Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ยื่นไฟลิ่งเตรียม IPO เข้าตลาด NYSE อีกหนึ่งธุรกิจคริปโตในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Date Time: 2 เม.ย. 2568 14:18 น.

Summary

  • Circle ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ชื่อดังอย่าง USDC เตรียมเสนอขายหุ้น IPO เข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก คาดมูลค่ากิจการอาจสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท นับเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจคริปโตฯ ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งการเข้าตลาดหุ้นของ Circle ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดเทคโนโลยีมีความผันผวนสูง แต่ก็มีสัญญาณการฟื้นตัวให้เห็นบ้าง โดยที่การเติบโตของ USDC ณ ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจาก Tether สะท้อนให้เห็นถึงจังหวะที่ดีในอุตสาหกรรมคริปโตฯ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ กำลังพิจารณาออกกฎหมายเกี่ยวกับ Stablecoin

Circle บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin ยอดนิยมอย่าง USDC ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และวางแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)

Circle ได้ทำการยื่นไฟลิ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเข้าสู่ตลาดหุ้นสาธารณะอย่างเป็นทางการของ Circle หลังจากที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากแวดวงคริปโตฯ และการเงินมาหลายปี

บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ JPMorgan Chase และ Citigroup จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นหลัก (Lead Underwriters) ในดีลนี้ โดยมีรายงานว่า Circle ได้ประเมินมูลค่ากิจการสูงสุดถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 170,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 2 เมษายน) โดยจะใช้ชื่อย่อว่า “CRCL” บนกระดานเทรด NYSE

การยื่นไฟลิ่งครั้งนี้ นับเป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของ Circle ในการเข้าตลาดหุ้น หลังจากดีลควบรวมกับ SPAC ล้มเหลวในช่วงปลายปี 2022 จากแรงกดดันด้านกฎระเบียบ แต่หลังจากนั้น Circle ได้เดินเกมเชิงกลยุทธ์หลายด้าน เช่น การประกาศย้ายสำนักงานใหญ่จากบอสตันไปยัง One World Trade Center ใจกลางกรุงนิวยอร์กในปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นบริษัทการเงินระดับโลก

ด้านผลประกอบการ Circle รายงานรายได้รวมและรายได้จากเงินสำรองในปี 2024 อยู่ที่ 1,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และ 772 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของบริษัทในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 156 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจาก 268 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า

และหาก IPO ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ Circle จะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทคริปโตฯ แบบ Pure-Play หรือบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตฯ โดยตรง และจะกลายเป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นอย่างมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ Coinbase เคยเข้าตลาดผ่านหุ้น Direct Listing ในปี 2021 และปัจจุบันมีมูลค่าตลาดกว่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

อย่างไรก็ตาม Circle กำลังเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงเวลาที่หุ้นเทคโนโลยีมีความผันผวนสูง โดยดัชนี Nasdaq เพิ่งปิดไตรมาสด้วยการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 แม้ตลาด IPO ด้านเทคโนโลยีจะเงียบเหงามานานกว่า 3 ปี แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง เช่น การยื่นไฟลิ่งของบริษัทอย่าง Klarna, Hinge Health และ StubHub

Circle เป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะผู้ออกเหรียญ USD Coin (USDC) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตามตลาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจาก Tether (USDT) โดย USDC มีการผูกค่าเงิน 1:1 กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการหนุนหลังด้วยเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ปัจจุบันมีเหรียญหมุนเวียนในระบบราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26% ของมูลค่ารวมในตลาด Stablecoin โดยที่ Tether ครองส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 67% อย่างไรก็ตาม USDC มีการเติบโตของมูลค่าตลาดถึง 36% ในปีนี้ เทียบกับ Tether ที่เติบโตเพียง 5%

ความเคลื่อนไหวของ Circle ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงจังหวะที่ดีในอุตสาหกรรมคริปโตฯ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลที่เป็นมิตรกับคริปโตฯ มากขึ้น กำลังพิจารณาออกกฎหมายฉบับแรกเกี่ยวกับ Stablecoin ซึ่งมีแนวโน้มจะผ่านสภาคองเกรสภายในปีนี้ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับกล่าวว่า เขาหวังว่าจะได้รับร่างกฎหมาย Stablecoin บนโต๊ะก่อนช่วงปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคม

การเติบโตของ Stablecoin ยังส่งผลต่อการลงทุนในแพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯ อย่างเช่น Robinhood และ Coinbase เนื่องจาก Stablecoin กลายเป็นส่วนสำคัญในการเทรดและโอนเงินข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Coinbase ซึ่งมีข้อตกลงร่วมกับ Circle ในการแบ่งรายได้จาก USDC คนละครึ่ง ทั้งนี้ Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle และ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ยังเคยกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการทำให้ USDC กลายเป็น Stablecoin อันดับ 1 ของโลกให้ได้

ตลาด Stablecoin เติบโตขึ้นราว 11% นับตั้งแต่ต้นปี และขยายตัวมากถึง 47% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์กลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบคริปโตฯ ตามการประเมินของบริษัทวิจัยการเงิน Bernstein โดย Stablecoin มักถูกใช้ในตลาด DeFi และใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน อีกทั้งยังถือเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนคริปโตฯ ใช้วัดความต้องการ สภาพคล่อง และกิจกรรมในตลาดโดยรวม

ที่มา: CNBC

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)