SAAM ผนึก "หนึ่ง - ปรมินทร์ อินโสม" และ FWX รุกธุรกิจคริปโต เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 350 ล้านบาทซื้อ Bitcoin หวังสร้างรายได้ 300-400 ล้าน/ปี จากบริการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมจับมือ FWX ใช้ AI เสริมประสิทธิภาพ มุ่งสู่การเป็น "Microstrategy of Thailand" ตั้งเป้าธุรกิจดิจิทัลสร้างรายได้เกิน 50% ในปี 2568
นายพดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAAM เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้กับนักลงทุน 2 กลุ่มทั้งชาวไทยและต่างชาติ มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 350 ล้านบาท แบบไม่มีดอกเบี้ย เพื่อรองรับแผนการดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
"เราไม่ได้เข้ามาเพื่อถือเหรียญ แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ที่จะช่วยให้ตลาดเติบโต และมีรายได้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ต่างจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า หรือท่อส่งน้ำในโลกจริง มุ่งสู่การเป็น Microstrategy of Thailand" นายพดด้วงกล่าว
ธุรกิจผู้ให้บริการสภาพคล่อง หรือ Liquidity Provider (LP) คือ การนำเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล (เช่น Bitcoin) ไปวางไว้ในกระดานซื้อขายคริปโตฯ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อขายคริปโตสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกรวดเร็ว คล้ายกับพ่อค้าคนกลางที่พร้อมซื้อและขายตลอดเวลา
ทั้งนี้การซื้อขายคริปโตฯในกระดานเทรดต้องอาศัยสภาพคล่องที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถทำธุรกรรมได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่ง "ธุรกิจผู้ให้บริการสภาพคล่อง" เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ตลาดมีการซื้อขายต่อเนื่อง ไม่เกิดสภาวะราคาผันผวนหนัก เนื่องจากสภาพคล่องต่ำ
โดยหน้าที่ของผู้ให้บริการสภาพคล่อง จะ 1.จัดหาสภาพคล่อง กล่าวคือ การนำสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin หรือ Stablecoin เข้าไปวางในกระดานซื้อขาย 2.สร้างตลาด (Market Making) ทำให้มีทั้งออเดอร์ซื้อและขายพร้อมอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงที่ราคาจะผันผวนเกินไป รวมถึง 3.เพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุน ที่สามารถซื้อขายได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ซื้อหรือผู้ขายคนอื่นมากดออเดอร์
การทำเงินของธุรกิจนี้มี 3 ช่องทางหลัก:
มูลค่าการซื้อขายคริปโตฯในประเทศไทยที่ SAAM สามารถให้บริการได้นั้นมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อวัน และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี
นายพดด้วงอธิบายว่า บริษัทไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อถือครอง Bitcoin ไว้เก็งกำไร แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย เปรียบเสมือนการลงทุนในระบบไฟฟ้าหรือท่อส่งน้ำในโลกจริง โดยตั้งเป้าว่าจะเป็น "Microstrategy of Thailand" ซึ่ง Microstrategy เป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก
ในช่วงเวลาที่บริษัทไทยหลายแห่งยังชั่งใจกับการเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล SAAM กลับเดินหน้าเต็มตัว ไม่เพียงแค่ลงทุนในคริปโต แต่ก้าวสู่บทบาทการเป็นผู้วางโครงสร้างระบบที่รองรับการเติบโตของตลาดทุนแบบใหม่
การขยายสู่ธุรกิจใหม่นี้ SAAM ไม่ได้เดินเดี่ยว แต่จับมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง "ปรมินทร์ อินโสม" ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างบล็อกเชนและการกำกับดูแล เข้าร่วมทีมในฐานะกรรมการของ SAAM และผู้บริหารของบริษัทย่อย "Nakamoto Labs" ซึ่งจะรับผิดชอบพัฒนาระบบผู้ให้บริการสภาพคล่อง
นายปรมินทร์มีประสบการณ์ในวงการ เป็นผู้ก่อตั้ง FIRO และ Satang Pro ความเชี่ยวชาญของเขาจะช่วยให้ SAAM มีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดใหม่นี้
"ธุรกิจการให้บริการเป็น Liquidity Provider ตลาดคริปโตฯในไทยยังมีโอกาสอีกมาก โดยประเทศไทยตอนนี้กระเทรดคริปโตฯบริการสภาพคล่องด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องหาคนนอกเข้ามาทำ และทุกวันนี้ยังมีผู้เล่นน้อย และส่วนใหญ่เป็นรายเล็ก เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงในการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล
แต่สำหรับ SAAM จะใช้เงินจากการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความเข้าใจและลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอยู่แล้ว และธุรกิจนี้ถ้ามีทุนมากพอก็จะมีโอกาสทำเงินจากบริการนี้ได้มาก" นายปรมินทร์ กล่าว
ทั้งนี้เขายังกล่าวอีกว่า การออกหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้ไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่คือจุดเริ่มต้นของโครงสร้างใหม่ ที่เปิดให้ทั้งนักลงทุนและพันธมิตรระดับสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการเงินดิจิทัลที่ยั่งยืน
นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท เอฟดับบลิวเอ็กซ์ จำกัด (FWX) เปิดเผยว่า FWX ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์ม DeFi ทั่วไป แต่เรากำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงกับนักลงทุนสถาบันทั่วโลกได้อย่างแท้จริง" นายชานนกล่าว พร้อมเน้นว่า AI จะถูกนำมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการซื้อขาย ภายใต้ระบบไร้ตัวกลาง ซึ่งถือเป็นแกนหลักของ DeFi ยุคใหม่
สำหรับแพลตฟอร์ม FWX ถูกออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนทางเทคนิคสำหรับนักลงทุนสถาบัน พร้อมยกระดับกลไกการจัดหาสภาพคล่อง (Liquidity Provision) และระบบ Market Making ของสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระดับโครงสร้าง
ทั้งนี้ FWX มีโทเคนประจำแพลตฟอร์ม ชื่อว่า B4FWX ซึ่งสามารถซื้อขายได้ทั้งบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) และกระดานเทรดแบบไร้ศูนย์กลาง (DEX) โดยทาง SAAM จะใช้ B4FWX เป็นสินทรัพย์สำหรับบริหารสภาพคล่องในกระดานเทรดที่มีการลิสต์โทเคนนี้ด้วย
ด้าน ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักษ์วงวาร ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาของ FWX กล่าวเสริมว่า "การพัฒนา Web3 อย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากโครงสร้างสภาพคล่องที่แข็งแรง และการออกแบบที่รองรับการเติบโตในระดับสถาบัน" โดย SAAM และ Nakamoto Labs กำลังวางรากฐานนี้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดการเงินไทยในระยะยาว
SAAM ย้ำว่าแผนธุรกิจใหม่นี้ไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจดั้งเดิม แต่ยังสร้างแนวทางการเติบโตใหม่ที่เชื่อมโยงทั้ง "ทุน - เทคโนโลยี - โครงสร้าง" เข้าไว้ด้วยกัน
บริษัทวางแผนที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 เป็นต้นไป โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจดิจิทัลจะกลายเป็นรายได้หลักกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมดภายในปีเดียวกัน และมีแผนจะย้ายหมวดจดทะเบียนจากหมวดทรัพยากร (พลังงาน) เป็นหมวดบริการ ภายในเดือนมิถุนายน 2568