Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

เปิดโปงวงการใต้ดินชิป AI สิงคโปร์สอบขบวนการลักลอบส่งชิป Nvidia สู่จีนท่ามกลางคำสั่งแบนของสหรัฐฯ

Date Time: 5 มี.ค. 2568 11:10 น.

Summary

  • สิงคโปร์เข้าจับกุมชาย 3 คนหลังพบเบาะแสอาจะมีส่วนเอี่ยวส่งชิป Nvidia ไปจีนท่ามกลางคำสั่งแบนของสหรัฐฯ พร้อมขยายผลสืบสวนเจ้าใหญ่ด้านเซิร์ฟเวอร์ Dell-Super Micro ที่อาจจะสอดไส้ชิป AI ของ Nvidia ส่งผลให้คดีนี้อาจกระทบตลาดเทคโนโลยีเป็นวงกว้าง และนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มข้นขึ้น

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการสิงคโปร์เข้าจับกุมชาย 3 คน พร้อมตั้งข้อหาฉ้อโกงซัพพลายเออร์ หลังได้รับเบาะแสมาว่าชาย 3 คนได้ทำการขนส่งสินค้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ออกจากสิงคโปร์โดยใช้ชื่อผู้รับปลายทางเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งถูกจับตาว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายกระจายชิป Nvidia ไปยังตลาดโลก โดยเฉพาะจีน ที่ทางสหรัฐอเมริกากำลังคว่ำบาตรห้ามส่งออกชิปไปนั่นเอง

ในการจับกุม เอกสารตั้งข้อหาระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหาอาจมีส่วนในการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับผู้รับสินค้าปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ที่จัดซื้อ โดย 2 ใน 3 ของผู้ต้องหาเป็นชาวสิงคโปร์ คือ Alan Wei Zhaolun อายุ 49 ปี และ Aaron Woon Guo Jie อายุ 41 ปี ถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง ซึ่งทั้งสองทำงานในระดับบริหารของบริษัท Aperia Cloud Services ที่เคลมตัวเองผ่านหน้าเว็บบริษัทว่าเป็น “พันธมิตรคลาวด์ที่ได้รับการรับรองรายแรกของ Nvidia ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ขณะที่อีกคนเป็นชาวจีน Li Miang อายุ 51 ปี ถูกตั้งข้อหากระทำการฉ้อโกง รายละเอียดในเอกสารระบุว่า ชายชาวจีนรายนี้ให้ข้อมูลว่าปลายทางของสินค้าดังกล่าวจะส่งไปยังบริษัท Luxuriate Your Life Pte บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในสิงคโปร์ ซึ่งภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ

จุดชนวนตรวจสอบเพิ่ม

ในช่วงแรกสิงคโปร์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และไม่เปิดเผยชื่อซัพพลายเออร์ผู้รับเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกฉ้อโกง อย่างไรก็ตามทางการระบุว่าคดีนี้มีโทษหนัก หากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี นอกจากนี้ ตำรวจยังได้เข้าจับกุมบุคคลเพิ่มอีก 6 ราย และกำลังสืบสวนบุคคลและบริษัทอีก 22 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงครั้งนี้

จนล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Bloomberg รายงานเพิ่มเติมว่ารัฐบาลสิงคโปร์กำลังเข้าสอบสวนว่า Dell Technologies Inc. และ Super Micro Computer Inc. มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งออกเซิร์ฟเวอร์ของแบรนด์ตัวเองไปมาเลเซียนั้น อาจมีสอดไส้ชิป Nvidia ที่สหรัฐฯ ห้ามส่งออกไปจีนหรือไม่

K Shanmugam รัฐมนตรีที่ดูแลด้านกฎหมายของสิงคโปร์ ได้มีการร้องขอต่อทางการมาเลเซียให้ดำเนินการส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการระบุจุดหมายปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “คำถามสำคัญคือ มาเลเซียเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายจริงหรือไม่ หรือมีการส่งต่อไปยังประเทศอื่น ซึ่งเรายังไม่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้”

อย่างไรก็ตาม K Shanmugam ระบุว่ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยด้าน Nvidia ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ขณะที่ Super Micro ยังไม่ได้ตอบกลับ ส่วนทาง Dell ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าบริษัทมีระบบคัดกรองและตรวจสอบคำสั่งซื้ออย่างเข้มงวด หากพบว่าลูกค้าฝ่าฝืนกฎ บริษัทจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมถึงการตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

คดีนี้ทำให้สิงคโปร์ถูกจับตาว่าอาจเป็นศูนย์กลางการส่งชิป Nvidia ไปยังจีน รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ถูกสหรัฐฯ จำกัดการส่งออก และแม้ว่าปริมาณชิป Nvidia ที่ถูกส่งไปยังสิงคโปร์จะคิดไม่ถึง 1% ของรายได้รวมของบริษัท แต่เมื่อปีที่ผ่านมา สิงคโปร์กลับเป็นตลาดใหญ่ของ Nvidia ที่ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ใน 5 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท หรือมากถึง 20% เลยทีเดียว

ผลกระทบจาก DeepSeek และการแบนส่งออกชิปของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2025 ที่ผ่านมา DeepSeek สตาร์ทอัพ AI สัญชาติจีนได้เขย่าตลาด AI ทั่วโลก หลังเปิดตัวแชตบอต R1 และเคลมว่ามีประสิทธิภาพทัดเทียมกับโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ขณะที่ถูกจำกัดการนำเข้าชิป ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับวิศวกรระดับแนวหน้าในวงการ AI เพราะบริษัทโฆษณาว่า R1 เป็น AI ที่มีต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพสูง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการพัฒนาอาจอาศัยเทคโนโลยีจากฝั่งตะวันตก

ในอดีตทาง Liang Wenfeng ผู้ก่อตั้ง DeepSeek เคยออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง 36Kr ไว้ว่า ในการเทรน AI เขาเริ่มลงทุนสั่งซื้อ “Nvidia A100” มาตั้งแต่ก่อนปี 2015 เริ่มต้นตั้งแต่ 1 หน่วย เพิ่มมาเป็น 100 หน่วย จนเป็น 1,000 หน่วยในปี 2019 และ 10,000 หน่วยในปี 2021 ซึ่ง Nvidia A100 คือ หนึ่งในประเภทที่ตอนนี้สหรัฐฯ ได้มีการสั่งห้ามส่งออกไปจีนด้วย

นอกจากนี้ เอกสารวิจัยของ DeepSeek ได้ระบุอีกว่า โมเดล V3 ที่เปิดตัวมาเมื่อเดือนที่แล้ว ถูกฝึกด้วยชิป “Nvidia H800” จำนวน 2,048 ตัว โดย H800 เป็นชิปรุ่นพิเศษที่ Nvidia ออกแบบสำหรับตลาดจีนหลังจากรัฐบาลของโจ ไบเดน สั่งห้ามส่งออกชิปรุ่นที่ทรงพลังกว่า

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2023 รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามส่งออกชิปรุ่น H800 และชิปรุ่นอื่นของ Nvidia ไปในตลาดจีน จนทำให้ Nvidia ต้องออกแบบชิปใหม่ที่มีประสิทธิภาพต่ำลงอย่าง “Nvidia H20” เพื่อตอบสนองข้อกำหนดการส่งออก อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาขยายข้อจำกัดไปถึง H20 ด้วย

นอกจากการห้ามส่งออกชิปรุ่นใหม่ไปยังจีนแล้ว ทางการสหรัฐฯ ยังขยายขอบเขตมาตรการควบคุมการค้าที่ครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น โดยในปี 2023 รัฐบาลไบเดนสั่งห้ามการส่งออกชิปไปยังกว่า 40 ประเทศที่อาจเป็นตัวกลางลักลอบส่งออกชิปไปจีน ซึ่งรวมถึงประเทศแถบตะวันออกกลางและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่รวมสิงคโปร์

อีกทั้ง เมื่อต้นปี 2024 รัฐบาลไบเดนยังได้ขยายมาตรการออกไปอีก โดยให้ครอบคลุมเกือบทั่วโลก ยกเว้นพันธมิตรของสหรัฐฯ เพียงไม่กี่ประเทศ และภายใต้กฎใหม่นี้ การส่งออกชิปไปสิงคโปร์ต้องได้รับใบอนุญาต แต่หากเป็นการส่งออกจำนวนน้อยกว่า 1,700 ตัว เพียงแค่แจ้งข้อมูลก็เพียงพอ

Nvidia ยืนยัน ลักลอบนำเข้าชิป ก็ใช้งานได้ไม่สมบูรณ์

สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานว่าผู้ซื้อจากจีนยังคงสามารถหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ และเข้าถึงชิป AI รุ่นใหม่ล่าสุดของ Nvidia ได้ โดยอาศัยบริษัทตัวกลางในประเทศเพื่อนบ้าน

ด้าน Nvidia ระบุว่ากำลังตรวจสอบปัญหานี้ แต่ยืนยันว่า แม้จะมีการใช้ตัวกลางในการส่งออกสินค้าก็ไม่สามารถทำให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ตัวอย่างเช่นชิป Blackwell ไม่สามารถติดตั้งและบำรุงรักษาได้ในประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต

โดย Nvidia กล่าวในแถลงการณ์ว่า “Data Center ด้าน AI นั้นเป็นหนึ่งในระบบที่ซับซ้อนที่สุดในโลก เพราะฉะนั้น ลูกค้าจึงต้องการซอฟต์แวร์ การสนับสนุน และการอัปเกรด ซึ่งตัวแทนจำหน่ายที่ไม่เป็นทางการจะไม่สามารถให้บริการนั้นได้ และเราจะดำเนินการตรวจสอบทุกกรณีที่พบการเบี่ยงเบนเส้นทางจัดส่ง และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสม

ด้านมาเลเซีย พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

เช่นเดียวกันกับสิงคโปร์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมาเลเซียได้ออกมาชี้แจงว่ามาเลเซียพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อบริษัทท้องถิ่น หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการขนส่งชิป AI ของ Nvidia จากสิงคโปร์ไปจีน

Tengku Zafrul Abdul Aziz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย (MITI) กล่าวว่า “เรากำลังสอบสวนเรื่องนี้ โดยมีทั้งตำรวจ กรมศุลกากร และคณะกรรมาธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียมาเลเซีย (MCMC) เข้ามาร่วมสืบสวน นอกจากนี้ เราได้ติดต่อกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อประสานข้อมูลแล้ว”

Tengku Zafrul ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า โดยทั่วไปแล้วเซิร์ฟเวอร์จะถูกนำเข้าโดยผู้ให้บริการ Data Centers ในมาเลเซีย ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, AWS และ Google ในขณะนี้ มาเลเซียยืนยันว่ายังไม่มีข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้รวมถึง Data Centers ที่บริษัทเหล่านี้ดำเนินการในมาเลเซียกำลังใช้ชิปที่อยู่นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ที่มา: Bloomberg [1][2][3], CNA, Reuters [1][2], Financial TimesWSJ

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)