Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

กรุงเทพประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมแตะ 3.42 หมื่นล้าน โต 8% โฟกัสโครงการใหญ่-สุขภาพ

Date Time: 27 มี.ค. 2568 17:44 น.

Summary

  • กรุงเทพประกันภัยประกาศแผนปี 2568 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 34,200 ล้านบาท เติบโต 8% เสริมศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างสรรค์นวัตกรรมบริการที่เหนือความคาดหวัง พร้อมผลิตภัณฑ์เสิร์ฟคนยุคใหม่

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าหมายด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 34,200 ล้านบาท เติบโต 8.0% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 14,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์หรือ Non-Motor 19,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57%

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 31,736.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีผลกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 1,871.0 ล้านบาท ลดลง 9.6% ส่วนกำไรจากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,799.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.5% ทำให้บริษัทฯ มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,670.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% และมีกำไรสุทธิ 3,059.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งถือเป็นนิวไฮ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 28.74 บาท

และบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับสูงหรือ Credit Rating A- (Stable) (ณ ต.ค. 67) โดย Standard & Poor’s (S&P) สถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัว 1.5-2.5% ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 2.91-2.95 แสนล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตมาจากการเร่งขยายโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จากเงินลงทุนภาครัฐ ประกอบกับประกันภัยสุขภาพที่เติบโตจากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่นำไปสู่โรคประจำฤดูกาล ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

รวมถึงปัจจัยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ด้านตลาดบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงการประกันความเสี่ยงภัยดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมและลมพายุ

อย่างไรก็ตาม จากสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนผนวกกับภาระหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย จากผลกระทบด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกันความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านและรถยนต์ ยังเป็นปัจจัยที่ชะลอการเติบโตของเบี้ยประกันอัคคีภัยและประกันภัยรถยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งมาตรการด้านภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มแรงกดดันต่อการค้ากับประเทศจีน และส่งผลให้สินค้าจากจีนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่แนวโน้มการแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาและทุนประกันภัยที่บริษัทประกันวินาศภัยต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

Year of Distinguished Excellence ปีแห่งความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง

นอกจากนี้ในปี 2568 จะมีการขยายธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมยกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด Distinguished Excellence มุ่งสร้างความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตรงใจ นำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถรอบด้าน

มุ่งขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

ผ่านการมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้ภายในองค์กร หนึ่งในนั้นคือ AI ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการให้บริการ พร้อมเสริมศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมด้านบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โดยคาดว่าจะวางขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 68

ขณะเดียวกันยังอำนวยความสะดวกสูงสุดให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการจ่ายสินไหมทดแทนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในกรณียื่นคำร้องการเคลมสินไหมทดแทนรถยนต์ที่บริษัทฯ วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท และมีเอกสารครบถ้วน จะได้รับเงินสินไหมทดแทนเป็นเงินสดภายใน 20 นาที สำหรับค่าสินไหมทดแทนที่ลูกค้าต้องการให้โอนเงินเข้าบัญชีจะได้รับภายใน 3 วันทำการ และในอนาคตยังมีแผนขยายช่องทางการจ่ายผ่าน e-Wallet อีกด้วย

รวมทั้งเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance โฉมใหม่ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ทันสมัย เป็นมิตรและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล พร้อมทำหน้าที่เป็น One-Stop Pocket Service ดูแลลูกค้าให้เข้าถึงบริการประกันภัยได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งมีการพัฒนาฟีเจอร์มาเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะ เช่น Video Claim แจ้งเคลมรถยนต์ผ่านวิดีโอคอลกับเจ้าหน้าที่

พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจ รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ด้าน ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่าบริษัทฯ ได้สร้างสรรค์ประกันภัยใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance ที่สามารถตอบโจทย์ทุก Pain Point ของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเป็น “Product Excellence” พร้อมกับการเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครอง เพื่อให้ลูกค้ารับมือกับสภาวะเศรษฐกิจได้อย่างมั่นใจ เช่น ประกันภัยโรคร้ายแรง ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงดังกล่าวเป็นครั้งแรก พร้อมเงินชดเชยรายวันเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องหยุดพักรักษาตัว

ซึ่งแผนประกันภัยนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความอุ่นใจแม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 1,600 บาทต่อปี หรือแม้กระทั่ง ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ เพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว), ประกันภัยสำหรับบ้านหรู 20-50 ล้านบาท, ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ขยายอายุรถถึง 25

ทั้งนี้ปัจจุบันกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักให้แก่ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH ซึ่งประกอบธุรกิจผ่านการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมุ่งลงทุนในธุรกิจหลักด้านการประกันภัยและธุรกิจอื่นที่หลากหลายและมีศักยภาพ

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มีรายได้รวม 23,422.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 21,481.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% และมีรายได้จากการลงทุน 1,940.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.0% โดยมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,854.8 ล้านบาท และรายได้สุทธิจากการลงทุนเท่ากับ 1,802.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7% ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,657.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,046.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 28.61 บาท

สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2567 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วอัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 5.75 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 17 บาท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.84%

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)