน ที่คุณจะพบได้ในรถ F1 เท่านั้น สายรัดเข็มขัดนิรภัยสีส้มสดบนเบาะนั่งสีเงิน มีโลโก้ 'ดาวสามแฉก' สีเงินยวงของ Mercedes ประดับอยู่ตรงกึ่งกลางอย่างงดงาม
One-Eleven ยังเล่นกับแนวคิด 'เลานจ์' ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (อีกแล้ว) อินเทอร์เฟซถูกลดขนาดลงเพื่อความเรียบง่ายของห้องโดยสาร พวงมาลัยอะลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มโหมดการขับขี่ ขนาบข้างด้วยหน้าจอสัมผัสจิ๋ว แดชบอร์ดแบบเต็มความยาว สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบโค้ด QR ได้เหมือนกับตัวแสดงข่าวจากยุคก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ต จากนั้นข้อมูลจะปรากฏด้วยความคมชัดสูงเป็นพิเศษบนหน้าจอมัลติมีเดีย ชุดหูฟังเสริม Magic Leap พร้อมอินเทอร์เฟซแบบใหม่ที่ลดความซับซ้อนของเมนู
Vision One-Eleven คือการแสดงเจตจำนงของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง แม้ว่าจะดูเป็นรถต้นแบบเครื่องยนต์วางกลางเหมือนกับ C111 รุ่นดั้งเดิม แต่ก็มีมอเตอร์ฟลักซ์ตามแนวแกนในแต่ละล้อ และชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ยังอุบความจุแบตฯ เอาไว้อย่างแยบยล ด้วยเหตุนี้ Vision One-Eleven จึงเป็นความบันเทิงที่เอาไว้อวด มากกว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง
งานมอเตอร์โชว์ 2024 หรือ Bangkok International Motor Show 2024 ครั้งที่ 45 จัดขึ้นวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2567 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เข้าชมได้ในเวลา 12.00-22.00 น. หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เข้าชมได้ 11.00-22.00 น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/