ก่อนหน้านี้ Thairath Money นำเสนอ แนวทางเตรียมความพร้อม การวางแผนภาษีล่วงหน้า เพื่อช่วยประหยัด “ภาษี” เมื่อถึงคราวต้องยื่นภาษีและขอคืนในแต่ละปีภาษี
โดย 1 ในเคล็ดลับสำคัญ สำหรับคนที่มีรายได้ในแต่ละปีมาก ทั้งมาจากการทำงานประจำ งานพิเศษ ทำฟรีแลนซ์ หรือ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง คือ การกระจายเงินได้ ออกเป็นหลายหน่วยภาษี เช่น จัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ คณะบุคคล หรือ จดทะเบียนบริษัท เปลี่ยนรูปแบบจาก “บุคคลธรรมดา” เป็น “นิติบุคคล”
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรรับรู้ คือ แม้การจดทะเบียนบริษัทเป็นหนทางในการลดภาระภาษีได้ แต่ในความเป็นจริง การจดทะเบียนบริษัท อาจจะไม่ใช่ ปัจจัยเรื่องภาษีที่ประหยัดได้ เท่านั้น แต่เป็นตัวชี้วัดอื่นๆ ที่คนทำธุรกิจต้องคำนึงด้วย
ข้อมูล จาก บมจ.ธรรมนิติ ระบุ เจ้าของธุรกิจส่วนตัวหรือประกอบอาชีพอิสระ มีโอากาสประหยัดภาษีได้ โดยไม่ต้องจดทะเบียนบริษัท หากเข้าใขหลักการคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน ระหว่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล คือ ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ประเภทของ ค่าใช้จ่าย แบ่งเป็น
ค่าลดหย่อน
ตามกฎหมายบุคคลธรรมดา สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้หลากหลาย เช่น
ตัวชี้วัดของธุรกิจ
สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องนำมาพิจารณาจริงๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องประหยัดภาษี แต่เป็นตัวชี้วัดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น
เป้าหมายของธุรกิจ
ฉะนั้นปัจจัยในการตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ภาษี” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ธุรกิจ” ที่เจ้าของกิจการ และ นักบัญชีต้องพิจารณาร่วมกัน ได้แก่
สรุปแล้ว การไม่จดทะเบียนบริษัทก็สามารถประหยัดภาษีได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการที่ดำเนินการอยู่ หากเราทำธุรกิจในลักษณะที่ไม่เป็นนิติบุคคล หรือเป็นกิจการขนาดเล็กที่รายได้ไม่สูงมาก ก็สามารถใช้วิธีการเสียภาษีในรูปแบบของ "รายบุคคล" ได้ โดยไม่ต้องจดทะเบียนบริษัท
ในกรณีนี้ เราสามารถยื่นภาษีในฐานะผู้ประกอบการรายบุคคล (หรือที่เรียกว่า "ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา") ซึ่งมีอัตราภาษีที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการจดทะเบียนบริษัท และไม่ต้องมีภาระด้านบัญชีและรายงานที่ยุ่งยากเหมือนกับบริษัทนิติบุคคล
แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น หากรายได้ของเราเริ่มสูงขึ้นหรือมีลักษณะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานพนักงานจำนวนมาก หรือธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและเพื่อสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การคุ้มครองความรับผิดชอบทางกฎหมาย (limited liability) เป็นต้น
อีกทั้ง หากทำกิจการขนาดเล็กและรายได้ไม่สูงมาก การไม่จดทะเบียนบริษัทอาจช่วยประหยัดภาษีได้ แต่ถ้าเรามีแผนธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น หรือคาดว่าจะเติบโต การจดทะเบียนบริษัทอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีในระยะยาวมากกว่า
ที่มา : บมจ.ธรรมนิติ
อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney