บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK บริษัทที่ปรึกษาผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร เปิดแผนธุรกิจปี 2567 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าแบบ 360 องศา ครอบคลุมลูกค้าขนาดกลางถึงใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ หลังแผน Synergy การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทในเครือประสบความสำเร็จ
พร้อมตั้งเป้าใช้ประโยชน์จากบริษัทในเครือเพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ประกอบกับแนวโน้มการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันทั่วโลกที่ยังคงเติบโตถึง 10% หรือราว 2.51 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ สร้างความมั่นใจให้กับบริษัทว่าผลประกอบการปี 2567 จะสามารถโตถึง 50% ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับผลประกอบการประจำปี 2566 ของบริษัทนั้นเติบโตสูงกว่าเป้า โดยมีกำไรสุทธิแตะ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้อยู่ที่ 1,313 ล้านบาท โต 133% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลมาจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แสดงให้เห็นชัดเจนผ่านการเติบโตในส่วนงานด้านบริการที่ปรึกษาเชิงลึกด้านดิจิทัลและพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กร (Digital Excellence & Delivery) และบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Big Data & Advanced Analytics) รวมถึงความสำเร็จในการดำเนินแผนยุทธศาสตร์การสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ ที่ทำให้สามารถรับงานได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ธุรกิจของบลูบิคประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่
พร้อมกันนี้ พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ระบุว่า แม้ต้องเจอกับความท้าทายหลายด้านในช่วงที่ผ่านมา แต่บลูบิคยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่อยู่ในระดับสูงถึง 80% นับตั้งแต่ปี 2560
และในปีนี้เราเชื่อมั่นว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพเช่นที่ผ่านมา และทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ซึ่งเป็นผลมาจากอีโคซิสเต็มด้านบริการที่แข็งแกร่ง และแผนการลงทุนในธุรกิจที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันของบริษัทย่อยในเครือ
โดยปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มการเติบโตของบริษัท ประกอบไปด้วย
1. แผนบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทย่อยในเครือ เพื่อสร้าง Economy of Scale รวมถึงการเพิ่ม Employee Utilization Rate ของพนักงาน พร้อมทำ Cross-Selling และ Up-Selling ขยายการให้บริการพร้อมผลิตภัณฑ์ผ่านฐานลูกค้าของแต่ละบริษัทในเครือ
2. แผนการเพิ่มรายได้ In-Organic Growth รวมถึงการมองหาดีล M&A ใหม่ๆ เพื่อเสริมแกร่งและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของบริษัทย่อย
3. แผนขยายตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเติบโตต่อเนื่อง
4. แผนต่อยอดการเติบโตของบริการหลักจากเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เช่น Generative AI ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถขององค์กรได้ ซึ่งบลูบิคเองก็มีบริการ Democratized Generative AI ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Gen AI ในวงกว้าง นำไปสู่ความสามารถอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เร็วขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การลดงานรูทีน และการเข้าถึงลูกค้าผ่านการหา Customer Insights ด้วย AI
และอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญคือ Cyber Security ที่การโจมตีทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นจนเกิดความเสียหายต่อหลายธุรกิจและคาดว่าในปี 2566-2571 การโจมตีทางไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นสูงขึ้นถึง 70% ในทั่วโลก จึงเกิดเป็นบริการ ‘Cyber Guardians’ ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กรธุรกิจ
5. ปัจจัยบวกจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มปีเพิ่มเติม จากบริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ จำกัด (BBVC) และบริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ (Innoviz) ที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติในครึ่งปีหลังของปีนี้
6. ส่วนแบ่งกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้นจากการถือครองหุ้นเพิ่มใน Innoviz จากเดิม 55% (ณ สิ้นปี 2566) เป็น 85% โดยกระบวนการซื้อขายหุ้นเพิ่มคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้